พุทธธรรมสงฆ์


หัวข้อธรรม (1)
ในอดีตกาล พระจูฬปันถก ก็เป็นคนโง่ พระโพธิสัตว์เป็นอาจารย์ พยายามสอนคาถาให้บทหนึ่ง เพราะอาศัยคาถานั้น เขาจึงได้เป็นเสนาบดี (พระจูฬปันถกเถระ)
40/336/2040/249/23
หัวข้อธรรม (1)
" ผู้มีปรีชาเห็นประจักษ์ ย่อมตั้งตนได้ด้วยทุนทรัพย์แม้น้อย เหมือนคนก่อไฟกองน้อยให้ลุกเป็นกองใหญ่ได้ฉะนั้น " (พระจูฬปันถกเถระ)
40/342/140/253/11
หัวข้อธรรม (1)
" ผู้มีปัญญา พึงทำเกาะ(ที่พึ่ง) ที่ห้วงนํ้าท่วมทับไม่ได้ ด้วยความหมั่น ด้วยความไม่ประมาท ด้วยความระวังและด้วยความฝึก " (พระจูฬปันถกเถระ)
40/343/540/254/3
หัวข้อธรรม (1)
เทศกาลคนชั่ว (พาลนักษัตร)
40/345/640/255/5
หัวข้อธรรม (1)
พระพุทธเจ้าทรงตำหนิ พระมหากัสสปเถระ ผู้กำลังเล็งทิพยจักษุ ตรวจดูสัตว์ทั้งหลายจุติ และเกิดอยู่ว่านั่นไม่ใช่วิสัยของสาวก วิสัยของสาวกมีประมาณน้อยนั่นเป็นวิสัยของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เท่านั้น. (พระมหากัสสปเถระ)
40/349/640/258/8
หัวข้อธรรม (1)
ภิกษุ 2 รูป เรียนกรรมฐานในสำนักพระศาสดา แล้วไปอยู่วิหารในป่า รูปหนึ่งคอยเก็บฝืนมาก่อไฟแล้วนั่งผิงไฟคุยกับภิกษุหนุ่ม และสามเณร อีกรูปหนึ่งทำความเพียรจนบรรลุพระอรหันต์ เมื่อออกพรรษาทั้งสองกลับมาเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงติเตียนองค์ที่ประมาท (ภิกษุ ๒ สหาย)
40/352/640/261/5
หัวข้อธรรม (1)
" ผู้มีปัญญาดี เมื่อชนทั้งหลายประมาทแล้วไม่ประมาท เมื่อชนทั้งหลายหลับแล้ว ตื่นอยู่โดยมาก ย่อมละบุคคลผู้มีปัญญาทรามไปเสีย ดุจม้าตัวมีฝีเท้าเร็วละทิ้งตัวหากำลังมิได้ไปฉะนั้น " (ภิกษุ ๒ สหาย)
40/354/540/262/13
หัวข้อธรรม (1)
ท้าวสักกะ เมื่อก่อนชื่อ มฆมาณพ จึงเรียกว่า ท้าวมฆวา, ได้ให้ทานก่อนเขาจึงเรียกว่า ท้าวปุรินททะ, ให้ทานโดยเคารพ จึงเรียกว่า ท้าวสักกะ , ให้ที่พักอาศัย จึงเรียกว่า ท้าววาสวะ, ทรงดำริข้อความตั้งพันโดยครู่เดียว จึงเรียกว่าสหัสสักขะ, นางสุชาดา เป็นปชาบดี จึงเรียกว่า ท้าวสุชัมบดี, ทรงเสวยราชสมบัติ แห่งเทพชั้นดาวดึงส์ จึงเรียกว่า เทวานมินทะ (ท้าวสักกะ)
40/357/440/264/21
หัวข้อธรรม (1)
ท้าวสักกะ ถึงความเป็นท้าวสักกะ เพราะบำเพ็ญวัตตบท 7 มีเป็นผู้เลี้ยงพ่อแม่ตลอดชีวิต เป็นต้น. (ท้าวสักกะ)
40/358/440/265/12
หัวข้อธรรม (1)
มฆมาณพ กับสหาย 33 คน (ท้าวสักกะ)
40/359/1340/266/13