พุทธธรรมสงฆ์
หัวข้อธรรม (1)
[๑๕๗] ทรงอนุญาตให้สมมติวิหาร เรือนมุงแถบเดียว เรือนชั้น เรือนโล้น หรือถํ้าที่สงฆ์จำนง ให้เป็นโรงอุโบสถ แล้วทำอุโบสถ สมมติด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา (อุโบสถขันธกะ)
6/397/96/349/20
หัวข้อธรรม (1)
[๑๕๘] ในอาวาสแห่งหนึ่งสงฆ์ไม่พึงสมมติโรงอุโบสถ 2 แห่ง รูปใดสมมติ ต้องอาบัติทุกกฏ (อุโบสถขันธกะ)
6/398/136/350/18
หัวข้อธรรม (1)
[๑๕๘] ทรงอนุญาตให้ถอนโรงอุโบสถแห่งหนึ่ง แล้วทำอุโบสถในโรงอุโบสถ แห่งหนึ่ง ถอนโรงอุโบสถด้วยญัตติ ทุติยกรรมวาจา (อุโบสถขันธกะ)
6/398/156/350/20
หัวข้อธรรม (1)
[๑๕๙] ภิกษุนั่งในพื้นที่ซึ่งสมมติแล้วหรือมิได้สมมติก็ตาม เพราะได้ฟังปาติโมกข์ ฉะนั้นในการลงอุโบสถ ย่อมเป็นอันเธอได้ทำแล้วเหมือนกัน เพราะเหตุนั้น สงฆ์จงสมมติ พื้นที่ด้านหน้า โรงอุโบสถ ให้ใหญ่ เท่าที่จำนง (อุโบสถขันธกะ)
6/399/166/351/20
หัวข้อธรรม (1)
[๑๕๙] วิธีสมมติพื้นที่ด้านหน้าโรงอุโบสถ ชั้นต้น พึงทักนิมิตก่อน ครั้นทักนิมิต แล้ว ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา (อุโบสถขันธกะ)
6/400/26/352/1
หัวข้อธรรม (1)
[๑๖๐] ในวันอุโบสถ ทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้เถระทั้งหลายลงประชุมก่อน (อุโบสถขันธกะ)
6/401/16/352/20
หัวข้อธรรม (1)
[๑๖๑] ภิกษุเหล่านั้นทุกๆ รูปพึงประชุมทำอุโบสถแห่งเดียวกัน หรือภิกษุผู้เถระ อยู่ในอาวาสใด พึงประชุมทำอุโบสถ ในอาวาสนั้น แต่สงฆ์เป็นวรรค ไม่พึงทำ อุโบสถ รูปใดทำต้องอาบัติทุกกฏ (อุโบสถขันธกะ)
6/401/106/353/6
หัวข้อธรรม (1)
[๑๖๒] สีมานั้นใดอันสงฆ์สมมติไว้แล้ว ให้มีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถเดียวกัน สงฆ์จงสมมติสีมานั้นให้เป็นแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวรด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา (อุโบสถขันธกะ)
6/402/36/354/1
หัวข้อธรรม (1)
[๑๖๒] สีมานั้นใด อันสงฆ์สมมติไว้แล้ว ให้มีสังวาสเสมอกัน สงฆ์จงสมมติ สีมานั้นให้เป็นแดน ไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร เว้นบ้าน และอุปจารแห่งบ้าน
6/403/146/355/8
หัวข้อธรรม (1)
[๑๖๓] เมื่อจะสมมติสีมา พึงสมมติสมานสังวาสสีมาก่อน ภายหลังจึงสมมติ ติจีวราวิปปวาส เมื่อจะถอน พึงถอนติจีวราวิปปวาสก่อน ภายหลังจึงถอน สมานสังวาสสีมา (อุโบสถขันธกะ)
6/404/156/356/5