ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 805 (เล่ม 10)

หัวข้อประจำวรรค
[๑,๑๙๐] บริสุทธิ์ ๑ กาล ๑ ความการุญ ๑ โอกาส ๑ รับอธิกรณ์ ๑
อธิกรณ์ ๑ และอธิกรณ์อีกนัยหนึ่ง ๑ วัตถุ ๑ สุตตะ ๑ ธรรม ๑ วัตถุอีก
นัยหนึ่ง ๑ อาบัติ ๑ อธิกรณ์ ๑.
ธุดงควรรคที่ ๖
ถืออยู่ป่าเป็นต้น
[๑,๑๙๑] อ. ภิกษุผู้ถืออยู่ป่ามีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า
พ. ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ถืออยู่ป่านี้มี ๕ จำพวก ๕ จำพวก อะไรบ้าง
คือ :-
๑. เพราะเป็นผู้เขลา งมงาย จึงถืออยู่ป่า
๒. เป็นผู้มีความปรารถนาลามก อันความปรารถนาครอบงำ จึงถือ
อยู่ป่า
๓. เพราะวิกลจริต มีจิตฟุ้งซ่าน จึงถืออยู่ป่า
๔. เพราะเข้าใจว่า พระพุทธเจ้า สาวกของพระพุทธเจ้า สรรเสริญ
จึงถืออยู่ป่า
๕. เพราะอาศัยความมักน้อย สันโดษ ขัดเกลา ความเงียบสงัด และ
เพราะอาศัยความเป็นแห่งการอยู่ป่ามีประโยชน์ ด้วยความปฏิบัติงามนี้ จึงถือ
อยู่ป่า
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ถืออยู่ป่ามี ๕ จำพวก นี้แล
อุ. ภิกษุผู้ถือเที่ยวบิณฑบาต มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า. . .
อุ. ภิกษุผู้ถือผ้าบังสุกุล มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า. . .

805
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 806 (เล่ม 10)

อุ. ภิกษุผู้ถืออยู่โคนไม้ มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า . . .
อุ. ภิกษุผู้ถืออยู่ป่าช้า มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า. . .
อุ. ภิกษุผู้ถืออยู่ในที่แจ้ง มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า. . .
อุ. ภิกษุผู้ถือทรงผ้าสามผืน มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า. . .
อุ. ภิกษุผู้ถือเที่ยวตามแถว มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า . . .
อุ. ภิกษุผู้ถือการนั่ง มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า . . .
อุ. ภิกษุผู้ถืออยู่ในเสนาสนะตามที่จัดไว้ มีเท่าไรหนอแล พระพุทธ-
เจ้าข้า . . .
อุ. ภิกษุผู้ถือนั่งฉัน ณ อาสนะแห่งเดียว มีเท่าไรหนอแล พระพุทธ-
เจ้าข้า. . .
อุ. ภิกษุผู้ถือการห้ามภัตรที่เขานำมาถวายเมื่อภายหลัง มีเท่าไรหนอ
แล พระพุทธเจ้าข้า. . .
อุ. ภิกษุผู้ถือการฉันเฉพาะในบาตร มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า
พ. ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ถือฉันเฉพาะในบาตรนี้มี ๕ จำพวก ๕
จำพวกอะไรบ้าง คือ :-
๑. เพราะเป็นผู้เขลา งมงาย จึงถือฉันเฉพาะในบาตร
๒. เพราะผู้มีความปรารถนาลามก อันความปรารถนาครอบงำ จึง
ถือฉันเฉพาะในบาตร
๓. เพราะวิกลจริต มีจิตฟุ้งซ่าน จึงถือฉันเฉพาะในบาตร
๔. เพราะเข้าใจว่า พระพุทธเจ้า สาวกของพระพุทธเจ้าสรรเสริญ
จึงถือฉันเฉพาะในบาตร

806
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 807 (เล่ม 10)

๕. เพราะอาศัยความมักน้อย สันโดษ ขัดเกลา ความเงียบสงัด และ
อาศัยความเป็นแห่งการฉันเฉพาะในบาตร มีประโยชน์ ด้วยความปฏิบัติงามนี้
จึงถือฉันเฉพาะในบาตร
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ถือฉันเฉพาะในบาตรมี ๕ จำพวก นี้แล.
ธุดงควรรค ที่ ๖ จบ
หัวข้อประจำวรรค
[๑,๑๙๒] ถืออยู่ป่า ๑ ถือเที่ยวบิณฑบาต ๑ ถือทรงผ้าบังสุกุล ๑ ถือ
อยู่โคนไม้ ๑ ถืออยู่ป่าช้าเป็นที่ครบห้า ๑ ถืออยู่ในที่กลางแจ้ง ๑ ถือทรงผ้าสาม
ผืน ๑ ถือเที่ยวตามแถว ๑ ถือการนั่ง ๑ ถืออยู่ในเสนาสนะตามที่จัดไว้ ๑ ถือ
นั่งฉัน ณ อาสนะแห่งเดียว ๑ ถือห้ามภัตรที่เขานำมาถวายเมื่อภายหลัง ๑ ถือ
ฉันเฉพาะในบาตร ๑.
มุสาวาทวรรค ที่ ๗
มุสาวาท
[๑,๑๙๓] อุ. มุสาวาท มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า
พ. ดูก่อนอุบาลี มุสาวาทนี้มี ๕ อย่าง ๕ อย่างอะไรบ้าง คือ :-
๑. มีอยู่ มุสาวาทถึงต้องอาบัติปาราชิก
๒. มีอยู่ มุสาวาทถึงต้องอาบัติสังฆาทิเสส
๓. มีอยู่ มุสาวาทถึงต้องอาบัติถุลลัจจัย
๔. มีอยู่ มุสาวาทถึงต้องอาบัติปาจิตตีย์

807
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 808 (เล่ม 10)

๕. มีอยู่ มุสาวาทถึงต้องอาบัติทุกกฏ
ดูก่อนอุบาลี มุสาวาท ๕ อย่าง นี้แล.
งดอุโบสถหรือปวารณา
[๑,๑๙๔] อุ. พระพุทธเจ้าข้า ภิกษุประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล
งดอุโบสถหรือปวารณาในท่ามกลางสงฆ์ สงฆ์ที่กล่าวกำจัดเสียว่า อย่าเลย
ภิกษุ เธออย่าได้ทำความบาดหมาง อย่าได้ทำความทะเลาะ อย่าได้ทำความ
แก่งแย่ง อย่าได้ทำความวิวาทกัน ดังนี้ แล้วทำอุโบสถหรือปวารณา
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ งดอุโบสถหรือปวารณา ใน
ท่ามกลางสงฆ์ สงฆ์พึงกำจัดเสียว่า อย่าเลย ภิกษุ เธออย่าได้ทำความบาด-
หมาง อย่าได้ทำความทะเลาะ อย่าได้ทำความแก่งแย่ง อย่าได้ทำความวิวาท
กัน ดังนี้แล้ว ทำอุโบสถหรือปวารณา องค์ ๕ อะไรบ้าง คือ :-
๑. เป็นอลัชชี
๒. เป็นพาล
๓. มิใช่ปกตัตตะ
๔. เป็นผู้กล่าวประสงค์จะให้เคลื่อนจากพรหมจรรย์
๕. หาใช่เป็นผู้กล่าวประสงค์ให้ออกจากอาบัติไม่
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล งดอุโบสถหรือปวารณา
ในท่ามกลางสงฆ์ สงฆ์พึงกำจัดเสียว่า อย่าเลย ภิกษุ เธออย่าได้ทำความ
บาดหมาง อย่าได้ทำความทะเลาะ อย่าได้ทำความแก่งแย่ง อย่าได้ทำความ
วิวาทกัน ดังนี้ แล้วทำอุโบสถ หรือปวารณา

808
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 809 (เล่ม 10)

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ แม้อื่นอีก ๕ งดอุโบสถหรือ
ปวารณาในท่ามกลางสงฆ์ สงฆ์พึงกำจัดเสียว่า อย่าเลย ภิกษุ เธออย่าได้ทำ
ความบาดหมาง อย่าได้ทำความทะเลาะ อย่าได้ทำความแก่งแย่ง อย่าได้ทำ
ความวิวาทกัน ดังนี้แล้วทำอุโบสถหรือปวารณา องค์ ๕ อะไรบ้าง คือ :-
๑. เป็นผู้มีความประพฤติทางกายไม่บริสุทธิ์
๒. เป็นผู้มีความประพฤติทางวาจาไม่บริสุทธิ์
๓ . เป็นผู้มีอาชีวะไม่บริสุทธิ์
๔. เป็นผู้เขลา ไม่ฉลาด
๕. เป็นผู้ก่อความบางหมาง ก่อความทะเลาะ
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล งดอุโบสถ หรือปวารณา
ในท่ามกลางสงฆ์ สงฆ์พึงกำจัดเสียว่า อย่าเลย ภิกษุ เธออย่าได้ทำความ
บาดหมาง อย่าได้ทำความทะเลาะ อย่าได้ทำความแก่งแย่ง อย่าได้ทำความ
วิวาทกัน ดังนี้แล้วทำอุโบสถ หรือปวารณา.
องค์ของภิกษุผู้ไม่ควรให้คำซักถาม
[๑,๑๙๕] อุ. สงฆ์ไม่พึงให้คำซักถาม แก่ภิกษุประกอบด้วยองค์
เท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า
พ. ดูก่อนอุบาลี สงฆ์ไม่พึงให้คำซักถาม แก่ภิกษุประกอบด้วยองค์
๕ องค์ ๕ อะไรบ้าง คือ :-
๑. ไม่รู้อาบัติและอนาบัติ
๒. ไม่รู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก

809
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 810 (เล่ม 10)

๓. ไม่รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติหาส่วนเหลือมิได้
๔. ไม่รู้อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ
๕. ไม่รู้อาบัติที่ทำคืนได้และอาบัติที่ทำคืนไม่ได้
ดูก่อนอุบาลี สงฆ์ไม่พึงให้คำซักถาม แก่ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕
นี้แล
องค์ของภิกษุผู้ควรให้คำซักถาม
ดูก่อนอุบาลี สงฆ์พึงให้คำซักถาม แก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕
องค์ ๕ อะไรบ้าง คือ:-
๑. รู้อาบัติและอนาบัติ
๒. รู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก
๓. รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติหาส่วนเหลือมิได้
๔. รู้อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ
๕. รู้อาบัติที่ทำคืนได้และอาบัติที่ทำคืนไม่ได้
ดูก่อนอุบาลี สงฆ์พึงให้คำซักถาม แก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕
นี้แล.
ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๕
[๑,๑๙๖] อุ. ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการเท่าไรหนอแล พระพุทธ-
เจ้าข้า
พ. ดูก่อนอุบาลี ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๕ อาการ ๕ อะไรบ้าง
คือ :-

810
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 811 (เล่ม 10)

๑. ด้วยไม่ละอาย
๒. ด้วยไม่รู้
๓. ด้วยสงสัยแล้วขืนทำ
๔. ด้วยสำคัญว่าควรในของที่ไม่ควร
๕. ด้วยสำคัญว่าไม่ควรในของที่ควร
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๕ นี้แล
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการแม้อื่นอีก ๕ อาการ ๕ อะไร
บ้าง คือ:-
๑. ด้วยไม่ได้เห็น
๒. ด้วยไม่ได้ฟัง
๓. ด้วยหลับ
๔. ด้วยเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้น
๕. ด้วยลืมสติ
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๕ นี้แล.
เวร ๕
[๑,๑๙๗] อุ. เวรมีเท่าไร่หนอแล พระพุทธเจ้าข้า
พ. ดูก่อนอุบาลี เวรนี้มี ๕ เวร ๕ อะไรบ้าง คือ :-
๑. ฆ่าสัตว์มีชีวิต
๒. ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ให้
๓. ประพฤติผิดในกาม

811
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 812 (เล่ม 10)

๔. พูดเท็จ
๕. เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท เพราะดื่มน้ำเมา คือ สุราและ
เมรัย
ดูก่อนอุบาลี เวร ๕ นี้แล.
เจตนางดเว้น ๕
[๑,๑๙๘] อุ. เจตนางดเว้น มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า
พ. ดูก่อนอุบาลี เจตนางดเว้นนี้ มี ๕ อะไรบ้าง คือ :-
๑. เจตนางดเว้น จากฆ่าสัตว์มีชีวิต
๒. เจตนางดเว้น จากถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ให้
๓. เจตนางดเว้น จากการประพฤติผิดในกาม
๔ เจตนางดเว้น จากพูดเท็จ
๕. เจตนางดเว้น จากเหตุเป็นที่ดังแห่งความประมาท เพราะดื่มน้ำ
เมา คือ สุราและเมรัย
ดูก่อนอุบาลี เจตนางดเว้น ๕ นี้แล.
ความเสื่อม ๕
[๑,๑๙๙] อุ. ความเสื่อมมีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า
พ. ดูก่อนอุบาลี ความเสื่อมนี้ มี ๕ อะไรบ้าง คือ :-
๑. ความเสื่อมจากญาติ
๒. ความเสื่อมจากโภคทรัพย์

812
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 813 (เล่ม 10)

๓. ความเสื่อมคือมีโรค
๔. ความเสื่อมจากศีล
๕. ความเสื่อมคือเห็นผิด
ดูก่อนอุบาลี ความเสื่อม ๕ นี้แล.
ความถึงพร้อม ๕
[๑,๒๐๐] อุ. ความถึงพร้อมมีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า
พ. ดูก่อนอุบาลี ความถึงพร้อมนี้ มี ๕ อะไรบ้าง คือ:-
๑. ความถึงพร้อมด้วยญาติ
๒. ความถึงพร้อมด้วยโภคทรัพย์
๓. ความถึงพร้อมด้วยความไม่มีโรค
๔. ความถึงพร้อมด้วยศีล
๕. ความถึงพร้อมด้วยเห็นชอบ
ดูก่อนอุบาลี ความถึงพร้อมมี ๕ นี้แล.
มุสาวาทวรรค ที่ ๗ จบ
หัวข้อประจำวรรค
[๑,๒๐๑] มุสาวาท ๑ ย่ำยี ๑ ย่ำยีอีกนัยหนึ่ง ๑ ซักถาม ๑ อาบัติ
๑ อาบัติอีกนัยหนึ่ง ๑ เวร ๑ เจตนางดเว้น ๑ ความเสื่อม ๑ ความถึง
พร้อม ๑ รวมเป็นวรรคที่ ๗.
หัวข้อประจำวรรค จบ

813
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 814 (เล่ม 10)

ภิกขุนีโอวาทวรรคที่ ๘
องค์สำหรับลงโทษ
[๑,๒๐๒] อุ. ภิกษุประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล ภิกษุณีสงฆ์ฝ่าย
เดียว พึงลงโทษได้ พระพุทธเจ้าข้า
พ. ดูก่อนอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ ภิกษุณีสงฆ์ฝ่ายเดียว
พึงลงโทษ คือ ภิกษุณีสงฆ์ไม่พึงไหว้ภิกษุนั้น องค์ ๕ อะไรบ้าง คือ :-
๑. เปิดกายอวดภิกษุณีทั้งหลาย
๒. ถลกขาอ่อนอวดภิกษุณีทั้งหลาย
๓. เปิดองค์กำเนิดอวดภิกษุณีทั้งหลาย
๔. เปิดไหล่ทั้งสองอวดภิกษุณีทั้งหลาย
๕. พูดเคาะภิกษุณี ชักจูงพวกคฤหัสถ์ให้สมสู่กับภิกษุณี
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ภิกษุสงฆ์ฝ่ายเดียว
พึงลงโทษ คือ ภิกษุณีสงฆ์ไม่พึงไหว้ภิกษุนั้น
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์แม้อื่นอีก ๕ ภิกษุณีสงฆ์ฝ่าย
เดียว พึงลงโทษ คือ ภิกษุณีสงฆ์ไม่พึงไหว้ภิกษุนั้น องค์ ๕ อะไรบ้าง คือ :-
๑. ขวนขวายเพื่อความเสื่อมลาภแห่งภิกษุณีทั้งหลาย
๒. ขวนขวายเพื่อความพินาศแห่งภิกษุณีทั้งหลาย
๓. ขวนขวายเพื่อความอยู่ไม่ได้แห่งภิกษุณีทั้งหลาย
๔. ด่าบริภาษภิกษุณีทั้งหลาย
๕. ยุยงภิกษุกับภิกษุณีให้แตกกัน

814