ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 785 (เล่ม 10)

พ. ดูก่อนอุบาลี กากห้ามภัตร ย่อมปรากฏด้วยอาการ ๕ อย่าง ๕
อย่างอะไรบ้าง คือ:-
๑. การฉันยังปรากฏอยู่
๒. โภชนะปรากฏอยู่
๓. ผู้ให้อยู่ในหัตถบาส
๔. เขาน้อมของเข้ามา
๕. การห้ามปรากฏ
ดูก่อนอุบาลี การห้ามภัตร ย่อมปรากฏด้วยอาการ ๕ นี้แล.
ทำตามปฏิญญาที่ไม่เป็นธรรม
[๑,๑๗๖] อุ. การทำตามปฏิญญาที่ไม่เป็นธรรม มีเท่าไร พระพุทธ-
เจ้าข้า
พ. ดูก่อนอุบาลี การทำตามปฏิญญาที่ไม่เป็นธรรมนี้มี ๕ อย่าง ๕
อย่างอะไรบ้าง คือ:-
๑. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติปาราชิก เธอถูกโจทด้วยอาบัติปาราชิก แต่
ปฏิญญาว่าต้องอาบัติสังฆาทิเสส สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติสังฆาทิเสส จัดเป็น
ทำตามปฏิญญาไม่เป็นธรรม
๒. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติปาราชิก เธอถูกโจทด้วยอาบัติปาราชิก แต่
ปฏิญญาว่าต้องอาบัติปาจิตตีย์ สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาจิตตีย์ จัดเป็นทำตาม
ปฏิญญาไม่เป็นธรรม

785
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 786 (เล่ม 10)

๓. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ เธอถูกโจทด้วยอาบัติปาฏิ-
เทสนียะ แต่ปฏิญญาว่าต้องอาบัติทุกกฏ สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติทุกกฏ จัดเป็น
ทำตามปฏิญญาไม่เป็นธรรม
๔. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ
เธอถูกโจทด้วยอาบัติทุกกฏ แต่ปฏิญญาว่าต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์ปรับเธอ
ด้วยอาบัติปาราชิก จัดเป็นทำตามปฏิญญาไม่เป็นธรรม
๕. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติทุกกฏ เธอถูกโจทด้วยอาบัติทุกกฏ แต่
ปฏิญญาว่าต้องอาบัติสังฆาทิเสส ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ สงฆ์ปรับเธอด้วย
อาบัติปาฏิเทสนียะ จัดเป็นทำตามปฏิญญาไม่เป็นธรรม
ดูก่อนอุบาลี การทำตามปฏิญญาไม่เป็นธรรม ๕ อย่าง นี้แล.
ทำตามปฏิญญาที่เป็นธรรม
ดูก่อนอุบาลี การทำตามปฏิญญาที่เป็นธรรมนี้มี ๕ อย่าง ๕ อย่าง
อะไรบ้าง คือ:-
๑. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติปาราชิก เธอถูกโจทด้วยอาบัติปาราชิก
ปฏิญญาว่าต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาราชิก จัดเป็นทำตาม
ปฏิญญาที่เป็นธรรม
๒. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส เธอถูกโจทด้วยอาบัติสังฆาทิเสส
ปฏิญญาว่า ต้องอาบัติสังฆาทิเสส สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติสังฆาทิเสส จัดเป็น
ทำตามปฏิญญาที่เป็นธรรม

786
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 787 (เล่ม 10)

๓. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติปาจิตตีย์ เธอถูกโจทด้วยอาบัติปาจิตตีย์
ปฏิญญาว่าต้องอาบัติปาจิตตีย์ สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาจิตตีย์ จัดเป็นทำตาม
ปฏิญญาที่เป็นธรรม
๔. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ เธอถูกโจทด้วยอาบัติปาฏิ-
เทสนียะ ปฏิญญาว่าต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาฏิเทสนียะ
จัดเป็นทำตามปฏิญญาที่เป็นธรรม
๕. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติทุกกฏ เธอถูกโจทด้วยอาบัติทุกกฏ ปฏิญญา
ว่าต้องอาบัติทุกกฏ สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติทุกกฏ จัดเป็นทำตามปฏิญญาที่
เป็นธรรม
ดูก่อนอุบาลี การทำตามปฏิญญาที่เป็นธรรมมี ๕ อย่างนี้แล.
ไม่ควรทำโอกาส
[๑,๑๗๗] อุ. ภิกษุประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล ขอให้ทำโอกาส
สงฆ์ไม่ควรทำโอกาส พระพุทธเจ้าข้า
พ. ดูก่อนอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ ขอให้ทำโอกาส สงฆ์ไม่
ควรทำโอกาส องค์ ๕ อะไรบ้าง คือ:-
๑. เป็นอลัชชี
๒. เป็นพาล
๓. ไม่ใช่เป็นปกตัตตะ
๔. เป็นผู้พูดประสงค์ให้เคลื่อนจากพรหมจรรย์
๕. ไม่เป็นผู้พูดประสงค์ให้ออกจากอาบัติ

787
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 788 (เล่ม 10)

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ขอให้ทำโอกาส สงฆ์
ไม่ควรทำโอกาส
ควรทำโอกาส
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ ขอให้ทำโอกาส สงฆ์ควรทำ
โอกาส องค์ ๕ อะไรบ้าง คือ:-
๑. เป็นลัชชี
๒. เป็นบัณฑิต
๓. เป็นปกตัตตะ
๔. เป็นผู้พูดประสงค์ให้ออกจากอาบัติ
๕. ไม่เป็นผู้พูดประสงค์ให้เคลื่อนจากพรหมจรรย์
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ขอให้ทำโอกาส สงฆ์
ควรทำโอกาส.
ไม่ควรสนทนาวินัย
[๑,๑๗๘] อุ. ภิกษุทั้งหลาย ไม่พึงสนทนาวินัยกับภิกษุประกอบด้วย
องค์เท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า
พ. ภิกษุทั้งหลายไม่พึงสนทนาวินัย กับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕
องค์ ๕ อะไรบ้าง คือ:-
๑. ไม่รู้วัตถุ
๒. ไม่รู้นิทาน
๓. ไม่รู้บัญญัติ

788
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 789 (เล่ม 10)

๔. ไม่รู้บทที่ตกหล่นภายหลัง
๕. ไม่รู้ทางถ้อยคำอันเข้าสนธิกันได้
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุทั้งหลายไม่พึงสนทนาวินัย กับภิกษุผู้ประกอบด้วย
องค์ ๕ นี้แล
ควรสนทนาวินัย
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุทั้งหลายพึงสนทนาวินัย กับภิกษุผู้ประกอบด้วย
องค์ ๕ องค์ ๕ อะไรบ้าง คือ:-
๑. รู้วัตถุ
๒. รู้นิทาน
๓. รู้บัญญัติ
๔. รู้บทที่ตกหล่นในภายหลัง
๕. รู้ทางถ้อยคำอันเข้าสนธิเข้ากันได้
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุทั้งหลายพึงสนทนาวินัย กับภิกษุผู้ประกอบด้วย
องค์ ๕ นี้แล.
ถามปัญหา
[๑,๑๗๙] อุ. การถามปัญหามีเท่าไร พระพุทธเจ้าข้า
พ. ดูก่อนอุบาลี การถามปัญหานี้ มี ๕ อย่าง ๕ อะไรบ้าง คือ:-
๑. ภิกษุถามปัญหา เพราะความรู้น้อย เพราะงมงาย
๒. เป็นผู้มีความปรารถนาลามก ถูกความปรารถนาครอบงำ จึงถาม
ปัญหา

789
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 790 (เล่ม 10)

๓. ถามปัญหาเพราะความดูหมิ่น
๔. เป็นผู้ไม่ประสงค์จะรู้ จึงถามปัญหา
๕. ถามปัญหาด้วยมนสิการว่า ถ้าเราถามปัญหาขึ้น ภิกษุจะพยากรณ์
โดยชอบเทียว การพยากรณ์ดังนี้นั้นเป็นความดี ถ้าเราถามปัญหาแล้ว เธอจัก
ไม่พยากรณ์โดยชอบเทียว เราจักพยากรณ์แก่เธอโดยชอบเทียว
ดูก่อนอุบาลี การถามปัญหา ๕ นี้แล.
การอวดอ้างมรรคผล
อุ. การอวดอ้างมรรคผล มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า
พ. ดูก่อนอุบาลี การอวดอ้างมรรคผลนี้ มี ๕ อย่าง ๕ อย่างอะไร
บ้างคือ:-
๑. ภิกษุอวดอ้างมรรคผล เพราะความรู้น้อย เพราะความงมงาย
๒. ภิกษุมีความปรารถนาลามก ถูกความปรารถนาครอบงำ จึงอวด
อ้างมรรคผล
๓. อวดอ้างมรรคผล เพราะวิกลจริต เพราะจิตฟุ้งซ่าน
๔. อวดอ้างมรรคผล เพราะสำคัญว่าได้บรรลุ
๕. อวดอ้างมรรคผลที่เป็นจริง
ดูก่อนอุบาลี การอวดอ้างมรรคผล ๕ อย่าง นี้แล.
วิสุทธิ ๕
[๑,๑๘๐] อุ. วิสุทธิมีเท่าไร พระพุทธเจ้าข้า
พ. ดูก่อนอุบาลี วิสุทธินี้ มี ๕ อย่าง ๕ อย่างอะไรบ้าง คือ:-

790
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 791 (เล่ม 10)

สวดนิทานแล้ว นอกนั้นสวดด้วยสุตบท นี้จัดเป็นวิสุทธิที่ ๑ สวด
นิทาน สวดปาราชิก ๔ แล้ว นอกนั้นสวดด้วยสุตบท นี้จัดเป็นวิสุทธิที่ ๒
สวดนิทาน สวดปาราชิก สวดสังฆาทิเสส ๑๓ แล้ว นอกจากนั้นสวดด้วย
สุตบท นี้จัดเป็นวิสุทธิที่ ๓ สวดนิทาน สวดปาราชิก ๔ สวดสังฆาทิเสส ๑๓
สวดอนิยต ๒ แล้วนอกนั้นสวดด้วยสุตบท นี้จัดเป็นวิสุทธิที่ ๔ สวดโดย
พิสดารทีเดียว จัดเป็นวิสุทธิที่ ๕
ดูก่อนอุบาลี วิสุทธิ ๕ อย่าง นี้แล.
โภชนะ ๕
[๑,๑๘๑] อุ. โภชนะมีเท่าไร หนอแล พระพุทธเจ้าข้า
พ. ดูก่อนอุบาลี โภชนะนี้มี ๕ อย่าง ๕ อย่างอะไรบ้าง คือ:-
๑. ข้าวสุก
๒. นมสด
๓. ขนมแห้ง
๔. ปลา
๕. เนื้อ
ดูก่อนอุบาลี โภชนะ ๕ อย่าง นี้แล.
ทิฏฐาวิกรรมวรรค ที่ ๔ จบ
หัวข้อประจำวรรค
[๑,๑๘๒] ทำความเห็นแย้ง ๑ ทำความเห็นแย้งอีกนัยหนึ่ง ๑ รับ
ประเคน ๑ ของเป็นเดน ๑ ห้ามภัตร ๑ ปฏิญญา ๑ ขอโอกาส ๑ สนทนา ๑
ถามปัญหา ๑ อวดอ้างมรรคผล ๑ วิสุทธิ ๑ โภชนะ ๑.

791
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 792 (เล่ม 10)

อัตตาทานวรรค ที่ ๕
หน้าที่ของโจทก์
[๑,๑๘๓] อุ. ภิกษุผู้โจทก์ประสงค์จะโจทผู้อื่น พึงกำหนดธรรม
เท่าไรไว้ในตน แล้วโจทผู้อื่น พระพุทธเจ้าข้า
พ. ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้โจทก์ประสงค์จะโจทผู้อื่น พึงกำหนดธรรม
๕ อย่างไว้ในตนแล้วโจทผู้อื่น ธรรม ๕ อย่าง อะไรบ้าง คือ:-
๑. ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้โจทก์ประสงค์จะโจทผู้อื่น พึงกำหนดอย่างนี้
ว่า เราเป็นผู้มีความประพฤติทางกายบริสุทธิ์หรือหนอ เราเป็นผู้ประกอบด้วย
ความประพฤติทางกายบริสุทธิ์ ไม่มีช่อง ไม่มีข้อสอบสวนหรือ ธรรมนั้นของ
เรามีอยู่หรือไม่มี
ดูก่อนอุบาลี ถ้าภิกษุไม่ใช่เป็นผู้มีความประพฤติทางกายบริสุทธิ์ ไม่
ใช่เป็นผู้ประกอบด้วยความประพฤติทางกายบริสุทธิ์ ไม่มีช่อง ไม่มีข้อสอบสวน
จะมีผู้ว่ากล่าวต่อเธอว่า เชิญท่านศึกษาความประพฤติทางกายก่อน จะมีคนว่า
กล่าวต่อเธอดังนี้
๒. ดูก่อนอุบาลี อนึ่ง ภิกษุผู้โจทก์ประสงค์จะโจทผู้อื่น พึงกำหนด
อย่างนี้ว่า เราเป็นผู้มีความพระพฤติทางวาจาบริสุทธิ์หรือหนอ เราเป็นผู้
ประกอบด้วยความพระพฤติทางวาจาบริสุทธิ์ ไม่มีช่อง ไม่มีข้อสอบสวนหรือ
ธรรมนั้นของเรามีอยู่หรือไม่มี
ดูก่อนอุบาลี ถ้าภิกษุไม่ใช่เป็นผู้มีความพระพฤติทางวาจาบริสุทธิ์ ไม่
ใช่เป็นผู้ประกอบด้วยความประพฤติทางวาจาบริสุทธิ์ ไม่มีช่อง ไม่มีข้อสอบ-
สวน จะมีผู้ว่ากล่าวต่อเธอว่า เชิญท่านศึกษาความประพฤติทางวาจาก่อน จะ
มีคนว่ากล่าวต่อเธอดังนี้

792
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 793 (เล่ม 10)

๓. ดูก่อนอุบาลี อนึ่ง ภิกษุผู้โจทก์ประสงค์จะโจทผู้อื่น พึงกำหนด
อย่างนี้ว่า เมตตาจิตไม่มีอาฆาต เราเข้าไปตั้งไว้แล้วในหมู่เพื่อนสพรหมจารี
หรือธรรมนั้นของเรามีอยู่หรือไม่มี
ดูก่อนอุบาลี ถ้าภิกษุไม่ได้เข้าไปตั้งเมตตาจิตไม่มีอาฆาตในหมู่เพื่อน
สพรหมจารี จะมีผู้ว่ากล่าวต่อเธอว่า เชิญท่านเข้าไปตั้งเมตตาจิตในหมู่เพื่อน
สพรหมจารีก่อน จะมีคนว่ากล่าวต่อเธอดังนี้
๔. ดูก่อนอุบาลี อนึ่ง ภิกษุผู้โจทก์ประสงค์จะโจทผู้อื่น พึงกำหนด
อย่างนี้ว่า เราเป็นผู้มีสุตะมาก ทรงจำสุตะ สั่งสมสุตะหรือหนอ ธรรมเหล่านั้น
ใด งามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์
พร้อมทั้งอรรถ ทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์ สิ้นเชิง ธรรมเห็นปานนั้น
เราได้ฟังมาก ทรงจำไว้คล่องปาก ขึ้นใจ แทงตลอดดีแล้วด้วยปัญญา ธรรม
นั้นของเรามีอยู่หรือไม่มี
ดูก่อนอุบาลี ถ้าภิกษุไม่ใช่เป็นผู้มีสุตะมาก ทรงจำสุตะ สั่งสมสุตะ
ธรรมเหล่านั้นใด งามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศ
พรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์ สิ้นเชิง
ธรรมเห็นปานนั้น เธอหาได้ฟังมาก ทรงจำไว้คล่องปาก ขึ้นใจ แทงตลอดดี
แล้วด้วยปัญญาไม่ จะมีผู้กล่าวต่อเธอว่า เชิญท่านเรียนคัมภีร์ก่อน จะมีคนว่า
กล่าวต่อเธอดังนี้
๕. ดูก่อนอุบาลี อนึ่ง ภิกษุผู้โจทก์ประสงค์จะโจทผู้อื่น พึงกำหนด
อย่างนี้ว่า เราจำปาติโมกข์ทั้งสองได้ดี โดยพิสดาร สวดไพเราะคล่องแคล่วดี
วินิจฉัยเรียบร้อย โดยสุตตะ โดยอนุพยัญชนะ หรือธรรมนั้นของเรามีอยู่
หรือไม่มี

793
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 794 (เล่ม 10)

ดูก่อนอุบาลี ถ้าภิกษุไม่ใช่เป็นผู้จำปาติโมกข์ทั้งสอง โดยพิสดาร
สวดไพเราะ คล่องแคล่วดี วินิจฉัยเรียบร้อย โดยสุตตะ โดยอนุพยัญชนะ
ไม่ได้ มีผู้ถามว่า ท่าน สิกขาบทนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ที่ไหน เธอถูกถาม
ดังนี้ ย่อมตอบไม่ถูกต้อง จะมีผู้ว่ากล่าวต่อเธอว่า เชิญท่านเล่าเรียนวินัยก่อน
จะมีคนว่ากล่าวต่อเธอดังนี้
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุโจทก์ประสงค์โจทผู้อื่น พึงกำหนดธรรม ๕ อย่างนี้
ไว้ในตน แล้วโจทผู้อื่นเถิด.
หน้าที่ของโจทก์อีกนัยหนึ่ง
[๑,๑๘๔] อุ. ภิกษุผู้โจทก์ประสงค์จะโจทผู้อื่น พึงตั้งธรรมเท่าไร
ไว้ในตนแล้วโจทผู้อื่น พระพุทธเจ้าข้า
พ. ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้โจทก์ประสงค์จะโจทผู้อื่น พึงตั้งธรรม ๕
อย่างไว้ในตนแล้วโจทผู้อื่น ธรรม ๕ อย่างอะไรบ้าง คือ:-
๑. เราจักพูดโดยกาลอันควร จักไม่พูดโดยกาลไม่ควร
๒. เราจักพูดด้วยคำจริง จักไม่พูดด้วยคำเท็จ
๓. เราจักพูดด้วยคำสุภาพ จักไม่พูดด้วยคำหยาบ
๔. เราจักพูดด้วยคำประกอบด้วยประโยชน์ จักไม่พูดด้วยคำไม่ประ-
กอบด้วยประโยชน์
๕. เราจักมีเมตตาจิตพูด จักไม่มุ่งร้ายพูด
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้โจทก์ประสงค์จะโจทผู้อื่น พึงตั้งธรรม ๕ อย่าง
นี้ไว้ในตนแล้วโจทผู้อื่นเถิด.

794