พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 692 (เล่ม 87)

๒. อารัมมณปัจจัย ฯลฯ อวิคตปัจจัย
[๒๐๒๙] อัชฌัตตารัมมณธรรม อาศัยอัชฌัตตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย ฯลฯ เพราะอวิคตปัจจัย.
การนับจำนวนวาระในอนุโลม
[๒๑๓๐] ในเหตุปัจจัยมี ๒ วาระ ในอารัมมณปัจจัย มี ๒ วาระ ฯลฯ
ในปัจจัยทั้งปวง มี ๒ วาระ ในอวิคตปัจจัย มี ๒ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
อนุโลมนัย จบ
ปัจจนียนัย
๑. นเหตุปัจจัย
[๒๑๓๑] ๑. อัชฌัตตารัมมณธรรม อาศัยอัชฌัตตารัมมณ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะนเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม ซึ่งเป็น
อเหตุกะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัชฌัตตารัมมณ-
ธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์
ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.

692
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 693 (เล่ม 87)

[๒๑๓๒] ๒. พหิทธารัมมณธรรม อาศัยพหิทธารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะนเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ
ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย
อุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.
๒. นอธิปติปัจจัย ๓. นปุเรชาตปัจจัย
[๒๑๓๓] ๑. อัชฌัตตารัมมณธรรม อาศัยอัชฌัตตารัมมณ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะนอธิปติปัจจัย เหมือนกับสหชาตปัจจัยในอนุโลม
ไม่มีแตกต่างกัน.
เพราะนปุเรชาตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๒๑๓๔] ๒. พหิทธารัมมณธรรม อาศัยพหิทธารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะนปุเรชาตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม

693
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 694 (เล่ม 87)

๔. นปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ ๕. นอาเสวนปัจจัย
เพราะนปัจฉาชาตปัจจัย เพราะนอาเสวนปัจจัย เหมือนกับ
สหชาตปัจจัย.
๖. นกัมมปัจจัย
๑. อัชฌัตตารัมมณธรรม อาศัยอัชฌัตตารัมมณ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะนกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
อัชฌัตตารัมมณธรรม.
[๒๑๓๕] ๒. พหิทธารัมมณธรรม อาศัยพหิทธารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะนกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นพหิทธา
รัมมณธรรม.
๗. นวิปากปัจจัย ฯลฯ ๑๐. นวิปปยุตตปัจจัย
[๒๑๓๖] ฯลฯ อาศัยอัชฌัตตารัมมณธรรม ฯลฯ เพราะน-
วิปากปัจจัย ปฏิสนธิไม่มี. เพราะนฌานปัจจัย
คือ ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม ซึ่งสหรคตด้วย
ปัญจวิญญาณ ฯลฯ.
[๒๐๓๗] ฯลฯ อาศัยพหิทธารัมมณธรรม ฯลฯ เพราะนฌาน-
ปัจจัย
คือ ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม ซึ่งสหรคตด้วย
ปัญจวิญญาณ ฯลฯ.

694
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 695 (เล่ม 87)

เพราะนมัคคปัจจัย เหมือนกับนเหตุปัจจัย โมหะไม่มี.
เพราะนวิปปยุตตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัชฌัตตารัมมธรรม ฯลฯ.
[๒๑๓๘] ฯลฯ อาศัยพหิทธารัมมณธรรม ฯลฯ เพราะนวิป-
ปยุตตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม ฯลฯ
การนับจำนวนวาระในปัจจนียะ
[๒๐๓๙] ในนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ ในนอธิปติปัจจัย มี ๒ วาระ
ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ ในนปัจฉาชาตปัจจัย มี ๒ วาระ ในน-
อาเสวนปัจจัย มี ๒ วาระ ในนกัมมปัจจัย มี ๒ วาระ ในนวิปากปัจจัย มี
๒ วาระ ในนฌานปัจจัย มี ๒ วาระ ในนมัคคปัจจัย มี ๒ วาระ ในน-
วิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
ปัจจนียนัย จบ
อนุโลมปัจจนียนัย
การนับจำนวนวาระในอนุโลมปัจจนียะ
[๒๑๔๐] เพราะเหตุปัจจัย ในนอธิปติปัจจัย มี ๒ วาระ...ฯลฯ
ในนวิปากปัจจัย มี ๒ วาระ ในนวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
อนุโลมปัจจนียนัย จบ

695
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 696 (เล่ม 87)

ปัจจนียานุโลมนัย
การนับจำนวนวาระในปัจจนียานุโลม
[๒๑๔๑] เพราะนเหตุปัจจัย ในอารัมมณปัจจัย มี ๒ วาระ... ใน
อนันตรปัจจัย มี ๒ วาระ ในสมนันตรปัจจัย มี ๒ วาระ ฯลฯ ในมัคคปัจจัย
มี ๒ วาระ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย มี ๒ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
ปัจจนียานุโลมนัย จบ
ปฏิจจวาระ จบ
สหชาตวาระก็ดี ปัจจัยวาระก็ดี นิสสยวาระก็ดี สังสัฏฐวาระก็ดี
สัมปยุตตวาระก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาระ.

696
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 697 (เล่ม 87)

ปัญหาวาระ
อนุโลมนัย
๑. เหตุปัจจัย
[๒๑๔๒] ๑. อัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตตา-
รัมมณรรม ด้วยอำนาจของเหตปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุต-
ขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
ในปฏิสนธิขณะ เหตุทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัย
แก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย.
[๒๑๔๓] ๒. พหิทธารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่พหิทธารัมมณ-
ธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
๒. อารัมมณปัจจัย
[๒๑๔๔] ๑. อัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตตา-
รัมมณธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลพิจารณาวิญญาณัญจายตนะที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม,
พิจารณาเนวสัญญายตนะสัญญายตนะ พิจารณาทิพยจักษุที่เป็นอัชฌัตตธรรม-

697
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 698 (เล่ม 87)

ซึ่งเป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม พิจารณาทิพยโสตธาตุ ฯลฯ พิจารณาอิทธิวิธญาณ
ฯลฯ พิจารณาปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ พิจารณาอนาคตังสญาณ.
พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม,
พิจารณากิเลสที่ข่มแล้ว ย่อมรู้กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน
ฯลฯ.
บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตตธรรม ซึ่งเป็นอัชฌัตตา-
รัมมณธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง
เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม ฯลฯ โทมนัส ย่อม
เกิดขึ้น.
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตตธรรม ซึ่งเป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม เป็น
ปัจจัยแก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อาวัชชนะ ด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัย
[๒๑๔๕] ๒. อัชฌัตตารัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่พหิทธา-
รัมมณธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลอื่นพิจารณาวิญญาณัญญจายตนะที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม
ฯลฯ พิจารณาเนวสัญญานาสัญญายตนะ ฯลฯ บุคคลอื่นพิจารณาทิพยจักษุ ที่
เป็นอัชฌัตตธรรม ซึ่งเป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม พิจารณาทิพโสตธาตุ ฯลฯ-
พิจารณาอิทธิวิธญาณ ฯลฯ พิจารณาปุพเพนิวาสานสสติญาณ ฯลฯ พิจารณา
อนาคตังสญาณ.

698
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 699 (เล่ม 87)

บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นพหิทธาธรรม ซึ่งเป็น
อัชฌัตตารัมมณธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา.
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นอัชฌัตตธรรม ซึ่งเป็น
อัชฌัตตารัมมณธรรม ด้วยเจโตปริยญาณ.
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นพหิทธาธรรม ซึ่งเป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม เป็น
ปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่
อนาคตคังสญาณ แก่อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
[๒๑๔๖] ๓. พหิทธารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่พหิทธารัมมณ-
ธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลอื่นพิจารณาทิพยจักษุที่เป็นพหิทธาธรรม ซึ่งเป็นพหิทธา-
รัมมณธรรม ทิพโสตธาตุ ฯลฯ อิทธิวิธญาณ ฯลฯ เจโตปริยญาณ ฯลฯ ปุพเพ-
นิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ ฯลฯ พิจารณาอนาคตังสญาณ.
บุคคลอื่น๑พิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นพหิทธาธรรม ซึ่งเป็น
พหิทธารัมมณธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา.
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นพหิทธาธรรม ซึ่งเป็น
พหิทธารัมมณธรรม ด้วยอำนาจของเจโตปริยญาณ.
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นพหิทธาธรรม ซึ่งเป็นพหิทธารัมมณธรรม เป็น
ปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่
อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
๑. ม. ไม่มีบุคคลอื่น

699
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 700 (เล่ม 87)

[๒๑๔๗] พหิทธารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตตารัมมณ-
ธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมแล้ว พิจารณา
กุศลกรรมนั้น.
บุคคลพิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน.
บุคคลออกจากฌาน พิจารณาฌาน.
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค พิจารณามรรค พิจารณาผล
พิจารณากิเลสที่ละแล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ ย่อมรู้กิเลสทั้งหลายที่
เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ.
บุคคลพิจารณาทิพยจักษุที่เป็นอัชฌัตตธรรม ซึ่งเป็นพหิทธารัมมณ-
ธรรม พิจารณาทิพโสตธาตุ ฯลฯ พิจารณาอิทธิวิธญาณ ฯลฯ พิจารณาเจโต-
ปริยญาณ ฯลฯ พิจารณาปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ พิจารณายถากัมมปคญาณ
ฯลฯ พิจารณาอนาคตังสญาณ ฯลฯ.
บุคคลพิจารณาเป็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตตธรรม ซึ่งเป็นพหิทธา-
รัมมณธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง
เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม ฯลฯ โทมนัส ย่อม
เกิดขึ้น.
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตตธรรม ซึ่งเป็นพหิทธารัมมณธรรม เป็น
ปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่
อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.

700
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 701 (เล่ม 87)

๓. อธิปติปัจจัย
[๒๑๔๘] ๑. อัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตตา-
รัมมณธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น อารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่
บุคคลกระทำวิญญาณัญจายตนะ ที่เป็นอัชฌัตตธรรม ซึ่งเป็นอัชฌัต-
ตารัมมณธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา กระทำเนวสัญญานา
สัญญายตนะให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ กระทำทิพยจักษุที่เป็นอัชฌัตต-
ธรรมซึ่งเป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น, ฯลฯ กระ-
ทำทิพโสตธาตุ ฯลฯ กระทำอิทธิวิญญาณ ฯลฯ กระทำปุพเพนิวาสานุสสติญาณ
ฯลฯ กระทำยถากัมมูปคญาณให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ.
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
อัชฌัตตธรรม ซึ่งเป็นอัชฌัตตารัมมณธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
ครั้นกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะที่เป็นอัชฌัตตา-
รัมมณธรรม ฯลฯ ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่
อธิปติธรรมที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
[๒๑๔๙] ๒. พหิทธารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่พหิทธารัมมณ-
ธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย

701