พุทธธรรมสงฆ์


หัวข้อธรรม (1)
[๕๕๗] ภิกษุ ผู้โจทก์ได้เห็น ภิกษุผู้กำลังทำปาราชิกธรรม มีความสงสัย ในสิ่งที่ได้เห็น กำหนดไม่ได้ ระลึกไม่ได้ ลืม ถ้าสั่งให้โจทว่าได้เห็น ต้องสังฆาทิเสส ที่ได้เห็น กำหนดไม่ได้ ระลึกไม่ได้ ลืม ถ้าสั่งให้โจทว่าได้เห็น ต้องสังฆาทิเสส ทุกๆ คำพูด (สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๘)
3/471/63/448/12
หัวข้อธรรม (1)
[๕๕๙] จำเลยไม่บริสุทธิ์ แต่โจทก์เห็นว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ขอโอกาสต่อเธอก่อน แล้วโจทเธอหมายจะให้เคลื่อนต้องอาบัติทุกกฏ กับสังฆาทิเสสถ้าโจทหมาย จะด่า ต้องอาบัติปาจิตตีย์ (สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๘)
3/473/213/451/2
หัวข้อธรรม (1)
[๕๖๐] จำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ โจทก์เห็นว่าเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์ ขอโอกาสต่อเธอก่อน แล้วโจทไม่ต้องอาบัติ (สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๘)
3/474/153/451/17
หัวข้อธรรม (1)
ที่มาของวิหารเวฬุวัน (เตรสกัณฑวรรณนา)
3/476/183/453/13
หัวข้อธรรม (1)
ภิกษุกล่าวตู่ ผู้ที่สงฆ์มิได้สมมติ ด้วยคำไม่จริง เป็นอาบัติทุกกฏ ถ้ากล่าวตู่ผู้ที่ สงฆ์สมมติแล้ว เป็นอาบัติปาจิตตีย์ (เตรสกัณฑวรรณนา)
3/481/213/458/9
หัวข้อธรรม (1)
เมื่อผู้มีฤทธิ์คนเดียวพูด อัตภาพนิรมิตทั้งหมดก็พูดด้วย (เตรสกัณฑวรรณนา)
3/483/173/460/4
หัวข้อธรรม (1)
นาสนะ(การทำให้ฉิบหายเสีย) มี 3 อย่าง (เตรสกัณฑวรรณนา)
3/489/83/465/15
หัวข้อธรรม (1)
พระเถระในมหาวิหาร และอภัยคิรีวิหาร วิวาทกันในความหมาย ของพระสูตร ในสมัยของพระเจ้าภาติยราช (เตรสกัณฑวรรณนา)
3/490/53/466/8
หัวข้อธรรม (1)
ความที่ปาราชิกไม่มีมูลนั้น ทรงประสงค์เอาด้วยอำนาจแห่งโจทก์ ไม่ใช่อำนาจ แห่งจำเลย (เตรสกัณฑวรรณนา)
3/495/33/470/16
หัวข้อธรรม (1)
ผู้โจทก์เห็น ภิกษุออกมาจากที่กำบัง แต่ไม่เห็นการล่วงละเมิด แล้วกล่าวว่า ข้าพเจ้าเห็น ชื่อว่าไม่มีมูล ในเรื่องเดียวกันถ้าเขาเห็นแค่นั้นแล้วสำคัญว่าเห็นแล้วโจทชื่อว่ามีมูล ด้วยอำนาจแห่งสัญญา (เตรสกัณฑวรรณนา)
3/497/113/472/22