พุทธธรรมสงฆ์
หัวข้อธรรม (1)
[๕๐๒] ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจใน จักขุสัมผัส... มโนสัมผัส เป็น อุปกิเลสแห่งจิต เมื่อใดภิกษุละอุปกิเลสแห่งจิตในฐานะ 6 นี้ได้ เมื่อนั้นจิตของเธอ ย่อมเป็นอันน้อมไปในเนกขัมมะ จิตอันเนกขัมมะอบรมแล้ว ย่อมปรากฏว่า ควรแก่การงาน ในธรรมอันพึงทำให้แจ้งด้วย อภิญญา (ผัสสสูตร)
27/538/1827/525/3
หัวข้อธรรม (1)
[๕๐๓] ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจใน เวทนาอันเกิดจากจักขุสัมผัส เป็นต้นเป็นอุปกิเลสแห่งจิต เมื่อใดภิกษุละอุปกิเลสแห่งจิตในฐานะ 6 นี้ได้ เมื่อนั้น จิตของเธอย่อมเป็นอันน้อมไปในเนกขัมมะ จิตอันเนกขัมมะอบรมแล้วย่อมปรากฏ ว่า ควรแก่การงาน ในธรรมอันพึงทำให้แจ้งด้วย อภิญญา (เวทนาสูตร)
27/539/927/525/13
หัวข้อธรรม (1)
[๕๐๔] ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจใน รูปสัญญา... ธรรมสัญญาเป็น อุปกิเลสแห่งจิต เมื่อใดภิกษุละอุปกิเลสแห่งจิตในฐานะ 6 นี้ได้ เมื่อนั้น จิตของ เธอย่อมเป็นอันน้อมไปในเนกขัมมะ จิตอันเนกขัมมะอบรมแล้วย่อมปรากฏว่าควร แก่การงาน ในธรรมอันพึงทำให้แจ้งด้วย อภิญญา (สัญญาสูตร)
27/539/2027/526/3
หัวข้อธรรม (1)
[๕๐๕] ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจใน รูปสัญญาเจตนา (ความคิดอ่าน ในรูป) เป็นต้น เป็นอุปกิเลสแห่งจิต เมื่อใดภิกษุละอุปกิเลสแห่งจิตในฐานะ 6 นี้ ได้ เมื่อนั้นจิตของเธอย่อมเป็นอันน้อมไปในเนกขัมมะ จิตอันเนกขัมมะอบรมแล้ว ย่อมปรากฏว่า ควรแก่การงาน ในธรรมอันพึงทำให้แจ้งด้วย อภิญญา (เจตนาสูตร)
27/540/1027/526/13
หัวข้อธรรม (1)
[๕๐๖] ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจใน รูปตัณหา (ความอยากในรูป) เป็นต้น เป็นอุปกิเลสแห่งจิต เมื่อใดภิกษุละอุปกิเลสแห่งจิตในฐานะ 6 นี้ได้ เมื่อนั้นจิตของเธอย่อมเป็นอันน้อมไปในเนกขัมมะ จิตอันเนกขัมมะอบรมแล้ว ย่อมปรากฏว่า ควรแก่การงาน ในธรรมอันพึงทำให้แจ้งด้วยอภิญญา (ตัณหาสูตร)
27/540/2127/527/3
หัวข้อธรรม (1)
[๕๐๗] ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจใน ปฐวีธาตุ... วิญญาณธาตุเป็น อุปกิเลสแห่งจิต เมื่อใดภิกษุละอุปกิเลสแห่งจิตในฐานะ 6 นี้ได้ เมื่อนั้นจิตของ เธอย่อมเป็นอันน้อมไปในเนกขัมมะ จิตอันเนกขัมมะอบรมแล้ว ย่อมปรากฏว่า ควรแก่การงาน ในธรรมอันพึงทำให้แจ้งด้วย อภิญญา (ธาตุสูตร ๑๐. ขันธสูตร)
27/541/1127/527/13
หัวข้อธรรม (1)
[๕๐๘] ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจใน ขันธ์ 5 เป็นอุปกิเลสแห่งจิต เมื่อใด ภิกษุละอุปกิเลสแห่งจิตในฐานะ 5 นี้ได้ เมื่อนั้นจิตของเธอย่อมเป็นอันน้อมไปใน เนกขัมมะ จิตอันเนกขัมมะอบรมแล้ว ย่อมปรากฏว่า ควรแก่การงาน ในธรรมอัน พึงทำให้แจ้งด้วย อภิญญา (ขันธสูตร)
27/541/2227/528/3
หัวข้อธรรม (1)
[๕๐๙] พระสารีบุตรตอบพระอานนท์ว่า เราสงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม เข้าปฐมฌาน มีวิตกวิจาร มีปีติ และสุขเกิด แต่วิเวกอยู่ เรานั้นไม่ได้คิดอย่างนี้ ว่าเราเข้าปฐมฌานอยู่ หรือว่าเข้าปฐมฌานแล้ว หรือว่าออกจากปฐมฌานแล้ว (วิเวกสูตร)
27/544/1527/530/14
หัวข้อธรรม (1)
[๕๑๐] พระสารีบุตร ตอบพระอานนท์ว่า เราเข้าทุติยฌาณ อันมีความผ่องใสแห่ง ใจในภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่วิจาร เพราะวิตกวิจารสงบไป มีปีติ และสุขเกิดแต่สมาธิอยู่ เรานั้นไม่ได้คิดอย่างนี้ว่า เราเข้าทุติยฌานอยู่หรือว่าเข้า ทุติยฌานแล้ว หรือว่าออกจากทุติยฌานแล้ว (อวิตักกสูตร)
27/545/727/531/7
หัวข้อธรรม (1)
[๕๑๑] พระสารีบุตร ตอบพระอานนท์ว่า เรามีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะเสวยสุข ด้วยนามกาย เพราะปีติสิ้นไป เข้าตติยฌาน ที่พระอริยเจ้าทั้งหลายสรรเสริญว่าผู้ ได้ฌาณนี้ เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติอยู่เป็นสุข ดังนี้อยู่ เรานั้นมิได้คิดอย่างนี้ว่าเราเข้า ตติยฌานอยู่ หรือว่าเข้าตติยฌานแล้ว หรือว่าออกจากตติยฌานแล้ว (ปีติสูตร)
27/545/1927/531/19