ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 5 (เล่ม 10)

ต. พระเสกขะและกัลยาณปุถุชนศึกษา
ถ. พวกไหนมีสิกขาอันศึกษาแล้ว
ต. พระอรหันต์มีสิกขาอันศึกษาแล้ว
ถ. ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น ตั้งอยู่ในใคร
ต. ตั้งอยู่ในสิกขากามบุคคล
ถ. พวกไหนย่อมทรงไว้
ต. ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ ย่อมเป็นไปแก่พระเถระพวกใด พระเถระ
พวกนั้นย่อมทรงไว้
ถ. เป็นถ้อยคำของใคร
ต. เป็นพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
ถ. ใครนำมา
ต. พระเถระทั้งหลายนำสืบ ๆ กันมา.
รายนามพระเถระ
[๓] พระเถระเหล่านี้ คือ พระอุบาลี
พระทาสกะ พระโสณถะ พระสิคควะ รวม
เป็นห้าทั้งพระโมคคัลลีบุตร นำพระวินัยมา
ในทวีปชื่อว่าชมพู อันมีสิริ แต่นั้น พระ-
เถระผู้ประเสริฐมีปัญญามากเหล่านี้ คือ พระ
มหินทะ ๑ พระอิฏฏิยะ ๑ พระอุตติยะ ๑
พระสัมพละ ๑ พระเถระชื่อภัททะผู้เป็น
บัณฑิต ๑ มาในเกาะสิงหฬนี้ แต่ชมพูทวีป

5
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 6 (เล่ม 10)

พวกท่านสอน พระวินัยปิฎกในเกาะตาม-
พปัณณิ สอนนิกาย ๕ และปกรณ์ ๗ แล้ว
ภายหลังพระอริฏฐะผู้มีปัญญา พระติสสทัต-
ตะผู้ฉลาด พระกาฬสุมนะผู้องอาจ พระ-
เถระมีชื่อว่าทีฆะ พระทีฆสุมนะผู้บัณฑิต
ต่อมาอีก พระกาฬสุมนะ พระนาคเถระ
พระพุทธรักขิต พระติสสเถระผู้มีปัญญา
พระเทวเถระผู้ฉลาด ต่อมาอีก พระสุมนะ
ผู้มีปัญญาและเชี่ยวชาญในพระวินัย พระ-
จูฬนาค ผู้พหูสูต ดุจช้างซับมัน พระเถระ
ชื่อธัมมปาลิตะ อันสาธุชนบูชาแล้วในโรหน
ชนบท ศิษย์ของพระธรรมปาลิตะนั้น มี
ปัญญามาก ชื่อพระเขมะ ทรงจำพระไตร-
ปิฎกรุ่งเรืองอยู่ในเกาะ ด้วยปัญญา ดุจ
พระจันทร์ พระอุปติสสะผู้มีปัญญา พระ-
ปุสสะเทวะผู้มหากถึก ต่อมาอีก พระสุมนะ
ผู้มีปัญญา พระเถระชื่อบุปผะ ผู้พหูสูต พระ
มหาสีวะผู้มหากถึก ฉลาดในพระปิฎกทั้ง-
ปวง ต่อมาอีก พระอุบาลี ผู้มีปัญญา เชี่ยว
ชาญในพระวินัย พระมหานาค ผู้มีปัญญา
มาก ฉลาดในวงศ์พระสัทธรรม ต่อมาอีก

6
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 7 (เล่ม 10)

พระอภยะ ผู้มีปัญญา ฉลาดในพระปิฎก
ทั้งปวง พระติสส เถระ ผู้มีปัญญาเชี่ยวชาญ
ในพระวินัย ศิษย์ของพระติสสเถระนั้น มี
ปัญญามาก ชื่อปุสสะ เป็นพหูสูต ตามรักษา
พระศาสนา อยู่ในชมพูทวีป พระจูฬาภยะ
ผู้มีปัญญาและเชี่ยวชาญในพระวินัย พระ-
ติสสเถระ ผู้มีปัญญา ฉลาดในวงศ์พระ
สัทธรรม พระจูฬาเทวะ ผู้มีปัญญาและ
เชี่ยวชาญในพระวินัย และพระสิวเถระ ผู้
มีปัญญา ฉลาดในพระวินัยทั้งมวล พระเถระ
ผู้ประเสริฐมีปัญญามากเหล่านี้ รู้พระวินัย
ฉลาดในมรรคา ได้ประกาศพระวินัยปิฎกไว้
ในเกาะตามพปัณณิ.
คำถามและคำตอบปาราชิกสิกขาบทที่ ๒
[๔] ถามว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมา-
สัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ ณ ที่ไหน
ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครราชคฤห์
ถ. ทรงปรารภใคร
ต. ทรงปรารภพระธนียะ กุมภการบุตร
ถ. เพราะเรื่องอะไร

7
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 8 (เล่ม 10)

ต. เพราะเรื่องที่พระธนิยะ กุมภการบุตร ถือเอาไม้ของหลวง ซึ่ง
ไม่ได้รับพระราชทาน.
มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ อนุปันนบัญญัติไม่มี บรรดาสมุฏฐาน
แห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ บางทีเกิดแต่กายกับจิตมิ
ใช่วาจา บางทีเกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย บางทีเกิดแต่กาย วาจา และจิต . . .
คำถามและคำตอบปาราชิกสิกขาบทที่ ๓
[๕] ถามว่า ปาราชิกสิกขาบทที่ ๓ ทรงบัญญัติ ณ ที่ไหน
ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครเวสาลี
ถ. ทรงปรารภใคร
ต. ทรงปรารภภิกษุมากรูปด้วยกัน
ถ. เพราะเรื่องอะไร
ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุมากรูปด้วยกัน ปลงชีวิตกันและกัน.
มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ อนุปันนบัญญัติไม่มี บรรดาสมุฏฐานแห่ง
อาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ บางทีเกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา
บางทีเกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย บางทีเกิดแต่กาย วาจา และจิต . . .
คำถามและคำตอบปาราชิกสิกขาบทที่ ๔
[๖] ถามว่า ปาราชิกสิกขาบทที่ ๔ ทรงบัญญัติ ณ ที่ไหน
ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครเวสาลี
ถ. ทรงปรารภใคร
ต. ทรงปรารภภิกษุพวกฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา

8
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 9 (เล่ม 10)

ถ. เพราะเรื่องอะไร
ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุพวกฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา กล่าวสรรเสริญ อุตริ-
มนุสธรรมของกันและกัน แก่พวกคฤหัสถ์.
มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ อนุปันนบัญญัติไม่มี บรรดาสมุฏฐานแห่ง
อาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ บางทีเกิดแต่กายกับจิต ไม่ใช่วาจา
บางทีเกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย บางทีเกิดแต่กาย วาจา และจิต . . .
ปาราชิก ๔ สิกขาบท จบ
หัวข้อประจำกัณฑ์
[๗] ปาราชิก ๔ คือ เมถุนธรรม ๑ อทินนาทาน ๑ มนุสสวิคคหะ ๑
อุตริมนุสธรรม ๑ เป็นวัตถุแห่งมูลเฉท หาความสงสัยมิได้ ดังนี้แล.
กัตถปัญญัติวาร
[๘] พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระองค์นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสส แก่ภิกษุผู้พยายามปล่อยอสุจิ ณ ที่ไหน
ทรงปรารภใคร เพราะเรื่องอะไร ในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น มีบัญญัติ
อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติ สัพพัตถบัญญัติ ปเทสบัญญัติ สาธารณบัญญัติ
อสาธารณบัญญัติ เอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติ หรือ บรรดาปาติโมกขุทเทศ ๕
สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น หยั่งลงในอุเทศไหน นับเนื่องในอุเทศไหน
มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่เท่าไร บรรดาวิบัติ ๔ เป็นวิบัติอย่างไหน บรรดาอาบัติ
๗ กอง เป็นอาบัติกองไหน บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ อย่าง ย่อมเกิดขึ้น
ด้วยสมุฏฐานเท่าไร บรรดาอธิกรณ์ ๔ เป็นอธิกรณ์อย่างไหน บรรดาสมถะ ๗

9
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 10 (เล่ม 10)

ย่อมระงับด้วยสมถะเท่าไร ในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นวินัย
ในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นอภิวินัย ในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑
นั้น อะไรเป็นปาติโมกข์ ในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นอธิ-
ปาติโมกข์ อะไรเป็นวิบัติ อะไรเป็นสมบัติ อะไรเป็นข้อปฏิบัติ พระผู้มี
พระภาคเจ้าทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้พยายามปล่อยอสุจิ เพราะทรง
อาศัยอำนาจประโยชน์เท่าไร พวกไหนศึกษา พวกไหนมีสิกขาอันศึกษาแล้ว
สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น ตั้งอยู่ในใคร พวกไหนย่อมทรงไว้ เป็นถ้อยคำ
ของใคร ใครนำมา.
สังฆาทิเสสกัณฑ์
คำถามและตอบสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑
[๙] ถามว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมา
สัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้พยายามปล่อยอสุจิ
ณ ที่ไหน
ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี
ถ. ทรงปรารภใคร
ต. ทรงปรารภท่านพระเสยยสกะ
ถ. เพราะเรื่องอะไร
ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระเสยยสกะพยายามปล่อยอสุจิด้วยมือ
ถ. ในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น มีบัญญัติ อนุบัญญัติ อนุปันน-
บัญญัติ หรือ

10
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 11 (เล่ม 10)

ต. มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ อนุปันนบัญญัติไม่มี ในสังฆาทิเสส
สิกขาบทที่ ๑ นั้น
ถ. มีสัพพัตถบัญญัติ ปเทสบัญญัติ หรือ
ต. มีแต่สัพพัตถบัญญัติ
ถ. มีสาธารณบัญญัติ อสาธารณบัญญัติ หรือ
ต. มีแต่อสาธารณบัญญัติ
ถ. มีเอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติ หรือ
ต. มีแต่เอกโตบัญญัติ
ถ. บรรดาปาติโมกขุทเทศ ๕ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น หยั่งลง
ในอุเทศไหน นับเนื่องในอุเทศไหน
ต. หยั่งลงในนิทาน นับเนื่องในนิทาน
ถ. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่เท่าไร
ต. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่ ๓
ถ. บรรดาวิบัติ ๔ เป็นวิบัติอย่างไหน
ต. เป็นศีลวิบัติ
ถ. บรรดาอาบัติ ๗ กอง เป็นอาบัติกองไหน
ต. เป็นอาบัติกองสังฆาทิเสส
ถ. บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ อย่าง สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น
ย่อมเกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ต. ย่อมเกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง คือ เกิดแต่กายกับจิตมิใช่วาจา
ถ. บรรดาอธิกรณ์ ๔ เป็นอธิกรณ์อะไร

11
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 12 (เล่ม 10)

ต. เป็นอาปัตตาธิกรณ์
ถ. บรรดาสมถะ ๗ ระงับด้วยสมถะเท่าไร
ต. ระงับด้วยสมถะ ๒ อย่าง คือ สัมมุขาวินัย ๑ ปฏิญญาตกรณะ ๑
ถ. ในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นวินัย ในสังฆาทิเสส
สิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นอภิวินัย
ต. พระบัญญัติเป็นวินัย การจำแนกเป็นอภิวินัย
ถ. ในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นปาติโมกข์ ใน
สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นอธิปาติโมกข์
ต. พระบัญญัติเป็นปาติโมกข์ การจำแนกเป็นอธิปาติโมกข์
ถ. อะไรเป็นวิบัติ
ต. ความไม่สังวรเป็นวิบัติ
ถ. อะไรเป็นสมบัติ
ต. ความสังวรเป็นสมบัติ
ถ. อะไรเป็นข้อปฏิบัติ
ต. ข้อที่ภิกษุสมาทานอาปาณโกฏิกศีลตลอดชีวิตว่า จักไม่ทำกรรม
เห็นปานนี้ แล้วศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย เป็นข้อปฏิบัติ
ถ. พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้พยายาม
ปล่อยอสุจิ เพราะทรงอาศัยอำนาจประโยชน์เท่าไร
ต. พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้พยายาม
ปล่อยอสุจิ เพราะทรงอาศัยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับ
ว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่อ

12
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 13 (เล่ม 10)

อยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดใน
ปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของ
ชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อ
ความดำรงมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่ออนุเคราะห์พระวินัย ๑
ถ. พวกไหนศึกษา
ต. พระเสกขะและกัลยาณปุถุชนศึกษา
ถ. พวกไหนมีสิกขาอันศึกษาแล้ว
ต. พระอรหันต์มีสิกขาอันศึกษาแล้ว
ถ. ตั้งอยู่ในใคร
ต. ตั้งอยู่ในสิกขากามบุคคล
ถ. พวกไหนย่อมทรงไว้
ต. สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ ย่อมเป็นไปแก่พระเถระพวกใด พระเถระ
พวกนั้นย่อมทรงไว้
ถ. เป็นถ้อยคำของใคร
ต. เป็นพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคอรหันสัมมาสัมพุทธเจ้า
ถ. ใครนำมา
ต. พระเถระทั้งหลายนำสืบ ๆ กันมา.
รายนามพระเถระ
พระเถระเหล่านี้ คือ พระอุบาลี
พระทาสกะ พระโสณกะ พระสิคควะ รวม

13
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 14 (เล่ม 10)

เป็นห้าทั้งพระโมคัลลีบุตร นำพระวินัยมา
ในทวีปชื่อว่า ชมพู อันมีสิริ แต่นั้น
พระเถระผู้ประเสริฐ มีปัญญามากเหล่านี้
คือ พระมหินทะ ๑ พระอิฏฏิยะ ๑ พระ-
อุตติยะ ๑ พระสัมพละ ๑ ...พระเถระผู้
ประเสริฐมีปัญญามากเหล่านี้ รู้พระวินัย
ฉลาดในมรรคา ได้ประกาศพระวินัยปิฎก
ไว้ในเกาะตามพปัณณิ.
คำถามและคำตอบสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๒
[๑๐] ถามว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันต-
สัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้ถึงความเคล้าคลึง
ด้วยกายกับมาตุคาม ณ ที่ไหน
ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี
ถ. ทรงปรารภใคร
ต. ทรงปรารภท่านพระอุทายี
ถ. เพราะเรื่องอะไร
ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระอุทายีถึงความเคล้าคลึงด้วยกายกับมาตุคาม.
มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน
อันหนึ่ง คือ เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา. . .

14