พุทธธรรมสงฆ์
หัวข้อธรรม (1)
[๕๗] " ภิกษุพึงมีสติเว้นรอบเพื่ออันละสักกายทิฏฐิ เหมือนบุรุษถูกประหารด้วย หอก และเหมือนบุรุษที่ถูกไฟไหม้บนศีรษะ" (สัตติสูตร)
24/123/1124/92/10
หัวข้อธรรม (1)
[๕๙] " บุคคลใดย่อมประทุษร้ายแก่นรชนผู้ไม่ประทุษร้าย เป็นผู้บริสุทธิ์ปราศจาก กิเลส บาปย่อมกลับมาถึงบุคคลนั้น ผู้เป็นพาลแท้ประดุจธุลีอันละเอียดที่ซัดไป ทวนลม ฉะนั้น " (ผุสติสูตร)
24/126/924/94/8
หัวข้อธรรม (1)
[๖๑] " นรชนผู้มีปัญญาตั้งมั่นแล้วในศีล อบรมจิต และปัญญาให้เจริญอยู่ เป็นผู้ มีความเพียรมีปัญญารักษาตนรอด ภิกษุนั้นพึงถางรกชัฏ นี้ได้...นามก็ดี รูปก็ดี และรูปสัญญาก็ดี ย่อมดับหมดในที่ใด ตัณหาเป็นเครื่องยุ่งนั้น ย่อมขาดไปในที่ นั้น (ชฏาสูตร)
24/128/924/95/19
หัวข้อธรรม (1)
ชฏาเป็นชื่อ ของตัณหาเพียงดังข่าย (อ.ชฏาสูตร)
24/129/424/96/9
หัวข้อธรรม (1)
ปัญญา 3 วาระ คือ สชาติปัญญา (ปัญญามีมาพร้อมกับการเกิด), วิปัสสนาปัญญา, ปาริหาริยปัญญา อันเป็นเครื่องนำไปในกิจทั้งปวง (อ.ชฏาสูตร)
24/131/324/97/24
หัวข้อธรรม (1)
ภิกษุอาศัยแผ่นดิน คือศีล แล้วยกศาสตรา คือวิปัสสนาปัญญาอันตนลับดีแล้ว ด้วยศิลาคือสมาธิด้วยมือ คือปาริหาริยปัญญา อันกำลังคือความเพียรประคับ ประคองแล้ว พึงถาง พึงตัด พึงทำลายซึ่งชัฏ คือ ตัณหาอันประจำอยู่ ในสันดาน แห่งตนนั้นแม้ทั้งหมด (อ.ชฏาสูตร)
24/131/924/98/3
หัวข้อธรรม (1)
[๖๓] “ บุคคลไม่ควรห้ามใจแต่อารมณ์ทั้งปวง ที่เป็นเหตุให้ใจมาถึงความสำรวม บาปย่อมเกิดขึ้นแต่อารมณ์ใดๆ บุคคลพึงห้ามใจแต่อารมณ์นั้นๆ ” (มโนนิวารณสูตร)
24/133/924/99/8
หัวข้อธรรม (1)
ไม่พึงห้ามใจโดยประการทั้งปวง คือว่า ธรรมอะไรๆ ที่กล่าวแล้วไม่ควรห้ามใจ ไปเสียทั้งหมด เพราะว่าธรรมที่เป็นเหตุให้ใจมาสู่ความสำรวม โดยนัยว่าเราจัก ให้ทาน จักรักษาศีล บุคคลไม่พึงห้าม เพราะว่า ข้อนี้ เป็นความเจริญโดยแท้ (อ.มโนนิวารณสูตร)
24/134/1224/100/1
หัวข้อธรรม (1)
[๖๕] พระอรหันต์ เป็นผู้ฉลาดทราบคาพูดในโลก พึงกล่าวตามสมมติที่พูดกัน (อรหันตสูตร)
24/135/724/100/17
หัวข้อธรรม (1)
พระอรหันต์ ย่อมพูดไปตามโวหารของชาวโลก (อ.อรหันตสูตร)
24/137/424/102/1