คือ เพราะปรารภอุปาทานธรรมทั้งหลาย อุปาทานธรรมทั้งหลาย
ย่อมเกิดขึ้น. มี ๓ วาระ (วาระที่ ๑-๒-๓)
๔. ธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม
เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม ด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทานแล้ว ฯลฯ ออกจากฌาน พิจารณาฌาน ย่อมยินดี
ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภทานเป็นต้นนั้น ราคะ ฯลฯ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา
อุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.
พระอริยะทั้งหลายพิจารณาโคตรภู, พิจารณาโวทาน ฯลฯ กิเลสที่ละ
แล้ว ฯลฯ กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ
บุคคลพิจารณาเห็นจักษุ ฯลฯ หทยวัตถุ ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่
อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
๕. ธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม
เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม ด้วยอำนาจ
ของอารัมมณปัจจัย ฯลฯ
สองนัยนอกนี้ เหมือนกับอุปาทานทุกะ.
๗. ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม และ
ธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรม
ที่เป็นอุปาทานและอุปาทานิยธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
มี ๓ วาระ.