ย่อมแตกกันเป็น ๒ ฝ่าย. แม้ภิกษุณีทั้งหลายผู้อาศัยโอวาทเป็นอยู่ ก็ย่อมเป็น
๒ ฝ่าย. พวกอุบาสกก็ดี อุบาสิกาก็ดี เด็กชายก็ดี เด็กหญิงก็ดีย่อมเป็น ๒ ฝ่าย
แม้เหล่าอารักขเทวดาของชนเหล่านั้น ก็ย่อมแตกกันเป็น ๒ ฝ่ายเหมือนกัน.
ต่อแต่นั้นเทวดาทั้งหลาย นับภุมมเทวดาเป็นต้น จนถึงอกนิฏฐพรหม ย่อม
แยกเป็น ๒ ฝ่ายด้วย.
ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ภิกษุผู้ลำเอียงด้วยฉันทาคติเป็นต้น
ย่อมเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อไม่เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก ฯลฯ เป็นผู้ปฏิบัติ เพื่อ
ไม่เป็นประโยชน์ เพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์ แก่ชนเป็นอันมาก ทั้งเทวดาและ
มนุษย์ทั้งหลาย.
บทว่า วิสมนิสฺสิโต ได้แก่ ผู้อาศัยกายกรรมเป็นต้น ซึ่งไม่
เรียบร้อย.
บทว่า คหณนิสฺสิโต ได้แก่ ผู้อาศัยความถือ กล่าวคือ มิจฉาทิฏฐิ
และอันตคาหิกทิฏฐิ.
บทว่า พลวนิสฺสิโต ได้แก่ ผู้อาศัยภิกษุผู้มีชื่อเสียง ซึ่งมีกำลัง.
สองบทว่า ตสฺส อวชานนฺโต ได้แก่ ดูหมิ่นถ้อยคำของภิกษุนั้น.
อีกอย่างหนึ่ง บทว่า ตสฺส นั้น เป็นฉัฏฐีวิภัตติ ใช้ในอรรถแห่งทุติยาวิ-
ภัตติ. อธิบายว่า ดูหมิ่นภิกษุนั้น.
สองบทว่า ยํ อตฺถาย มีความว่า เพื่อประโยชน์ใด.
สองบทว่า ตํ อตฺถํ มีความว่า ประโยชน์นั้น.
คำที่เหลือในที่ทั้งปวง ตื้นทั้งนั้น. ฉะนี้แล.
มหาสังคาม วัณณนา จบ