พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๕ - หน้าที่ 598 (เล่ม 89)

เพราะปรารภกิเลสทั้งหลาย กิเลสและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ย่อม
เกิดขึ้น.
๔. ธรรมที่เป็นสังกิเลสิกธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม
เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสังกิเลสิกธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม ด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ กุศลกรรมที่ได้สั่งสม
ไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ ออกจากฌาน พิจารณาฌาน, ย่อมยินดี ย่อม
เพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภทานเป็นต้นนั้น ราคะ ย่อมเกิดขึ้น อุทธัจจะ ฯลฯ
ครั้นเมื่อฌานเสื่อมไป โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น แก่บุคคลผู้มีความ
เดือดร้อนใจ.
พระอริยะทั้งหลายพิจารณาโคตรภู พิจารณาโวทาน.
พิจารณาจักษุ ฯลฯ หทยวัตถุ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิเลสิกะ แต่
ไม่ใช่กิเลสธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.
ฯลฯ ด้วยทิพยจักษุ ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของ
อารัมมณปัจจัย.
สองนัยนอกนี้ เหมือนกับกิเลสทุกะ แม้อารัมมณปัจจัย ที่เป็นปัจจัย
สงเคราะห์ ก็เหมือนกับกิเลสทุกะ.
๓. อธิปติปัจจัย
[๕๔๔] ๑. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม เป็น
ปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม ด้วยอำนาจของ
อธิปติปัจจัย

598
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๕ - หน้าที่ 599 (เล่ม 89)

มีอย่างเดียว คือที่เป็นอารัมมณาธิปติ มี ๓ วาระ.
๒. ธรรมที่เป็นสังกิเลสิกะ แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เป็น
ปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสังกิเลสิกะ แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม ด้วยอำนาจ
ของอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น อารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่
ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ กุศลกรรมที่ได้สั่งสม
ไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ ออกจากฌาน กระทำฌานให้เป็นอารมณ์อย่างหนัก-
แน่น แล้วพิจารณา.
พระเสขบุคคลทั้งหลายกระทำโคตรภู ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
แล้วพิจารณา กระทำโวทานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา.
เพราะกระทำจักษุ ฯลฯ หทยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัง-
กิเลสิกะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ทั้งหลาย
ที่เป็นสังกิเลสิกะ แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม ย่อมเกิดขึ้น.
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่
อธิปติธรรมเป็นสังกิเลสิกะ แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
แม้สองวาระนอกนี้ ก็เหมือนกับกิเลสทุกะ แม้อธิปติปัจจัย ที่เป็น
ปัจจัยสงเคราะห์ ก็เหมือนกัน.

599
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๕ - หน้าที่ 600 (เล่ม 89)

๔. อนันตรปัจจัย
[๕๔๕] ๑. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม เป็น
ปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม ด้วยอำนาจของ
อนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ เหมือนกับกิเลสทุกะ
๒. ธรรมที่เป็นสังกิเลสิกะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เป็น
ปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสังกิเลสิกะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม ด้วยอำนาจของ
อนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิเลสิกะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม ที่เกิดก่อน ๆ
เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิเลสิกะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม ที่เกิดหลัง ๆ
ด้วยอำนาจของอนันตรปัจจัย.
อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู, อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน,
อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิเลสแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม
ด้วยอำนาจของอนันตรปัจจัย.
สองวาระนอกนี้ เหมือนกับอนันตรปัจจัยในกิเลสทุกะ ไม่มีแตกต่าง
กัน.
แม้ปัจจัยสงเคราะห์ในอนันตรปัจจัย เพราะปัจจัยทั้งปวง ก็เป็นเช่น
กับกิเลสทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน.
ในอุปนิสสยปัจจัย โลกุตตรธรรม ไม่มี ทุกะนี้ เหมือนกับกิเลส-
ทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน
กิเลสสังกิเลสิกทุกะ จบ

600
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๕ - หน้าที่ 601 (เล่ม 89)

๘๐. กิเลสสังกิลิฏฐทุกะ
ปฏิจจวาระ
อนุโลมนัย
๑. เหตุปัจจัย
[๕๔๖] ๑. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม อาศัย
ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัย
โลภะ.
พึงกระทำจักรนัย.
๒. ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม อาศัย
ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยกิเลสทั้งหลาย.
๓. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม และธรรม
ที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและ
สังกิลิฏฐธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ และ
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโลภะ.
๔. ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม อาศัย
ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย

601
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๕ - หน้าที่ 602 (เล่ม 89)

คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม
ฯลฯ ขันธ์ ๒.
๕. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม อาศัย
ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ กิเลสทั้งหลาย อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลส
ธรรม.
๖. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม และธรรม
ที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่
ไม่ใช่กิเลสธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และกิเลสทั้งหลาย อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสังกิลิฏฐะ
แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม.
๗. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม อาศัย
ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม และธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะ
แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัย
โลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย.
พึงกระทำจักรนัย.
๘. ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม อาศัย
ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม และธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะ
แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย

602
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๕ - หน้าที่ 603 (เล่ม 89)

คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม
และกิเลสทั้งหลาย ฯลฯ ขันธ์ ๒.
๙. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลส และสังกิลิฏฐธรรม และ
ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลส
และสังกิลิฏฐธรรม และธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ
อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม และโลภะ ฯลฯ ขันธ์ ๒.
พึงกระทำจักรนัย.
การนับจำนวนวาระในอนุโลม
[๕๔๗] ในเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ ในอารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ
ในปัจจัยทั้งปวง มี ๙ วาระ ในกัมมปัจจัย มี ๙ วาระ ในอาหารปัจจัย มี ๙
วาระ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ.
ปัจจนียนัย
๑. นเหตุปัจจัย
[๕๔๘] ๑. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม อาศัย
ธรรมที่เป็นกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เกิดขึ้น เพราะนเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา อาศัยวิจิกิจฉา, โมหะ ที่สหรคต
ด้วยอุทธัจจะ อาศัยอุทธัจจะ.

603
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๕ - หน้าที่ 604 (เล่ม 89)

๒. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม อาศัย
ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรมเกิดขึ้น เพราะนเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัย
ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตอุทธัจจะ.
๓. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม อาศัย
ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม และธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐ-
ธรรมแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เกิดขึ้น เพราะนเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัย
ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ, วิจิกิจฉาและ
อุทธัจจะ.
การนับจำนวนวาระในปัจจนียะ
[๕๔๙] ในนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ในนอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ ในนปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ ในนอาเสวน-
ปัจจัย มี ๙ วาระ ในนกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ ในนวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ
ในนวิปปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ.
โดยนัยนี้ การนับทั้งสองนัยนอกนี้ก็ดี สหชาตวาระก็ดี ปัจจยวาระ
ก็ดี นิสสยวาระก็ดี สังสัฏฐวาระก็ดี สัมปยุตตวาระก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาระ.

604
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๕ - หน้าที่ 605 (เล่ม 89)

ปัญหาวาระ
อนุโลมนัย
๑. เหตุปัจจัย
[๕๕๑] ๑. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัย
แก่ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่
กิเลสทั้งหลาย ที่เป็นสัมปยุตตธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
๒. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัย
แก่ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม ด้วยอำนาจของเหตุ-
ปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
๓. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัย
แก่ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรม และธรรมที่เป็นสังกิลิฏ-
ฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ และกิเลสทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.

605
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๕ - หน้าที่ 606 (เล่ม 89)

๒. อารัมมณปัจจัย
[๕๕๑] ๑. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรมเป็นปัจจัย
แก่ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณ-
ปัจจัย
คือ เพราะปรารภกิเลสทั้งหลาย กิเลสธรรมทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล. (วาระที่ ๒)
เพราะปรารภกิเลสทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่
กิเลสธรรม ย่อมเกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล (วาระที่ ๓)
เพราะปรารภกิเลสทั้งหลาย กิเลสทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
ย่อมเกิดขึ้น.
๔. ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เป็น
ปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม ด้วยอำนาจของ
อารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม ย่อมเกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล (วาระที่ ๕)
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม
กิเลสธรรมทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล (วาระที่ ๖)

606
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๕ - หน้าที่ 607 (เล่ม 89)

เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิลิฏฐะ แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม
กิเลสธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้น.
แม้นัยนอกจากนี้ ก็พึงกระทำเป็น ๓ วาระ (วาระที่ ๗-๘-๙)
๓. อธิปติปัจจัย
[๕๕๒] ๑. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรมเป็นปัจจัย
แก่ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสสังกิลิฏฐธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือที่เป็น อารัมมณาธิปติ มี ๓ วาระ.
๔. ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เป็น
ปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม ด้วยอำนาจของ
อธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น อารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่
เพราะกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรมให้เป็น
อารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ มี ๓ วาระ.
อธิปติปัจจัยทั้งสองอย่าง พึงทำทั้ง ๓ วาระ (วาระที่ ๔-๕-๖)
ทั้งสองอย่างนอกนี้ พึงทำเป็น ๓ วาระ (วาระที่ ๗-๘-๙)
๔. อนันตรปัจจัย
[๕๕๓] ๑. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เป็น
ปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม ด้วยอำนาจของ
อนันตรปัจจัย

607