พุทธธรรมสงฆ์
หัวข้อธรรม (1)
เวลาจบเทศนาในสูตรนี้ เทวดาพันโกฏิ บรรลุพระอรหัต และที่เป็นพระโสดาบันเป็นต้น นับไม่ถ้วน (อ.สูตรที่ ๕)
33/382/1133/341/3
หัวข้อธรรม (1)
[๒๘๒] เหตุให้คนทะเลาะกันเพราะ กามราคะ เหตุที่สมณะวิวาทกัน คือทิฏฐิราคะ (สูตรที่ ๖)
33/387/933/345/15
หัวข้อธรรม (1)
[๒๘๓] พระมหากัจจานะแสดงถึงผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็นบัณฑิต เป็นเถระ มิใช่เพราะเป็นคนแก่ จบเทศนา พราหมณ์กัณฑรายนะ กราบเท้าพระเถระ พร้อมกับบอกความที่ตนเป็นเด็ก และขอประกาศตนเป็นอุบาสก (สูตรที่ ๗)
33/390/1633/349/13
หัวข้อธรรม (1)
" ผู้ใดมีสัจจะ เที่ยงธรรม ไม่เบียดเบียน สำรวมฝึกฝน ผู้นั้น แหละเป็นผู้คายกิเลส ดุจธุลีแล้ว เป็นปราชญ์ เราเรียกว่า เถระ" (อ.สูตรที่ ๗)
33/394/1133/352/12
หัวข้อธรรม (1)
[๒๘๔] สมัยใด ภิกษุเลวทรามมีกำลัง ภิกษุมีศีลเป็นที่รักย่อมถอยกำลัง เป็นผู้นิ่งเงียบในท่ามกลางสงฆ์ หรือคบชนบทปลายแดน ข้อนี้ย่อมเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์ เพื่อทุกข์แก่เทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย (สูตรที่ ๘)
33/395/333/353/9
หัวข้อธรรม (1)
[๒๘๕] " เราไม่สรรเสริญความปฏิบัติผิดของคน 2 จำพวก คือ คฤหัสถ์ บรรพชิต " (สูตรที่ ๙)
33/397/833/355/13
หัวข้อธรรม (1)
[๒๘๖] ภิกษุพวกที่ห้ามอรรถและธรรมโดยสูตรซึ่งตนเรียนไว้ไม่ดี ด้วยพยัญชนะปฏิรูปนั้น ชื่อว่าปฏิบัติแล้วเพื่อความฉิบหาย เพื่อทุกข์แก่เทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย ยังจะประสบบาปเป็นอันมาก ทำสัทธรรมนี้ให้อันตรธาน (สูตรที่ ๑๐)
33/398/633/356/16
หัวข้อธรรม (1)
[๒๘๗] บริษัท 2 จำพวก คือบริษัทตื้น บริษัทลึก, บริษัทใดในธรรมวินัยนี้ มีภิกษุฟุ้งซ่านเชิดตัว มีจิตกวัดแกว่ง ปากกล้า พูดอื้อฉาว หลงลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะมีจิตไม่ตั้งมั่น คิดจะสึก ไม่สำรวมอินทรีย์ บริษัทเช่นนี้ เรียกว่า บริษัทตื้น (สูตรที่ ๑)
33/400/433/358/4
หัวข้อธรรม (1)
[๒๘๘] บริษัท 2 จำพวกคือ บริษัทที่แยกออกเป็นพวก บริษัทที่สามัคคีกัน, บริษัทใดในธรรมวินัยนี้ มีภิกษุหมายมั่นทะเลาะวิวาทกัน ต่างเอาหอก คือ ปากทิ่มแทงกันและกันอยู่ บริษัทเช่นนี้ เรียกว่า บริษัทที่แยกกันเป็นพวก (สูตรที่ ๒)
33/401/1233/360/3
หัวข้อธรรม (1)
สมคฺคา (ความสามัคคี) ความว่า ประกอบด้วยความเป็นผู้พร้อมเพรียงกันด้วยการกระทำสิ่งเหล่านี้ คือ งานเดียวกัน อุเทศเดียวกัน มีการศึกษาเสมอกัน (อ.สูตรที่ ๒)
33/402/1133/361/5