สามบทว่า ฉตฺตํ ยานญฺจ สงฺฆาณึ ได้แก่ ๓ สิกขาบทที่พระผู้มี
พระภาคเจ้าตรัสว่า ภิกษุณีใด ไม่อาพาธ พึงใช้ร่มและรองเท้า ไม่เป็นไข้
พึงไปด้วยยาน ภิกษุณีใด พึงใช้เข็มขัด.
สองบทว่า อลงฺการํ คนฺธวาสิตํ ได้แก่ ๓ สิกขาบทที่พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสว่ ภิกษุณีใด พึงทรงไว้ซึ่งเครื่องแต่งตัวสำหรับสตรี พึงอาบด้วย
ของหอมและสี พึงอาบด้วยแป้งอบ.
ด้วยบทว่า ภิกฺขุนี เป็นต้น ตรัส ๔ สิกขาบท มีสิกขาบทว่า
ภิกษุณีใด พึงใช้ภิกษุณีให้นวด เป็นอาทิ.
สองบทว่า อสงฺกจฺฉิกา อาปตฺติ ได้แก่ อาบัติที่พระผู้มีพระภาค-
เจ้าตรัสอย่างนี้ว่า ภิกษุณีใด ไม่มีประคดอกเข้าบ้าน ต้องปาจิตตีย์.
บาทคาถาว่า จตฺตาริสา จตุตฺตรี ได้แก่ ๔๔ สิกขาบทเหล่านี้
ทั้งหมด.
หลายบทว่า กาเยน น วาจาจิตฺเตน กายจิตฺเตน น วาจโต
มีความว่า เกิดทางกายและกายกับจิต ไม่เกิดทางวาจากับจิตไม่เกิดทางวาจา.
คำว่า ทุกสิกขาบท มีสมุฏฐาน ๒ ชื่อว่าเอฬกโลมสมุฏฐานเสมอกัน
นี้ มีเนื้อความชัดเจนแล้ว.
[ว่าด้วยปทโสธัมมสมุฏฐาน]
สองบทว่า ปทญฺญตฺร อสมฺมตา ได้แก่ ๓ สิกขาบท ที่พระผู้มี
พระภาคเจ้าตรัสว่า ภิกษุใด พึงยังอนุปสัมบันให้กล่าวธรรมโดยบท ๑, ภิกษุใด
พึงแสดงธรรมแก่มาตุคาม ยิ่งกว่า ๖-๕ คำ เว้นแต่มีบุรุษผู้รู้เตียงสา ๑,
ภิกษุใด ไม่ได้รับสมมติสั่งสอนพวกภิกษุณี ๑.