ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 415 (เล่ม 10)

ถ. มีเหตุเท่าไร
ต. มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓
ถ. มีมูลเท่าไร
ต. มีมูล ๑๔
ถ. ภิกษุโจทด้วยอาการเท่าไร
ต. ภิกษุโจทด้วยอาการ ๒ คือ ด้วยวัตถุ ๑ ด้วยอาบัติ ๑
ถ. อนุวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร
ต. อนุวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๔ คือ ด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วย
สติวินัย ๑ ด้วยอมูฬหวินัย ๑ ด้วยตัสสปาปิยสิกา ๑.
[๘๘๗] ถามว่า อาปัตตาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน
ตอบว่า มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นประธาน มีความ
ไม่โลภ ความไม่โกรธ ความไม่หลง เป็นประธาน
ถ. มีฐานเท่าไร
ต. มีฐาน คือ กองอาบัติ ๗
ถ. มีวัตถุเท่าไร
ต. มีวัตถุ คือ กองอาบัติ ๗
ถ. มีภูมิเท่าไร
ต. มีภูมิ คือ กองอาบัติ ๗
ถ. มีเหตุเท่าไร
ต. มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓

415
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 416 (เล่ม 10)

ถ. มีมูลเท่าไร
ต. มีมูล คือ สมุฏฐานอาบัติ ๖
ถ. ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการเท่าไร
ต . ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๖ คือ ไม่ละอาย ๑ ไม่รู้ ๑ สงสัย
แล้วขืนทำ ๑ สำคัญว่าควรในของไม่ควร ๑ สำคัญว่าไม่ควรในของควร ๑
ลืมสติ ๑
ถ. อาปัตตาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร
ต. อาปัตตาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๓ คือ ด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วย
ปฏิญญาตกรณะ ๑ ด้วยติณวัตถารกะ ๑.
[๘๘๘] ถามว่า กิจจาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน
ตอบว่า มีความ โลภ ความโกรธ ความหลง เป็นประธาน มีความ
ไม่โลภ ความไม่โกรธ ความไม่หลง เป็นประธาน
ถ. มีฐานเท่าไร
ต. มีฐาน คือ กรรม ๔
ถ. มีวัตถุเท่าไร
ต. มีวัตถุ คือ กรรม ๔
ถ. มีภูมิเท่าไร
ต. มีภูมิ คือ กรรม ๔
ถ. มีเหตุเท่าไร
ต. มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓

416
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 417 (เล่ม 10)

ถ. มีมูลเท่าไร
ต. มีมูล ๑ คือ สงฆ์
ถ. กิจเกิดด้วยอาการเท่าไร
ต. กิจเกิดด้วยอาการ ๒ คือ ด้วยญัตติ ๑ ด้วยอุปโลกน์ ๑
ถ. กิจจาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร
ต. กิจจาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะอย่างหนึ่ง คือ ด้วยสัมมุขาวินัย.
[๘๘๙] ถามว่า สมถะ มีเท่าไร
ตอบว่า สมถะมี ๗ คือ สัมมุขาวินัย สติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญ-
ญาตกรณะ เยภุยยสิกา ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ สมถะมี ๗ เหล่านี้
ถ. บางทีสมถะ ๗ เหล่านี้ เป็นสมถะ ๑๐ สมถะ ๑๐ เป็นสมถะ ๗
ด้วยอำนาจวัตถุโดยปริยาย หรือ
ต. บางทีเป็นได้ ก็บางทีเป็นได้อย่างไร คือ วิวาทาธิกรณ์มีสมถะ ๒
อนุวาทาธิกรณ์มีสมถะ ๔ อาปัตตาธิกรณ์มีสมถะ ๓ กิจจาธิกรณ์มีสมถะ ๑
อย่างนี้ที่สมถะ ๗ เป็นสมถะ ๑๐ สมถะ ๑๐ เป็นสมถะ ๗ ด้วยอำนาจวัตถุ
โดยปริยาย.
ปริยายวาร ที่ ๖ จบ
สาธารณวาร ที่ ๗
[๘๙๐] ถามว่า สมถะเท่าไร ทั่วไปแก่วิวาทาธิกรณ์ สมถะเท่าไร
ไม่ทั่วไปแก่วิวาทาธิกรณ์ สมถะเท่าไร ทั่วไปแก่อนุวาทาธิกรณ์ สมถะเท่าไร
ไม่ทั่วไปแก่อนุวาทาธิกรณ์ สมถะเท่าไร ทั่วไปแก่อาปัตตาธิกรณ์ สมถะเท่าไร

417
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 418 (เล่ม 10)

ไม่ทั่วไปแก่อาปัตตาธิกรณ์ สมถะเท่าไร ทั่วไปแก่กิจจาธิกรณ์ สมถะเท่าไร
ไม่ทั่วไปแก่กิจจาธิกรณ์
ตอบว่า สมถะ ๒ อย่าง ทั่วไปแก่วิวาทาธิกรณ์ คือ สัมมุขาวินัย
เยภุยยสิกา สมถะ ๕ อย่าง ไม่ทั่วไปแก่วิวาทาธิกรณ์ คือ สติวินัย อมูฬห-
วินัย ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ
สมถะ ๔ อย่าง ทั่วไปแก่อนุวาทาธิกรณ์ คือ สัมมุขาวินัย สติวินัย
อมูฬหวินัย ตัสสปาปิยสิกา สมถะ ๓ อย่าง ไม่ทั่วไปแก่อนุวาทาธิกรณ์ คือ
เยภุยยสิกา ปฏิญญาตกรณะ ติณวัตถารกะ
สมถะ ๓ อย่าง ทั่วไปแก่อาปัตตาธิกรณ์ คือ สัมมุขาวินัย ปฏิญ-
ญาตกรณะ ติณวัตถารกะ สมถะ ๔ อย่าง ไม่ทั่วไปแก่อาปัตตาธิกรณ์ คือ
เยภุยยสิกา สติวินัย อมูฬหวินัย ตัสสปาปิยสิกา
สมถะอย่างหนึ่ง ทั่วไปแก่กิจจาธิกรณ์ คือ สัมมุขาวินัย สมถะ ๖
อย่าง ไม่ทั่วไปแก่กิจจาธิกรณ์ คือ เยภุยยสิกา สติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญ-
ญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ.
สาธารณวาร ที่ ๗ จบ
ตัพภาคิยวาร ที่ ๘
[๘๙๑] ถามว่า สมถะเท่าไร เป็นไปในส่วนนั้นแห่งวิวาทาธิกรณ์
สมถะเท่าไร เป็นไปในส่วนอื่นแห่งวิวาทาธิกรณ์ สมถะเท่าไร เป็นไปในส่วน
นั้นแห่งอนุวาทาธิกรณ์ สมถะเท่าไร เป็นไปในส่วนอื่นแห่งอนุวาทาธิกรณ์
สมถะเท่าไร เป็นไปในส่วนอื่นแห่งอนุวาทาธิกรณ์ สมถะเท่าไร เป็นไปใน
ส่วนนั้นแห่งอาปัตตาธิกรณ์ สมถะเท่าไรเป็นไปในส่วนอื่นแห่งกิจจาธิกรณ์

418
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 419 (เล่ม 10)

ตอบว่า สมถะ ๒ อย่าง เป็นไปในส่วนนั้นแห่งวิวาทาธิกรณ์ คือ
สัมมุขาวินัย เยภุยยสิกา สมถะ ๕ อย่าง เป็นไปในส่วนอื่นแห่งวิวาทาธิกรณ์
คือ สติวินัย อมูฬหวินัย ปฎิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ
สมถะ ๔ อย่าง เป็นไปในส่วนนั้นแห่งอนุวาทาธิกรณ์ คือ สัมมุขาวินัย
สติวินัย อมูฬหวินัย ตัสสปาปิยสิกา สมถะ ๓ อย่าง เป็นไปในส่วนอื่นแห่ง
อนุวาทาธิกรณ์ คือ เยภุยยสิกา ปฏิญาณตกรณะ ติณวัตถารกะ
สมถะ ๓ อย่าง เป็นไปในส่วนนั้นแห่งอาปัตตาธิกรณ์ คือ สัมมุขา-
วินัย ปฏิญญาตกรณะ ติณวัตถารกะ สมถะ ๔ อย่าง เป็นไปในส่วนอื่นแห่ง
อาปัตตาธิกรณ์ คือ เยภุยยสิกา สติวินัย อมูฬหวินัย ตัสสปาปิยสิกา
สมถะอย่างหนึ่ง เป็นไปในส่วนนั้นแห่งกิจจาธิกรณ์ คือ สัมมุขาวินัย
สมถะ ๖ อย่าง เป็นไปในส่วนอื่นแห่งกิจจาธิกรณ์ คือ เยภุยยสิกา สติวินัย
อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ.
ตัพภาคิยวาร ที่ ๘ จบ
วารที่ ๙ ว่าด้วยสมถะทั่วไปแก่สมถะ
[๘๙๒] สมถะทั่วไปแก่สมถะ สมถะไม่ทั่วไปแก่สมถะ สมถะบาง-
อย่างทั่วไปแก่สมถะ สมถะบางอย่างไม่ทั่วไปแก่สมถะ
ถามว่า อย่างไร สมถะบางอย่างทั่วไปแก่สมถะ อย่างไร สมถะ
บางอย่างไม่ทั่วไปแก่สมถะ
ตอบว่า เยภุยยสิกา ทั่วไปแก่สัมมุขาวินัย ไม่ทั่วไปแก่สติวินัย
อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ

419
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 420 (เล่ม 10)

สติวินัย ทั่วไปแก่สัมมุขาวินัย ไม่ทั่วไปแก่อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ
ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ เยภุยยสิกา
อมูฬหวินัย ทั่วไปแก่สัมมุขาวินัย ไม่ทั่วไปแก่ปฏิญญาตกรณะ
ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ เยภุยยสิกา สติวินัย
ปฏิญญาตกรณะ ทั่วไปแก่สัมมุขาวินัย ไม่ทั่วไปแก่ตัสสปาปิยสิกา
ติณวัตถารกะ เยภุยยสิกา สติวินัย อมูฬหวินัย
ตัสสปาปิยสิกา ทั่วไปแก่สัมมุขาวินัย ไม่ทั่วไปแก่ติณวัตถารกะ
เยภุยยสิกา สติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ
ติณวัตถารกะ ทั่วไปแก่สัมมุขาวินัย ไม่ทั่วไปแก่เยภุยยสิกา สติวินัย
อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา
สมถะบางอย่าง ทั่วไปแก่สมถะอย่างนี้ สมถะบางอย่าง ไม่ทั่วไปแก่
สมถะอย่างนี้.
วารที่ ๙ ว่าด้วยสมถะทั่วไป แก่สมถะ จบ
วารที่ ๑๐ ว่าด้วยสมถะเป็นไปในส่วนนั้นแห่งสมถะ
[๘๙๓] สมถะเป็นไปในส่วนนั้นแห่งสมถะ สมถะเป็นไปในส่วนอื่น
แห่งสมถะ สมถะบางอย่าง เป็นไปในส่วนนั้นแห่งสมถะ สมถะบางอย่างเป็น
ไปในส่วนอื่นแห่งสมถะ
ถามว่า อย่างไร สมถะบางอย่างเป็นไปในส่วนนั้นแห่งสมถะ อย่างไร
สมถะบางอย่าง เป็นไปในส่วนอื่นแห่งสมถะ

420
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 421 (เล่ม 10)

ตอบว่า เยภุยยสิกาเป็นไปในส่วนนั้นแห่งสัมมุขาวินัยเป็นไปในส่วน
อื่นแห่งสติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ
สติวินัยเป็นไปในส่วนนั้นแห่งสัมมุขาวินัย เป็นไปในส่วนอื่นแห่งอมู-
ฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ เยภุยยสิกา
อมูฬหวินัยเป็นไปในส่วนนั้นแห่งสัมมุขาวินัย เป็นไปในส่วนอื่นแห่ง
ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ เยภุยยสิกา สติวินัย
ปฏิญญาตกรณะเป็นไปในส่วนนั้นแห่งสัมมุขาวินัย เป็นไปในส่วนอื่น
แห่งตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ เยภุยยสิกา สติวินัย อมูฬหวินัย
ตัสสปาปิยสิกาเป็นไปในส่วนนั้นแห่งสัมมุขาวินัย เป็นไปในส่วนอื่น
แห่งติณวัตถารกะ เยภุยยสิกา สติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ
ติณวัตถารกะ เป็นไปในส่วนนั้นแห่งสัมมุขาวินัย เป็นไปในส่วนอื่น
แห่งเยภุยยสิกา สติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา
สมถะบางอย่าง เป็นไปในส่วนนั้นแห่งสมถะอย่างนี้ สมถะบางอย่าง
เป็นไปในส่วนอื่นแห่งสมถะอย่างนี้.
วารที่ ๑๐ ว่าด้วยสมถะเป็นไปในส่วนนั้นแห่งสมถะ จบ
สมถสัมมุขาวินัยวารที่ ๑๑
[๘๙๔] สมถะ คือ สัมมุขาวินัย สัมมุขาวินัย คือ สมถะ สมถะ
คือ เยภุยยสิกา เยภุยยสิกา คือ สมถะ สมถะ คือ สติวินัย สติวินัย คือ
สมถะ สมถะ คือ อมูฬหวินัย อมูฬหวินัย คือ สมถะ สมถะ คือ
ปฏิญญาตกรณะ ปฏิญญาตกรณะ คือ สมถะ สมถะ คือ ตัสสปาปิยสิกา
ตัสสปาปิยสิกา คือ สมถะ สมถะ คือ ติณวัตถารกะ ติณวัตถารกะ คือ สมถะ

421
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 422 (เล่ม 10)

สมถะเหล่านี้ คือ เยภุยยสิกา สติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญญญาตกรณะ
ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ เป็นสมถะ มิใช่เป็นสัมมุขาวินัย สัมมุขาวินัย
เป็นสมถะ และเป็นสัมมุขาวินัย
สมถะเหล่านี้ คือ สติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ ตัสส-
ปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ สัมมุขาวินัย เป็นสมถะ มิใช่เป็นเยภุยยสิกา
เยภุยยสิกา เป็นสมถะ และเป็นเยภุยยสิกา
สมถะเหล่านี้ คือ อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา
ติณวัตถารกะ สัมมุขาวินัย เยภุยยสิกา เป็นสมถะ มิใช่เป็นสติวินัย สติวินัย
เป็นสมถะ และเป็นสติวินัย
สมถะเหล่านี้ คือ ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ
สัมมุขาวินัย เยภุยยสิกา สติวินัยเป็นสมถะ มิใช่เป็นอมูฬหวินัย อมูฬหวินัย
เป็นสมถะ และเป็นอมูฬหวินัย
สมถะเหล่านี้ คือ ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ สัมมุขาวินัย
เยภุยยสิกา สติวินัย อมูฬหวินัย เป็นสมถะ มิใช่เป็นปฏิญญาตกรณะ
ปฏิญญาตกรณะ เป็นสมถะ และเป็นปฏิญญาตกรณะ
สมถะเหล่านี้ คือ ติณวัตถารกะ สัมมุขาวินัย เยภุยยสิกา สติวินัย
อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ เป็นสมถะ มิใช่เป็นตัสสปาปิยสิกา ตัสสปาปิยสิกา
เป็นสมถะ และเป็นตัสสปาปิยสิกา
สมถะเหล่านี้ คือ สัมมุขาวินัย เยภุยยสิกา สติวินัย อมูฬหวินัย
ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา เป็นสมถะ มิใช่เป็นติณวัตถารกะ ติณวัตถารกะ
เป็นสมถะ และเป็นติณวัตถารกะ.

422
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 423 (เล่ม 10)

[๘๙๕] วินัย คือ สัมมุขาวินัย สัมมุขาวินัย คือ วินัย วินัย คือ
เยภุยยสิกา เยภุยยสิกา คือ วินัย วินัย คือ สติวินัย สติวินัย คือ วินัย
วินัย คือ อมูฬหวินัย อมูฬหวินัย คือ วินัย วินัย คือ ปฏิญญาตกรณะ
ปฏิญญาตกรณะ คือ วินัย วินัย คือ ตัสสปาปิยสิกา ตัสสปาปิยสิกา คือ
วินัย วินัย คือ ติณวัตถารกะ ติณวัตถารกะ คือ วินัย.
สมถสัมมุขาวินัยวารที่ ๑๑ จบ
วินัยวารที่ ๑๒
[๘๙๖] วินัย บางอย่างเป็นสัมมุขาวินัย บางอย่างไม่เป็นสัมมุขาวินัย
สัมมุขาวินัย เป็นวินัย และเป็นสัมมุขาวินัย
วินัยบางอย่างเป็นเยภุยยสิกา บางอย่างไม่เป็นเยภุยยสิกา เยภุยยสิกา
เป็นวินัย และเป็นเยภุยยสิกา
วินัยบางอย่างเป็นสติวินัย บางอย่างไม่เป็นสติวินัย สติวินัย เป็นวินัย
และเป็นสติวินัย
วินัยบางอย่างเป็นอมูฬหวินัย บางอย่างไม่เป็นอมูฬหวินัย อมูฬหวินัย
เป็นวินัย และเป็นอมูฬหวินัย
วินัยบางอย่างเป็นปฏิญญาตกรณะ บางอย่างไม่เป็นปฏิญญาตกรณะ
ปฏิญญาตกรณะ เป็นวินัย และเป็นปฏิญญาตกรณะ
วินัยบางอย่างเป็นตัสสปาปิยสิกา บางอย่างไม่เป็นตัสสปาปิยสิกา
ตัสสปาปิยสิกา เป็นวินัย และเป็นตัสสปาปิยสิกา

423
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 424 (เล่ม 10)

วินัยบางอย่างเป็นติณวัตถารกะ บางอย่างไม่เป็นติณวัตถารกะ ติณ-
วัตถารกะเป็นวินัย แสะเป็นติณวัตถารกะ.
วินัยวารที่ ๑๒ จบ
กุศลวารที่ ๑๓
[๘๙๗] สัมมุขาวินัย เป็นกุศล อกุศล อัพยากฤต
เยภุยยสิกา เป็นกุศล อกุศล อัพยากฤต
สติวินัย เป็นกุศล อกุศล อัพยากฤต
อมูฬหวินัย เป็นกุศล อกุศล อัพยากฤต
ปฏิญญาตกรณะ เป็นกุศล อกุศล อัพยากฤต
ตัสสปาปิยสิกา เป็นกุศล อกุศล อัพยากฤต
ติณวัตถารกะ เป็นกุศล อกุศล อัพยากฤต
สัมมุขาวินัย บางทีเป็นกุศล บางทีเป็นอัพยากฤต สัมมุขาวินัย เป็น
อกุศลไม่มี
เยภุยยสิกา บางทีเป็นกุศล บางทีเป็นอกุศล บางทีเป็นอัพยากฤต
สติวินัย บางทีเป็นกุศล บางทีเป็นอกุศล บางทีเป็นอัพยากฤต
อมูฬหวินัย บางทีเป็นกุศล บางทีเป็นอกุศล บางทีเป็นอัพยากฤต
ปฏิญญาตกรณะ บางทีเป็นกุศล บางทีเป็นอกุศล บางทีเป็นอัพยากฤต
ตัสสปาปิยสิกา บางทีเป็นกุศล บางทีเป็นอกุศล บางทีเป็นอัพยากฤต
ติณวัตถารกะ บางทีเป็นกุศล บางทีเป็นอกุศล บางทีเป็นอัพยากฤต.

424