พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๕ - หน้าที่ 348 (เล่ม 89)

๓. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยอุปาทาธรรม
และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น เพราะนเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และ
จักขายตนะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ
ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ และ
หทยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ ๒.
ในปฏิสนธิขณะ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ
หทยวัตถุ ฯลฯ
๒. นอารัมมณปัจจัย ฯลฯ ๑๐. นอาเสวนปัจจัย
ฯลฯ เพราะนอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ.
ฯลฯ เพราะนอาเสวนปัจจัย มี ๕ วาระ.
๑๑. นกัมมปัจจัย
[๓๑๔] ๑. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยอุปาทาธรรม
เกิดขึ้น เพราะนกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยหทยวัตถุ.
๒. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่
อุปาทาธรรม เกิดขึ้น เพราะนกัมมปัจจัย

348
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๕ - หน้าที่ 349 (เล่ม 89)

คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม.
คือ พาหิรรูป. . .อาหารสมุฏฐานรูป. . .อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒.
๓. อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม
เกิดขึ้น เพราะนกัมมปัจจัย
คือ อุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นพาหิรรูป. . .อาหาร-
สมุฏฐานรูป. . .อุตุสมุฏฐานรูป.
๔. อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม
อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น เพราะนกัมมปัจจัย
คือ พาหิรรูป... อาหารสมุฏฐานรูป. . .อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ มหา-
ภูตรูป ๓ และอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ ฯลฯ.
๕. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยอุปาทาธรรม
และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น เพราะนกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทา-
ธรรม และหทยวัตถุ.
๑๒. นวิปากปัจจัย ฯลฯ ๑๔. นอินทริยปัจจัย
ฯลฯ เพราะนวิปากปัจจัย มี ๕ วาระ.
ฯลฯ เพราะนอาหารปัจจัย มี ๓ วาระ.
ฯลฯ เพราะนอินทริยปัจจัย มี ๓ วาระ.

349
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๕ - หน้าที่ 350 (เล่ม 89)

๑๕. นฌานปัจจัย
[๓๑๕] ๑. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยอุปาทาธรรม
เกิดขึ้น เพราะนฌานปัจจัย
คือ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ ฯลฯ กายวิญญาณ อาศัย
กายายตนะ.
๒. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่
อุปาทาธรรม เกิดขึ้น เพราะนฌานปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณ ฯลฯ
ขันธ์ ๒ ฯลฯ
คือ พาหิรรูป . . .อาหารสมุฏฐานรูป. . .อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
อสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒.
๓. อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม
เกิดขึ้น เพราะนฌานปัจจัย
คือ พาหิรรูป. . .อาหารสมุฏฐานรูป . . .อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
อสัญญสัตว์ทั้งหลาย อุปาทากฏัตตารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
๔. อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม
อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น เพราะนฌานปัจจัย
คือ พาหิรรูป. . . อาหารสมุฏฐานรูป...อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
อสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๓ และอุปาทากฏัตตารูป อาศัย
มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ ฯลฯ

350
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๕ - หน้าที่ 351 (เล่ม 89)

๕. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยอุปาทาธรรม
และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น เพราะนฌานปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และ
จักขายตนะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
๑๖. นมัคคปัจจัย ฯลฯ ๒๐. โนวิคตปัจจัย
ฯลฯ เพราะนมัคคปัจจัย มี ๕ วาระ.
เพราะนสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ.
เพราะนวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ.
เพราะโนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ.
เพราะโนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ.
การนับจำนวนวาระในปัจจนียะ
[๓๑๖] ในนเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ ในนอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
ในนอธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ ฯลฯ ในนกัมมปัจจัย มี ๕ วาระ ในนวิปากปัจจัย
มี ๕ วาระ ในนอาหารปัจจัย มี ๓ วาระ ในนอินทริยปัจจัย มี ๓ วาระ ใน
นฌานปัจจัย มี ๕ วาระ ในนมัคคปัจจัย มี ๕ วาระ ในนสัมปยุตตปัจจัย มี
๓ วาระ ในนวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ ในโนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ ในโน
วิคตปัจจัย มี ๓ วาระ.
การนับสองวาระนอกนี้ก็ดี นิสสยวาระก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.

351
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๕ - หน้าที่ 352 (เล่ม 89)

สังสัฏฐวาระ
อนุโลมนัย
๑. เหตุปัจจัย
[๓๑๗] ๑. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เจือกับธรรมที่ไม่ใช่
อุปาทาธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒
เจือกับขันธ์ ๒.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
การนับจำนวนวาระในอนุโลม
[๓๑๘] ในเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ ในอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ
ในอธิปติปัจจัย มี ๑ วาระ ในปัจจัยทั้งปวง มี ๑ วาระ ในอวิคตปัจจัย มี
๑ วาระ.
ปัจจนียนัย
๑. นเหตุปัจจัย
[๓๑๙] ๑. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เจือกับธรรมที่ไม่ใช่
อุปาทาธรรม เกิดขึ้น เพราะนเหตุปัจจัย

352
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๕ - หน้าที่ 353 (เล่ม 89)

คือ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ
ฯลฯ ขันธ์ ๒.
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย
อุทธัจจะ เจือกับขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
ฯลฯ
การนับจำนวนวาระในปัจจนียะ
[๓๒๐] ในนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ ในนอธิปติปัจจัย มี ๑ วาระ ใน
นปุเรชาตปัจจัย มี ๑ วาระ ในนปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑ วาระ ในนอาเสวนปัจจัย
มี ๑ วาระ ในนกัมมปัจจัย มี ๔ วาระ ในนวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ ในนฌาน-
ปัจจัย มี ๑ วาระ ในนมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ ในนวิปปยุตตปัจจัย มี ๑ วาระ
การนับทั้งสองวาระนอกนี้ก็ดี สัมปยุตตวาระก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.

353
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๕ - หน้าที่ 354 (เล่ม 89)

ปัญหาวาระ
อนุโลมนัย
๑. เหตุปัจจัย
[๓๒๑] ๑. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรม
ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
๒. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทา-
ธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลายที่เป็นอุปาทาธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
๓. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทา-
ธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นอุปาทาธรรม และไม่ใช่อุปาทาธรรม ด้วย
อำนาจของเหตุปัจจัย.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

354
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๕ - หน้าที่ 355 (เล่ม 89)

๒. อารัมมณปัจจัย
[๓๒๒] ๑. อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทา-
ธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลพิจารณาเห็นจักษุ ฯลฯ กายะ ฯลฯ รูป ฯลฯ รสะ ฯลฯ
หทยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ.
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ รสายตนะ เป็นปัจจัยแก่
ชิวหาวิญญาณ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิญญาณ, แก่
ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ, แก่อนาคตังสญาณ, แก่อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของ
อารัมมณปัจจัย.
๒. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรม
ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ ให้ทานแล้ว ฯลฯ ศีล ฯลฯ กระทำอุโบสถกรรม แล้วพิจารณา
ซึ่งกุศลกรรมนั้น ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลกรรมนั้น
ราคะ ย่อมเกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.
พิจารณากุศลกรรมที่ได้สั่งสมไว้ในกาลก่อน ฯลฯ ออกจากฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค แล้วพิจารณามรรค, ผล ฯลฯ
นิพพาน ฯลฯ
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู, แก่โวทาน, แก่มรรค, แก่ผล,
แก่อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.

355
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๕ - หน้าที่ 356 (เล่ม 89)

พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว, กิเลสที่ข่มแล้ว, กิเลสที่
เคยเกิดขึ้นในกาลก่อน ฯลฯ โผฏฐัพพะ ฯลฯ
บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยความเป็น
ของไม่เที่ยง โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม
ด้วยเจโตปริยญาณ.
อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ ฯลฯ อากิญ-
จัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ.
โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ด้วยอำนาจของอารัมมณ-
ปัจจัย.
ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่
เจโตปริยญาณ, แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ, แก่ยถากัมมูปคญาณ, แก่
อนาคตังสญาณ, แก่อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
๓. อธิปติปัจจัย
[๓๒๓] ๑. อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทา-
ธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำจักษุ ฯลฯ กายะ
ฯลฯ รสะ ฯลฯ หทยวัตถุให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำจักษุ

356
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๕ - หน้าที่ 357 (เล่ม 89)

เป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ ย่อมเกิดขึ้น ทิฏฐิ
ย่อมเกิดขึ้น.
๒. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรม
ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น อารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่
บุคคลให้ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ กระทำอุโบสถกรรมแล้ว กระทำ
กุศลกรรมนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา ย่อมยินดี ย่อม
เพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำกุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ
ย่อมเกิดขึ้น ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
พิจารณากุศลกรรมที่สั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ ออกจากฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้ว ทำมรรคให้เป็นอารมณ์อย่าง
หนักแน่น ฯลฯ ผล ฯลฯ นิพพาน ฯลฯ
นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู, แก่โวทาน, แก่มรรค แก่ผล ด้วย
อำนาจของอธิปติปัจจัย
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำโผฏฐัพพะ ฯลฯ
ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำ
โผฏฐัพพะเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ ย่อมเกิดขึ้น
ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่

357