[๗๒๙] ๑. ธรรมที่เป็นทั้งปรามาสธรรม และปรามัฏฐธรรม
เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งปรามาสธรรมและปรามัฏฐธรรม ด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัย
มี ๓ วาระ พึงกระทำว่าปรารภ เหมือนกับปรามาสทุกะ.
๔. ธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาส-
ธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาส-
ธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ กระทำอุโบสถกรรม แล้ว
พิจารณากุศลธรรมนั้น ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลกรรม
นั้น ราคะ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.
พิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
ออกจากฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายพิจารณาโคตรภู, พิจารณาโวทาน, กิเลสที่สะสม
แล้ว ฯลฯ กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ กิเลสทั้งหลายที่เกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ
บุคคลพิจารณาเห็นจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปรา-
มัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส
ย่อมเกิดขึ้น.
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพย์จักษุ ตลอดถึงอาวัชชนะ พึงกระทำทั้งหมด.
๕. ธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาส-
ธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งปรามาสธรรม และปรามัฏฐธรรม
ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย