พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๔ - หน้าที่ 126 (เล่ม 88)

คือ อโทสะ อโมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัย อโลภะ.
พึงผูกจักรนัย
โมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโลภะ.
พึงผูกจักรนัย
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
๔. ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม อาศัย
ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ
ปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม ขันธ์
๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ.
๕. ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม อาศัย
ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ
ปัจจัย
คือ เหตุธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุ-
ธรรม. ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
๖. ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม และ
ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรม อาศัยธรรมที่เป็น
สเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และเหตุธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่
ใช่เหตุธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

126
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๔ - หน้าที่ 127 (เล่ม 88)

๗. ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม อาศัย
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุก-
ธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ อโทสะ อโมหะ อาศัยอโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย.
พึงผูกจักรนัย.
โมหะ อาศัยโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย.
พึงผูกจักรนัย.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
๘. ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม อาศัย
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุก-
ธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม และ
เหตุธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ.
๙. ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม และ
ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้ง
เหตุธรรมและสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่
เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และอโทสะ อโมหะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม
แต่ไม่ใช่เหตุธรรม และอโลภะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
พึงให้พิสดารอย่างที่กล่าวมาแล้ว.

127
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๔ - หน้าที่ 128 (เล่ม 88)

การนับจำนวนวาระในอนุโลม
[๑๐๕] ในเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ ในอารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ
ในอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ ในอนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ ในปัจจัยทั้งปวง
มี ๙ วาระ ในอวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
อนุโลมนัย จบ
ปัจจนียนัย
๑. นอธิปติปัจจัย
[๑๐๖] ๑. ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม อาศัย
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะนอธิปติ
ปัจจัย
คือ อโทสะ อโมหะ อาศัยอโลภะ.
พึงผูกจักรนัย.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
พึงกระทำเป็น ๙ วาระ ให้บริบูรณ์.
๒. นปุเรชาตปัจจัย ฯลฯ ๔. นอาเสวนปัจจัย
ฯลฯ เพราะนปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
ฯลฯ เพราะนปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
ฯลฯ เพราะนอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ

128
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๔ - หน้าที่ 129 (เล่ม 88)

๕. นกัมมปัจจัย
[๑๐๗] ๑. ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ใช่เหตุธรรม อาศัย
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรมเกิดขึ้น เพราะนกัมมปัจจัย
คือสัมปยุตตเจตนา อาศัยเหตุธรรม.
๒. ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม อาศัย
ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะนกัมม-
ปัจจัย
คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่
เหตุธรรม.
๓. ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม อาศัย
ธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะนกัมมปัจจัย
คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยเหตุธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย.
๖. นวิปากปัจจัย ๗. นวิปปยุตตปัจจัย
ฯลฯ เพราะนวิปากปัจจัย
ฯลฯ เพราะนวิปปยุตตปัจจัย
การนับจำนวนวาระในปัจจนียะ
[๑๐๘] ในนอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๙
วาระ ในนปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ ในนอาเสวนปัจจัย มี ๘ วาระ ใน
นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ ในนวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ ในนวิปปยุตตปัจจัย
มี ๙ วาระ.

129
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๔ - หน้าที่ 130 (เล่ม 88)

พึงนับอย่างนี้.
ปัจจนียนัย จบ
อนุโลมปัจจนียนัย
การนับจำนวนวาระในอนุโลมปัจจนียนัย
[๑๐๙] เพราะเหตุปัจจัย ในนอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ ในน-
ปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ ในนปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ ในนอาเสวน-
ปัจจัย มี ๙ วาระ ในนกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ ในนวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ
ในนวิปปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
อนุโลมปัจจนียนัย จบ
ปัจจนียานุโลมนัย
การนับจำนวนวาระในปัจจนียานุโลม
[๑๑๐] เพราะนอธิปติปัจจัย ในเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ ในน-
อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ ในอนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย
มี ๙ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
ปัจจนียานุโลม จบ
สหชาตวาระก็ดี นิสสยวาระก็ดี สังสัฏฐวาระก็ดี สัมปยุตตวาระก็ดี
เหมือนกับปฏิจจวาระ.

130
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๔ - หน้าที่ 131 (เล่ม 88)

ปัญหาวาระ
อนุโลมนัย
๑. เหตุปัจจัย
[๑๑๑] ๑. ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็น
ปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม ด้วยอำนาจของ
เหตุปัจจัย
คือ อโลภะ เป็นปัจจัยแก่อโทสะ อโมหะ ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
เหมือนกับปฏิจจวาระ.
๒. ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็น
ปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งสเหตุกธรรมและเหตุธรรม ด้วยอำนาจของ
เหตุปัจจัย
คือ เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของ
เหตุปัจจัย.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
๓. ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็น
ปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็น
สเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ อโลภะ เป็นปัจจัยแก่อโทสะ อโมหะ และสัมปยุตตขันธ์
ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
พึงให้พิสดาร.

131
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๔ - หน้าที่ 132 (เล่ม 88)

๒. อารัมมณปัจจัย
[๑๑๒] ๑. ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุหกธรรม เป็น
ปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม ด้วยอำนาจของ
อารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภเหตุธรรม เหตุธรรมทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้น.
๒. ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็น
ปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม ด้วยอำนาจของ
อารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภเหตุธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่
ใช่เหตุธรรม ย่อมเกิดขึ้น
๓. ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็น
ปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็น
สเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภเหตุธรรม เหตุธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
ย่อมเกิดขึ้น.
๔. ธรรมที่เป็นสเหตุธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็น
ปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม ด้วยอำนาจของ
อารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ พิจารณา
กุศลกรรมนั้น.

132
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๔ - หน้าที่ 133 (เล่ม 88)

บุคคลพิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน.
บุคคลออกจากฌานแล้ว พิจารณาฌาน.
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค, พิจารณาผล,
พิจารณากิเลสที่ละแล้ว, พิจารณากิเลสที่ข่มแล้ว, รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิด
ขึ้นแล้วในกาลก่อน.
พิจารณาขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม โดย
ความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นสเหตุกธรรมแต่
ไม่ใช่เหตุธรรม ด้วยเจโตปริยญาณ.
อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ, อากิญ-
จัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณ
ปัจจัย.
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่
อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปค-
ญาณ แก่อนาคตังสญาณ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
๕. ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็น
ปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม ด้วยอำนาจของ
อารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน ฯลฯ มีอธิบายเหมือนข้อความตามบาลีตอนต้น
ไม่มีแตกต่างกัน.

133
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๔ - หน้าที่ 134 (เล่ม 88)

๖. ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็น
ปัจจัยและธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็น
สเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน ฯลฯ มีอธิบายเหมือนกับข้อความตามบาลีตอนต้น
ไม่มีแตกต่างกัน.
๗. ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม และ
ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
ทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภเหตุธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เหตุธรรม
ทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้น.
๘. ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม, ธรรม
ที่เป็นสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม
เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม ด้วยอำนาจ
ของอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภเหตุธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย
ที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม ย่อมเกิดขึ้น.
๙. ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม และ
ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
ทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่
เหตุธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย

134
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๔ - หน้าที่ 135 (เล่ม 88)

คือ เพราะปรารภเหตุธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เหตุธรรม
และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้น.
๓. อธิปติปัจจัย
[๑๑๓] ๑. ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็น
ปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม ด้วยอำนาจของ
อธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น อารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่
เพราะกระทำเหตุธรรมทั้งหลายให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เหตุ-
ธรรมทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้น.
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่
อธิปติธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัม-
ปยุตตเหตุทั้งหลาย ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
๒. ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็น
ปัจจัยและธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม ด้วยอำนาจของ
อธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น อารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่

135