พุทธธรรมสงฆ์
หัวข้อธรรม (1)
พ่อค้าในเมืองเวสาลีคนหนึ่ง ได้นำกระดูกหัวโควางที่เปือกตมให้คนเหยียบ และเป็นคนปกติ มีศีล ไม่มักโกรธ มีวาจาอ่อนหวาน พูดถึงคุณตามเป็นจริงของคนเหล่าอื่น เขาถูกลงโทษตัดหัวเพราะหลานเป็นเหตุ แล้วเกิดเป็นภุมเทพมีม้าขาวอาชาไนย กลิ่นทิพย์ฟุ้งออกจากกาย แต่เปลือยกายเพราะซ่อนผ้านุ่งของเพื่อนเพื่อล้อเล่น (อ.อัมพสักขรเปตวัตถุ)
49/465/1649/358/19
หัวข้อธรรม (1)
ในนรกหนาแน่นด้วยเหตุอันหยาบช้า คือ การจองจำ 5 อย่าง เทโลหะร้อนๆ เข้าไปในปาก ให้ขึ้นภูเขาถ่านเพลิง ใส่เข้าในหม้อเหล็ก ให้เข้าไปยังป่าอันพร้อมด้วยดาบ ให้ลงไปในชลาลัยในนรก โยนทิ้งลงไปในมหานรก (อ.อัมพสักขรเปตวัตถุ)
49/474/1649/365/24
หัวข้อธรรม (1)
เปรตนิรมิตหนทางให้พระราชาไปยังที่อยู่ของตน (อ.นันทกเปตวัตถุ)
49/517/1149/399/2
หัวข้อธรรม (1)
ชนทั้งหลายเป็นมิจฉาทิฏฐิ เป็นคนทุศีล ติเตียนพระอริยเจ้า ย่อมหมกไหม้อยู่ในนรกแสนโกฏิปี (อ.นันทกเปตวัตถุ)
49/523/1549/403/17
หัวข้อธรรม (1)
บุรุษผู้หนึ่งกัดกินท่อนอ้อยอยู่ มีเด็กร้องขอเขามีใจขัดเคือง โยนท่อนอ้อยทิ้งไปข้างหลัง เมื่อเขาตายไปเกิดเป็นเปรต มีไร่อ้อยใหญ่ พอเขาจะเข้าไปเอาอ้อยอ้อยนั้นจะตีเขา วันหนึ่งเขาพบพระมหาโมคคัลลานะ พระเถระจึงบอกให้เขาถือเอาด้วยทางข้างหลังจึงกินได้ เปรตนั้น ถืออ้อยไปวิหารถวายแด่พระพุทธเจ้าและภิกษุสงฆ์ เขาตายจากเปรต ไปเกิดอยู่ดาวดึงส์ (อ.อุจฉุเปตวัตถุ)
49/540/149/416/12
หัวข้อธรรม (1)
พระเจ้าโกศล มีพระราชโอรส 2 พระองค์ ซึ่งมัวเมาในความเป็นหนุ่ม ทำการคบหาภรรยาผู้อื่น เมื่อตายไปเป็นเปรตอยู่หลังคู ไม่ปรากฏกายร้องแต่เสียง รำพันด้วยเสียงอันน่ากลัว พวกมนุษย์ได้ฟังเสียงนั้น จึงพากันถวายทาน แก่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน พระองค์ทรงแสดงความจริงในเรื่องนั้น (อ.กุมารเปตวัตถุ)
49/546/1149/421/5
หัวข้อธรรม (1)
พระพุทธองค์ได้แสดงอดีตของพระโปฏฐปาทะ ครั้งเป็นพระราชกุมารของพระเจ้ากิตวะ ได้ทุ่มบาตรของพระปัจเจกพุทธเจ้าลงดิน เพราะความเมาในยศจึงต้องตกนรกเสวยทุกข์อย่างใหญ่ (อ.ราชปุตตเปตวัตถุ)
49/553/549/426/5
หัวข้อธรรม (1)
[๑๒๘] เปรตกินขี้เปรต (คูถขาทิกเปตวัตถุที่ ๑)
49/559/449/430/15
หัวข้อธรรม (1)
เรื่องนางเปรตผู้กินคูถตนหนึ่งนี้ เรื่องราวเช่นกับเรื่องคูถขาทิกเปตวัตถุที่ 1 แต่ต่างกันตรงที่เรื่องนี้ เป็นอุบาสิกาผู้สร้างวิหาร (อ.คูถขาทิกเปตวัตถุที่ ๒)
49/565/1249/436/2
หัวข้อธรรม (1)
ในกรุงสาวัตถี มนุษย์เป็นอันมาก เป็นคณะไม่มีศรัทธา ไม่มีความเลื่อมใส ถูกความตระหนี่กลุ้มรุม เป็นผู้เบือนหน้าต่อสุจริต มีทานเป็นต้น เมื่อตายไปเกิดเป็นเปรต ใกล้พระนคร เที่ยวหาอาหาร จนหมดแรง เมื่อหิวนํ้าไปสู่แม่นํ้า นํ้าก็ว่างเปล่า เข้าร่มเงาก็กลายเป็นแดด ลมพัดก็ดุจเพลิงไฟเผา ล้มกลิ้งสลบซบกันอยู่ (อ.คณเปตวัตถุ)
49/568/949/438/7