พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๔ - หน้าที่ 196 (เล่ม 88)

บุคคลพิจารณาเห็นจักษุ ฯลฯ หทยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
สัปปัจจยธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพยจักษุ, ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ.
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นสัปปัจจยธรรม ด้วย
เจโตปริยญาณ.
อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ, อากิญ-
จัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ.
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็น
ปัจจัยแก่กายวิญญาณ.
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่
เจโตปริยญาณ แก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่
อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
๒. อัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม ด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน.
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู, แก่โวทาน, แก่มรรค, แก่ผล แก่
อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
๓. อธิปติปัจจัย
[๑๗๗] ๑. สัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม ด้วย
อำนาจของอธิปติปัจจัย

196
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๔ - หน้าที่ 197 (เล่ม 88)

มี ๒ อย่าง คือที่เป็น อารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่
บุคคลให้ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ กระทำกุศลกรรม
นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วพิจารณา.
บุคคลพิจารณากุศลกรรมที่ทำแล้วในกาลก่อน ฯลฯ ออกจากฌาน
แล้ว ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์อย่าง
หนักแน่น แล้วพิจารณา, กระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้ว
พิจารณา.
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำจักษุ ฯลฯ หทยวัตถุ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปัจจยธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำ
จักษุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ ย่อมเกิดขึ้น ทิฏฐิ
ย่อมเกิดขึ้น.
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่
อธิปติธรรมที่เป็นสัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
๒. อัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม ด้วย
อำนาจของอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่
พระอริยะทั้งหลายกระทำนิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้ว
พิจารณา.

197
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๔ - หน้าที่ 198 (เล่ม 88)

นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู, แก่โวทาน, แก่มรรค, แก่ผล ด้วย
อำนาจของอธิปติปัจจัย.
๔. อนันตรปัจจัย ฯลฯ ๒๔. อวิคตปัจจัย
[๑๗๘] ๑. สัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม ด้วย
อำนาจของอนันตรปัจจัย ฯลฯ
ฯลฯ เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย, อุปนิสสย-
มูล มี ๒ วาระ.
ฯลฯ เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของปุเรชาตปัจจัย ฯลฯ
ฯลฯ เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของอวิคตปัจจัย.
ปัจจัยทั้งปวง มี ๑ วาระ เท่านั้น.
การนับจำนวนวาระในอนุโลม
[๑๗๙] ในเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ ในอารัมมณปัจจัย มี ๒ วาระ ใน
อธิปติปัจจัย มี ๒ วาระ ในอนันตรปัจจัย มี ๑ วาระ ในสมนันตรปัจจัย
มี ๑ วาระ ในสหชาตปัจจัย มี ๑ วาระ ในอัญญมัญญปัจจัย มี ๑ วาระ ใน
นิสสยปัจจัย มี ๑ วาระ ในอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ วาระ ในปุเรชาตปัจจัย
มี ๑ วาระ ในปัจจัยทั้งปวง มี ๑ วาระ ในอวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
อนุโลมนัย จบ

198
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๔ - หน้าที่ 199 (เล่ม 88)

ปัจจนียนัย
การยกปัจจัยในปัจจนียะ
[๑๘๐] ๑. สัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม ด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย,
เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของ
ปุเรชาตปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย, เป็นปัจจัย
ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของอาหารปัจจัย,
เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของอินทริยปัจจัย.
๒. อัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม ด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
การนับจำนวนวาระในปัจจนียะ
[๑๘๑] ในนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ ในนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ
ในนอธิปติปัจจัย มี ๒ วาระ ในนอนันตรปัจจัย มี ๒ วาระ ในนสมนันตร-
ปัจจัย มี๒ วาระ ในนอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ วาระ ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ
ฯลฯ ในโนวิคตปัจจัย มี ๒ วาระ ในโนอวิคตปัจจัย มี ๒ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
ปัจจนียนัย จบ

199
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๔ - หน้าที่ 200 (เล่ม 88)

อนุโลมปัจจนียนัย
การนับจำนวนวาระในอนุโลมปัจจนียะ
[๑๘๒] เพราะเหตุปัจจัย ในนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ... ใน
นอธิปติปัจจัย มี ๑ วาระ ในนอนันตรปัจจัย มี ๑ วาระ ในนสมนันตรปัจจัย
มี ๑ วาระ ในนอัญญมัญญปัจจัย มี ๑ วาระ ในนอุปนิสสยปัจจัย มี ๑ วาระ
ฯลฯ ในนสัมปยุตตปัจจัย มี ๑ วาระ ในนวิปปยุตตปัจจัย มี ๑ วาระ ใน
โนนัตถิปัจจัย มี ๑ วาระ ในโนวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
อนุโลมปัจจนียนัย จบ
ปัจจนียานุโลม
การนับจำนวนวาระในปัจจนียานุโลม
[๑๘๓] เพราะนเหตุปัจจัย ในอารัมมณปัจจัย มี ๒ วาระ... ใน
อธิปติปัจจัย มี ๒ วาระ ในอนันตรปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ ในอุปนิสสยปัจจัย
มี ๒ วาระ ในปุเรชาตปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
ปัจจนียานุโลมนัย จบ
สัปปัจจยทุกะ จบ

200
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๔ - หน้าที่ 201 (เล่ม 88)

๘. สังขตทุกะ
ปฏิจจวาระ
อนุโลมนัย
๑. เหตุปัจจัย
[๑๘๔] ๑. สังขตธรรม อาศัยสังขตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสังขตธรรม ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย, ขันธ์ทั้งหลาย
อาศัยหทยวัตถุ.
มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป
ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.
ทุกะนี้ พึงกระทำเหมือนสัปปัจจยทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน.
สังขตทุกะ จบ

201
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๔ - หน้าที่ 202 (เล่ม 88)

๙. สนิทัสสนทุกะ
ปฏิจจวาระ
อนุโลมนัย
๑. เหตุปัจจัย
[๑๘๕] ๑. อนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอนิทัสสนธรรม อาศัย
ขันธ์ ๑ ฯลฯ ที่เป็นอนิทสัสนธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป ที่เป็นอนิทัสสนธรรม อาศัย
ขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
หทยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย, ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ.
ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนธรรม
อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.
๒. สนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
อนิทสัสนธรรม.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

202
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๔ - หน้าที่ 203 (เล่ม 88)

จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม
อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.
๓. สนิทัสสนธรรม และอนิทัสสนธรรม อาศัย
อนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม และ
อนิทัสสนธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม
และอนิทัสสนธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.
๒. อารัมมณปัจจัย
[๑๘๖] ๑. อนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น
เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนธรรม ฯลฯ ขันธ์๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลาย อาศัย หทยวัตถุ.
๓. อธิปติปัจจัย
[๑๘๗] ๑. อนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น
เพราะอธิปติปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอนิทัสสนธรรม อาศัย
ขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ

203
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๔ - หน้าที่ 204 (เล่ม 88)

มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ ฯลฯ
จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนธรรม อาศัย
มหาภูตรูปทั้งหลาย.
๒. สนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น
เพราะอธิปติปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
อนิทัสสนธรรม.
จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม อาศัย
มหาภูตรูปทั้งหลาย.
๓. สนิทัสสนธรรม และอนิทัสสนธรรม อาศัย
อนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม และ
อนิทัสสนธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม และอนิทสัสน-
ธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.
ฯลฯ พึงกระทำทุกปัจจัย
การนับจำนวนวาระในอนุโลม
[๑๘๘] ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ในอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ
ื้นอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ในอนันตรปัจจัย มี ๑ วาระ ในสมนันตรปัจจัย

204
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๔ - หน้าที่ 205 (เล่ม 88)

มี ๑ วาระ ในสหชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ในอัญญมัญญปัจจัย มี ๑ วาระ ใน
นิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ในอุปนิสสยปัจจัย มี ๑ วาระ ในปุเรชาตปัจจัย มี ๑
วาระ ในอาเสวนปัจจัย มี ๑ วาระ ในกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ ในวิปากปัจจัย
มี ๓ วาระ ในมัคคปัจจัย มี ๓ วาระ ในสัมปยุตตปัจจัย มี ๑ วาระ ใน
วิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ ในอัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ ในนัตถิปัจจัย มี ๑
วาระ ในวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ ในอวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ.
อนุโลมนัย จบ
ปัจจนียนัย
๑. เหตุปัจจัย
[๑๘๙] ๑. อนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น
เพราะนเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอนิทัสสนธรรม อาศัยขันธ์
๑ ที่เป็นอนิทัสสนธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย, ขันธ์
ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ.
มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูปที่เป็นอนิทัสสนธรรม
อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.
พาหิรรูป ...อาหารสมุฏฐานรูป ...อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ.

205