คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม อาศัยหทยวัตถุ.
จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโลภะที่เป็นทิฏฐิ-
คตวิปปยุตตธรรม.
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยปฏิฆะ.
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม และโลภะ อาศัยหทยวัตถุ.
ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโทมนัส และปฏิฆะ อาศัยหทยวัตถุ.
๗. คันถสัมปยุตตธรรม อาศัยคันถสัมปยุตตธรรม
และคันถวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม และหทย-
วัตถุ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะ ที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตต-
ธรรม, หทยวัตถุ และปฏิฆะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัส. หทยวัตถุ และปฏิฆะ
ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
๘. คันถวิปปยุตตธรรม อาศัยคันถสัมปยุตตธรรม
และคันถวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม
และมหาภูตรูปทั้งหลาย.
จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคต-
วิปปยุตตธรรม และโลภะ.