ปัจจนียานุโลมนัย
การนับจำนวนวาระในปัจจนียานุโลม
[๗๐๐] เพราะนเหตุปัจจัย ในนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ... ฯลฯ
ในอวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ.
แม้สหชาตวาระ ก็เหมือนกับ ปฏิจจวาระ.
ปัจจนียานุโลมนัย
การนับจำนวนวาระในปัจจนียานุโลม
[๗๐๐] เพราะนเหตุปัจจัย ในนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ... ฯลฯ
ในอวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ.
แม้สหชาตวาระ ก็เหมือนกับ ปฏิจจวาระ.
ปัจจยวาระ
อนุโลมนัย
๑. เหตุปัจจัย
[๗๐๑] ๑. ปรามาสสัมปยุตตธรรม อาศัยปรามาสสัมปยุตต-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ เหมือนกับ ปฏิจจวาระ.
๔. ปรามาสวิปปยุตตธรรม อาศัยปรามาสวิปปยุตต-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปรามาส-
วิปปยุตตธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ตลอดถึงอัชฌัตติกมหาภูตรูป, ขันธ์ทั้งหลาย
ที่เป็นปรามาสวิปปยุตตธรรม อาศัยหทยวัตถุ.
๕. ปรามาสสัมปยุตตธรรม อาศัยปรามาสวิปปยุตต-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม อาศัยหทยวัตถุ.
๖. ปรามาสสัมปยุตตธรรม และปรามาสวิปปยุตต-
ธรรม อาศัยปรามาสวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม อาศัยหทยวัตถุ, จิตต-
สมุฏฐานรูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.
๗. ปรามาสสัมปยุตตธรรม อาศัยปรามาสสัมปยุตต-
ธรรม และปรามาสวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม และ
หทยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ ๒.
๘. ปรามาสวิปปยุตตธรรม และปรามาสสัมปยุตต-
ธรรม และปรามาสวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม
และมหาภูตรูปทั้งหลาย.
๙. ปรามาสสัมปยุตตธรรม และปรามาสวิปปยุตต-
ธรรม อาศัยปรามาสสัมปยุตตธรรม และปรามาสวิปปยุตตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม และ
หทยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ ๒.
จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม
และมหาภูตรูปทั้งหลาย.
ฯลฯ
การนับจำนวนวาระในอนุโลม
[๗๐๒] ในเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ ในอารัมมณปัจจัย มี ๔ วาระ
ในอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ ในอนันตรปัจจัย มี ๔ วาระ ในสมนันตรปัจจัย
มี ๔ วาระ ในสหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ ในอัญญมัญญปัจจัย มี ๔ วาระ ใน
นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ ในอุปนิสสยปัจจัย มี ๔ วาระ ในปุเรชาตปัจจัย
มี ๔ วาระ ในอาเสวนปัจจัย มี ๔ วาระ ในกัมมปัจจัย มี ๙ วาระ ในวิปาก-
ปัจจัย มี ๑ วาระ ในอาหารปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ.
ปัจจนียนัย
๑. นเหตุปัจจัย
[๗๐๓] ๑. ปรามาสวิปปยุตตธรรม อาศัยปรามาสวิปปยุตต-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะนเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปรามาส-
วิปปยุตตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ ขันธ์ ๒.
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ตลอดถึงอสัญญสัตว์.
จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ.
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปรามาสวิปปยุตตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ อาศัย
หทยวัตถุ.
โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์
ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และหทยวัตถุ.
การนับจำนวนวาระในปัจจนียะ
[๗๐๔] ในนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ ในนอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
ในนอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ ในนอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ ในนสมนันตร-
ปัจจัย มี ๓ วาระ ในนอัญญมัญญาปัจจัย มี ๓ วาระ ในนอุปนิสสยปัจจัย มี
๓ วาระ ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๔ วาระ ในนปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ ใน
นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ ในนกัมมปัจจัย มี ๔ วาระ ในนวิปากปัจจัย มี ๙
วาระ ในนอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ ในนอินทริยปัจจัย มี ๑ วาระ ในฌาน
ปัจจัย มี ๑ วาระ ในนมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ ในนสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
ในนวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ ในโนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ ในโนวิคต
ปัจจัย มี ๓ วาระ.
อนุโลมปัจจนียนัย
การนับจำนวนวาระในอนุโลมปัจจนียะ
[๗๐๕] เพราะเหตุปัจจัย ในนอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ ในน
อธิปติปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ
พึงนับอย่างนี้.
ปัจจนียานุโลมนัย
การนับจำนวนวาระในปัจจนียานุโลมห
[๗๐๖] เพราะนเหตุปัจจัย ในอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ... ใน
อวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ.
ปฏิจจวาระ จบ
นิสสยวาระ เหมือนกับ ปัจจยวาระ.
สังสัฏฐวาระ
อนุโลม
๑. เหตุปัจจัย
[๗๐๗] ๑. ปรามาสสัมปยุตตธรรม เจือกับปรามาสสัมปยุตต-
ธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
การนับจำนวนวาระในอนุโลม
[๗๐๘] ในเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ ในอารัมมณปัจจัย มี ๒ วาระ
ในปัจจัยทั้งปวง มี ๒ วาระ ในวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย
มี ๒ วาระ.
ปัจจนียนัย
การนับจำนวนวาระในปัจจนียะ
[๗๐๙] ในนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ ในนอธิปติปัจจัย มี ๒ วาระ
ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ ในนปัจฉาชาตปัจจัย มี ๒ วาระ ในนอาเสวน-
ปัจจัย มี ๒ วาระ ในนกัมมปัจจัยมี ๒ วาระ ในนวิปากปัจจัย มี ๒ วาระ
ในนฌานปัจจัย มี ๑ วาระ ในนมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ ในนวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ วาระ.
การนับทั้งสองวาระนอกนี้ก็ดี สัมปยุตตวาระก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.
ปัญหาวาระ
อนุโลมนัย
๑. เหตุปัจจัย
[๗๑๐] ๑. ปรามาสสัมปยุตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปรามาส
สัมปยุตตธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมป-
ยุตตขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
พึงกระทำมูล. (วาระที่ ๒)
เหตุทั้งหลายที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏ-
ฐานรูปทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
พึงกระทำมูล (วาระที่ ๓)
เหตุทั้งหลายที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
๔. ปรามาสวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
วิปปยุตตธรรม, ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นปรามาสวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมป-
ยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
๒. อารัมมณปัจจัย
[๗๑๑] ๑. ปรามาสสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปรามาส
สัมปยุตตธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่งซึ่งราคะ เพราะปรารภราคะ
นั้น ราคะที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม ย่อมเกิดขึ้น.
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่งซึ่งขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นปรามาส-
สัมปยุตตธรรม เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม
ย่อมเกิดขึ้น.
๒. ปรามาสสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปรามาส
วิปปยุตตธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นปรามาสสัมป-
ยุตตธรรม พิจารณากิเลสที่ข่มแล้ว รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาล
ก่อน.
บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม โดย
ความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ แล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภ
ขันธ์นั้น ราคะที่เป็นปรามาสวิปปยุตตธรรม วิจิกิจฉา อุทธัจจะ โทมนัส
ย่อมเกิดขึ้น.
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นปรามาสสัมปยุตต-
ธรรม ด้วยเจโตปริยญาณ.
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริย-
ญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตตังสญาณ แก่
อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
๓. ปรามาสวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปรามาส
วิปปยุตตธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ กระทำอุโบสถกรรมแล้ว พิจารณา
กุศลกรรมนั้น ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลธรรมนั้น ราคะ
ที่เป็นปรามาสวิปปยุตตธรรม วิจิกิจฉา อุทธัจจะ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.
พิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
ออกจากฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค พิจารณามรรค ฯลฯ ผล ฯลฯ
พิจารณานิพพาน.
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู, แก่โวทาน, แก่มรรค, แก่ผล, แก่
อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นปรามาสวิปปยุตต-
ธรรม ฯลฯ กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน.
บุคคลพิจารณาเห็นจักษุ ฯลฯ หทยวัตถุ ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นปรามาส-
วิปปยุตตธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลิน
ยิ่ง เพราะปรารภจักษุเป็นต้นนั้น ราคะที่เป็นปรามาสวิปปยุตตธรรม วิจิกิจฉา
อุทธัจจะ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพย์จักษุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ.
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นปรามาสวิปปยุตต-
ธรรม ด้วยเจโตปริยญาณ.
อากาสสานัญจาตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ, อากิญจัญ-
ญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ.
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็น
ปัจจัยแก่กายวิญญาณ.
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปรามาสวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ,
แก่เจโตปริยญาณ, แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ, แก่ยถากัมมูปคญาณ, แก่
อนาคตังสญาณ, แก่อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
๔. ปรามาสวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปรามาส
สัมปยุตตธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ
พิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
ออกจากฌาน ฯลฯ
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่งซึ่งจักษุ ฯลฯ หทยวัตถุ ขันธ์
ทั้งหลายที่เป็นปรามาสวิปปยุตตธรรม เพราะปรารภจักษุเป็นต้นนั้น ราคะ
ที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม ย่อมเกิดขึ้น.
๓. อธิปติปัจจัย
[๗๑๒] ๑. ปรามาสสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปรามาส
สัมปยุตตธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น อารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่