พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๗ - หน้าที่ 1517 (เล่ม 91)

ปัญหาวาระ
อนุโลมนัย
๑. อนันตรปัจจัย
อนุตตรบท
[๑๔๘๓] ๑. ธรรมที่ไม่ใช่อนุตตรธรรม ที่ไม่ใช่สรณธรรม
เป็นปัจจัยแก่อนุตตรธรรมที่เป็นอรณธรรม ด้วยอำนาจของอนันตร-
ปัจจัย ฯลฯ
การนับจำนวนวาระในอนุโลม
[๑๔๘๔] ในอนันตรปัจจัย มี ๑ วาระ ในสมันนตรปัจจัย มี ๑ วาระ
ในอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ วาระ ในปุเรชาตปัจจัย มี ๑ วาระ ในอาเสวนปัจจัย
มี ๑ วาระ ในวิปปยุตตปัจจัย มี ๑ วาระ ในอัตถิปัจจัย มี ๑ วาระ ในนัตถิ-
ปัจจัย มี ๑ วาระ ในวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ ในอวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ.
ปัจจนียนัย
การยกปัจจัยในปัจจนียะ
[๑๔๘๕] ๑. ธรรมที่ไม่ใช่อนุตตรธรรม ที่ไม่ใช่สรณธรรม
เป็นปัจจัยแก่อนุตตรธรรม ที่เป็นอรณธรรม ด้วยอำนาจของอุป-
นิสสยปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของปุเรชาตปัจจัย.
๒. ธรรมที่ไม่ใช่อนุตตรธรรม ที่ไม่ใช่อรณธรรม
เป็นปัจจัยแก่อนุตตรธรรม ที่เป็นอรณธรรม ด้วยอำนาจของอุป-
นิสสยปัจจัย.

1517
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๗ - หน้าที่ 1518 (เล่ม 91)

การนับจำนวนวาระในปัจจนียะ
[๑๔๘๖] ในนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ ในนอารัมมณปัจจัย มี ๒ วาระ
ในนอุปนิสสยปัจจัย มี ๑ วาระ ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ ฯลฯ ในโน-
อวิคตปัจจัย มี ๒ วาระ.
อนุโลมปัจจนียนัย
การนับจำนวนวาระในปัจจนียะ
[๑๔๘๗] เพราะอุปนิสสยปัจจัย ในนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ...ฯลฯ
[๑๔๘๘] เพราะนเหตุปัจจัย ในอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ วาระ... ใน
ปุเรชาตปัจจัย มี ๑ วาระ ในอัตถิปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ.
ปัญหาวาระในกุสลติกะ ฉันใด พึงให้พิสดาร ฉันนั้น.
นสรณทุกนสอุตตรทุกสรณทุกสอุตตรทุกะ จบ
ปัจจนียานุโลมทุกทุกปัฏฐาน จบ
ปัจจนียานุโลมปัฏฐาน จบ
ปัฏฐาน ตั้งแต่อนุโลมทุกติกปัฏฐาน จนจบ มีประมาณ ๓๐ ภาณวาร
ปัฏฐานปกรณ์ จบบริบูรณ์
พระอภิธรรมปิฎก จบ

1518
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๗ - หน้าที่ 1519 (เล่ม 91)

คำอนุโมทนา
อนึ่ง ขอเทพเจ้าทั้งปวงจงอนุโมทนา
บุญสมบัติ ที่ข้าพเจ้าทั้งหลายก่อสร้างแล้ว
ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้ เพื่อความสำเร็จ
แห่งสมบัติทั้งปวง
ขอสรรพสัตว์ผู้ถึงความทุกข์ จงเป็น
ผู้ไม่มีความทุกข์ ผู้ถึงภัย จงเป็นผู้ไม่มีภัย
ผู้ถึงความโศก จงเป็นผู้ไม่มีความโศก จง
บรรลุธรรมอันเกษม
พระพุทธเจ้าทั้งปวง และพระปัจเจก-
พุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงบรรลุธรรมใดเป็น
กำลัง ข้าพเจ้าจะประกอบการรักษาธรรม
อันเป็นกำลังเหล่านั้นไว้ ด้วยเดชแห่งธรรม
โดยประการทั้งปวง.

1519
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๗ - หน้าที่ 1520 (เล่ม 91)

อรรถกถาปัจจนียานุโลมปัฏฐาน
บัดนี้ เพื่อจะแสดงปัฏฐานที่ชื่อว่า ปัจจนียานุโลม เพราะเป็นทั้ง
ปัจจนียะและอนุโลมแห่งธรรมทั้งหลาย ด้วยอำนาจการปฏิเสธปัจจัยธรรม
ในธรรมทั้งหลาย มีกุศลธรรมเป็นต้น (แต่) ไม่ปฏิเสธ ความเป็นอกุศล
เป็นต้นแห่งปัจจยุปปันนธรรม พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงเริ่มคำว่า นกุสลํ
ธมฺมํ ปฏิจฺจ อกุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา เป็นต้น.
บรรดาบทเหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงห้ามความที่กุศลเป็นปัจจัย
ด้วยคำว่า นกุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทรงอนุญาตการเกิดขึ้นแห่งอกุศล ด้วย
คำว่า อกุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ จริงอยู่ ที่ชื่อว่า นกุสลํ ธรรมที่ไม่ใช่
กุศล ก็ได้แก่อกุศลหรืออัพยากตะนั่นเอง. และ กุศล ชื่อว่า ทำ นกุศล
คือ ธรรมที่ไม่ใช่กุศล นั้นให้เป็นสหชาตปัจจัยเกิดขึ้น ย่อมไม่มี เพราะฉะนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงแต่งคำวิสัชนาด้วยอำนาจอกุศลและอัพยากตะ. ในข้อ
นั้นผู้ศึกษาพึงทราบวิสัชนา อาศัย นกุศลธรรม อย่างนี้คือ ขันธ์ ๓ และ
รูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน อาศัยอกุศลขันธ์หนึ่งเกิดขึ้น.
ส่วนปัญหานี้ว่า อัพยากตธรรมย่อมเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ทรง
วิสัชนาไว้เสร็จแล้วว่า ขันธ์ ๓ และรูปมีจิตเป็นสมุฏฐาน อาศัยขันธ์หนึ่ง
อันเป็นวิปากาพยากตะและกิริยาพยากตะเกิดขึ้น. ในปัญหาทั้งหมด ปัญหาที่ยัง
ไม่ได้วิสัชนาย่อมมีวิสัชนาที่เหมาะสมแก่เนื้อความ และปัญหาที่มีวิสัชนาแล้ว
มีวิสัชนาอันมาแล้วในบาลีนั่นเอง ก็วิธีนับประเภทแห่งวาระ และนับปัจจัย

1520
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๗ - หน้าที่ 1521 (เล่ม 91)

ในติกะและทุกะหนึ่ง ๆ ทั้งหมด ผู้ศึกษาพึงทราบตามแนวแห่งนัยอันข้าพเจ้า
กล่าวไว้แล้วในหนหลัง.
ก็นัย ๖ ในธัมมปัจจนียานุโลมปัฏฐาน อันท่านแสดงไว้แล้วด้วยคาถา
ซึ่งพระอรรถกถาจารย์กล่าวไว้ในอรรถกถาว่า
นัย ๖ ในปัจจนียานุโลม คือ ติก-
ปัฏฐานอันประเสริฐ ทุกปัฏฐานอันสูงสุด
ทุกติกปัฏฐาน ติกทุกปัฏฐาน ติกติกปัฏฐาน
และทุกทุกปัฏฐาน ลึกซึ่งนัก ดังนี้.
เป็นอันข้าพเจ้าแสดงแล้วด้วยคำมีประมาณเท่านี้ ก็ในอธิการนี้ผู้ศึกษาพึงทราบ
ิปัจจนียานุโลมปัฏฐาน อันประดับด้วยนัย ๒๔ โดยปริยายหนึ่งคือ ใน
ปัฏฐานหนึ่ง ๆ ว่าด้วยอำนาจแห่งปัจจัย มีอย่างละ ๔ นัย มีอนุโลมนัยเป็นต้น
ด้วยประการฉะนี้.
อรรถกถาปัจจนียานุโลมปัฏฐาน จบ

1521
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๗ - หน้าที่ 1522 (เล่ม 91)

ปริโยสานวรรณนา
อรรถกถาท้ายปกรณ์
ในปัฏฐาน ๔ มีธัมมานุโลมปัฏฐานเป็นต้น มีนัย ๙๖ คือ ในปัฏฐาน
หนึ่ง ๆ มีอย่างละ ๔ นัย ด้วยประการฉะนี้ บรรดาปัฏฐานเหล่านั้นผู้ศึกษา
พึงทราบ มหาปกรณ์ที่ชื่อว่าสมันตปัฏฐาน อันประกอบด้วยนัย ๒๔ นี้
ด้วยอำนาจแห่งนัยทั้งหลาย มีติกทุกปัฏฐาน เป็นต้นนั่นเอง ในปัฏฐานหนึ่ง
อย่างละ ๖ นัย โดยไม่ต้องรวมเอานัยแห่งปัจจัยเข้าด้วย.
ส่วนอาจารย์บางพวกตั้งมาติกาแห่งอารมณ์ โดยนัยว่า กุสลารมฺมโณ
ธมฺโม อกุสลารมฺมโณ ธมฺโม เป็นต้นแล้ว แสดงอารัมมณปัฏฐานโดยนัย
เป็นต้นว่า ธรรมที่มีกุศลเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่มีกุศลเป็นอารมณ์
ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัยดังนี้แล้ว ยกปัฏฐานชื่อว่า ผัสสปัฎฐาน ขึ้น
แสดงด้วยอำนาจแห่งผัสสะเป็นต้นอีก แต่ข้อนั้นไม่ปรากฏทั้งในบาลีและ
อรรถกถา เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงไม่วิจารณ์ไว้ในที่นี้ ก็ในอรรถกถานี้ ผู้ศึกษา
พึงทราบว่าข้าพเจ้าอธิบายเฉพาะบาลีที่ยกขึ้นสู่สังคีติแล้วเท่านั้น.
ก็ด้วยกุศลเจตนามีประมาณเท่านี้
ของข้าพเจ้า หมู่สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น ผู้
สร้างกุศลเป็นต้น ลุ่มหลงแล้วในปัจจยา
การใด ย่อมไม่ล่วงเลยสงสารอันแออัดไป
ด้วยความทุกข์เป็นอเนกประการ พระศาสดา

1522
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๗ - หน้าที่ 1523 (เล่ม 91)

ผู้เป็นครูแห่งโลก ฉลาดในการจำแนกปัจจัย
ทรงอาศัยปัจจยาการนั้นอันละเอียดลึกซึ้ง
ยิ่งนัก เป็นภูมิเป็นที่แล่นไปแห่งพุทธญาณ
อันต่างโดยธรรมมีกุศลเป็นต้น ทรงตั้ง
พระทัยแน่วแน่ ประกาศพระอภิธรรมปกรณ์
ที่ ๗ ชื่อว่า ปัฏฐานใด ให้พิสดารด้วยนัย
ทั้งหลาย อันกุลบุตรพึงเข้าถึงด้วยญาณวิถี
ต่าง ๆ ข้าพเจ้าไม่ละแล้วซึ่งวาทะแห่ง
อาจารย์ทั้งหลาย ชาวสีหลผู้เป็นวิภัชวาที
ได้เริ่มไว้ดีแล้วด้วยศรัทธา ซึ่งอรรถกถา
แห่งปัฏฐานนั้น โดยปราศจากอันตราย ใน
เมื่อโลกกำลังมีอันตรายมากมาย อรรถกถา
นี้ประกาศอรรถแห่งปัฏฐานปกรณ์อัน
ประเสริฐทั้งสิ้น จบลงด้วยญาณวาร ๑๔ ภาณ-
วารถ้วนในวันนี้ ฉันใด ขอความดำริอันดี
งานทั้งปวงของชนเป็นอันมาก จงถึงความ
สำเร็จเร็วพลัน ฉันนั้น.
อรรถกถาแห่งพระอภิธรรม ๗ ปกรณ์
แม้ทั้งสิ้น อันพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นที่พึ่ง
แห่งสัตว์โลก เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ได้ทรง
แสดงแล้วที่เทวบุรีในเทวโลก จบแล้วด้วย
คำมีประมาณเท่านี้.

1523
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๗ - หน้าที่ 1524 (เล่ม 91)

ข้าพเจ้าแต่งอรรถกถานั้นให้จบลง
เพื่อให้พระธรรมดำรงอยู่ยั่งยืนนาน ให้ถึง
แล้วซึ่งกุศลอันใด ด้วยอานุภาพแห่งกุศล
นั้น ขอสัตว์ผู้มีปราณทั้งปวงจงรู้ธรรมอัน
นำมาซึ่งความสุข แห่งพระสัมพุทธเจ้า
ผู้เป็นพระสัทธรรมราชาแล้ว จงบรรลุซึ่ง
พระนิพพาน อันไม่มีความโศกความ
คับแค้นใจ เป็นความสุขที่สูงสุด ด้วยการ
ปฏิบัติสะดวกหมดจด
ขอพระสัทธรรมจงตั้งอยู่สิ้นกาลนาน
ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงเป็นผู้เคารพใน
ธรรม ขอฝนจงตกต้องตามฤดูกาล พระ-
ราชาผู้ดีงามแต่เก่าก่อน ได้รักษาปวงชน
โดยธรรมฉันใด ขอพระราชาพระองค์นี้
จงรักษาปวงชนนี้โดยธรรม เหมือนโอรส
ของพระองค์ฉันนั้น แล.
อรรถกถาแห่งปกรณ์ ชื่อว่า มหาปัฏฐาน จบบริบูรณ์

1524
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๗ - หน้าที่ 1525 (เล่ม 91)

พระเถระผู้มีนามอันครูทั้งหลายถือเอา
แล้วว่า พุทธโฆสะ ผู้มีความรู้หมดจด ไพบูลย์ประดับ
ด้วยศรัทธา ความรู้ และความเพียร อันหมดจดอย่าง
ยิ่ง ผู้รุ่งเรืองด้วยธรรมเป็นเหตุเกิดแห่งความดี มีศีล
อาจาระ ความซื่อตรง และความอ่อนโยนเป็นต้น
สามารถหยั่งลงสู่ชัฏ คือลัทธิของตนและลัทธิของผู้อื่น
ประกอบด้วยความเฉียบแหลมด้วยปัญญา มีความรู้ไม่
ติดขัดในสัตถุศาสน์ ต่างโดยปริยัติ คือปิฎกสาม
พร้อมทั้งอรรถกถา เป็นนักไวยากรณ์ใหญ่ ประกอบ
ด้วยความงามแห่งถ้อยคำ ทั้งอ่อนหวานและกว้างขวาง
เปล่งออกได้คล่อง ก่อให้เกิดกรณสมบัติ มีวาทะ
ประเสริฐถูกต้อง คนอื่นเข้าใจง่าย เป็นกวีใหญ่ แวด
ล้อมด้วยปฏิสัมภิทาอันแตกฉาน เป็นผู้ประดับวงศ์แห่ง
พระเถระผู้อยู่ในมหาวิหารทั้งหลาย ผู้ซึ่งเป็นประทีป
แห่งเถรวงศ์ มีความรู้อันตั้งมั่นดีแล้วในอุตริมนุษย-
ธรรม อันประดับด้วยคุณต่างโดยคุณมีอภิญญา ๖ เป็น
ต้น แวดล้อมด้วยปฏิสัมภิทาเป็นต้น ได้แต่งอรรถกถา
อภิธรรมปิฎกแม้ทั้งสิ้นนี้ จบแล้ว.

1525
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๗ - หน้าที่ 1526 (เล่ม 91)

ขออรรถกถานี้ จงดำรงอยู่ในโลก
แสดงนัยแก่กุลบุตรทั้งหลาย ผู้แสวงหา
ธรรมเป็นเครื่องไถ่ถอนจากโลก ตราบเท่า
ที่พระนามว่า "พุทโธ" ของพระโลกเชษฐ์
แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ มีพระทัยอัน
หมดจด คงที่ ยังเป็นไปอยู่ในโลก.
อรรถกถาท้ายปกรณ์ จบ
อรรถกถาปัญจปกรณ์ มีธาตุกถาเป็น ชื่อปรมัตถทีปนี จบบริบูรณ์

1526