พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 612 (เล่ม 87)

๑๙. อตีตารัมมณติกะ
ปฏิจจวาระ
อนุโลมนัย
๑. เหตุปัจจัย
[๑๙๔๗] ๑. อตีตารัมมณธรรม อาศัยอตีตารัมมณธรรม เกิด
ขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอตีตารัมมณธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒
อาศัยขันธ์ ๒.
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอตีตารัมมณธรรม ฯลฯ
ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒.
[๑๙๘๘] ๒. อนาคตารัมมณธรรม อาศัยอนาคตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนาคตารัมมณธรรมฯลฯ ขันธ์๒ฯลฯ.
[๑๙๔๙] ๓. ปัจจุปปันนารัมมณธรรม อาศัยปัจจุปปันนา-
รัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม ฯลฯ ขันธ์
๒ ฯลฯ.

612
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 613 (เล่ม 87)

ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม
ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
๒. อารัมมณปัจจัย ฯลฯ ๑๒. อาเสวนปัจจัย
[๑๙๕๐] ๑. อตีตารัมมณธรรม อาศัยอตีตารัมมณธรรม เกิด
ขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย เพราะอธิปติปัจจัย ในอธิปติปัจจัย ปฏิสนธิไม่มี.
เพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย เพราะสหชาต.
ปัจจัย เพราะอัญญมัญญปัจจัย เพราะนิสสยปัจจัย เพราะอุปนิสสย-
ปัจจัย เพราะปุเรชาตปัจจัย เพราะอาเสวนปัจจัย.
ในปุเรชาตปัจจัย ก็ดี ในอาเสวนปัจจัย ก็ดี ปฏิสนธิ ไม่มี.
๑๓. กัมมปัจจัย ๑๔. วิปากปัจจัย
๑. ฯลฯ เพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปากปัจจัย
คือ ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอตีตารัมมณธรรม ซึ่งเป็นวิบาก ฯลฯ
มี ๓ วาระ พึงใส่ให้เต็ม พึงกระทำ ปวัตติ ปฏิสนธิ.
๑๕. อาหารปัจจัย ฯลฯ ๒๔. อวิคตปัจจัย
๑. ฯลฯ เพราะอาหารปัจจัย เพราะอินทริยปัจจัย เพราะ
ฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตตปัจจัย เพราะวิปปยุตต-
ปัจจัย เพราะอัตถิปัจจัย เพราะนัตถิปัจจัย เพราะวิคตปัจจัย เพราะ
อวิคตปัจจัย.

613
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 614 (เล่ม 87)

ในนับจำนวนวาระในอนุโลม
[๑๙๕๑] ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ในอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
ในอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ ในปัจจัยทั้งปวง มีปัจจัยละ ๓ วาระ
ในวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ ในอวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
อนุโลมนัย จบ
ปัจจนียนัย
๑. นเหตุปัจจัย
[๑๙๕๒] ๑. อตีตารัมมณธรรม อาศัยอตีตารัมมณธรรม เกิด
ขึ้น เพราะนเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอตีตารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ
ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย
อุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
[๑๙๕๓] ๒. อนาคตารัมมณธรรม อาศัยอนาคตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะนเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม ซึ่งเป็น
อเหตุกะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.

614
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 615 (เล่ม 87)

โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้ง
หลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.
[๑๙๕๔] ๓. ปัจจุปปันนารัมมณธรรม อาศัยปัจจุปปันนา-
รัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะนเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม ซึ่งเป็น
อเหตุกะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย
อุทธัจจะ ซึ่งเป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วย
วิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.
๒. นอธิปติปัจจัย
[๑๙๕๕] ๑. อตีตารัมมณธรรม อาศัยอตีตารัมมณธรรม เกิด
ขึ้น เพราะนอธิปติปัจจัย เหมือนกับสหชาติปัจจัย ในอนุโลม.
๓. นปุเรชาตปัจจัย
[๑๙๕๖] ๑. อตีตารัมมณธรรม อาศัยอตีตารัมมณธรรม เกิด
เกิดขึ้น เพราะนปุเรชาตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอตีตารัมมณธรรม ฯลฯ
ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ.

615
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 616 (เล่ม 87)

[๑๙๕๗] ๒. อนาคตารัมมณธรรม อาศัยอนาคตารัมมณ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะนปุเรชาตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม
ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
[๑๙๕๘] ๓. ปัจจุปปันนารัมมณธรรม อาศัยปัจจุปปันนา-
รัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะนปุเรชาตปัจจัย
คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณ-
ธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
๔. นปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ ๖. นกัมมปัจจัย
[๑๙๕๙] ๑. อตีตารัมมณธรรม อาศัยอตีตารัมมณธรรม เกิด
ขึ้นเพราะนปัจฉาชาตปัจจัย เพราะนอาเสวนปัจจัย เหมือนกับ
เพราะนอธิปติปัจจัย, เพราะนกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นอตีตารัมมณธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอตีตา-
รัมมณธรรม.
[๑๙๖๐] ๒. อนาคตารัมมณธรรม อาศัยอนาคตรัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะนกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
อนาคตารัมมณธรรม.

616
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 617 (เล่ม 87)

[๑๙๖๑] ๓. ปัจจุปปันนารัมมณธรรม อาศัยปัจจุปปันนา-
รัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะนกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
ปัจจุปปันนารัมมณธรรม.
๗. นวิปากปัจจัย
[๑๙๖๒] ๑. อตีตารัมมณธรรม อาศัยอตีตารัมมณธรรม เกิด
ขึ้น เพราะนวิปากปัจจัย.
ในนวิปากปัจจัย ปฏิสนธิ ไม่มี.
๘. นฌานปัจจัย
[๑๙๖๓] ๑. ปัจจุปปันนารัมมณธรรม อาศัยปัจจุปปันนา-
รัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะนฌานปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัย ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์
๒ ฯลฯ.
๙. นมัคคปัจจัย
[๑๙๖๔] ๑. อตีตารัมมณธรรม อาศัยอตีตารัมมณธรรม เกิดขึ้น
เพราะนกัมมปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ที่เป็นอตีตารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ
เหมือนกับ นเหตุปัจจัย, มี ๓ วาระ โมหะ ไม่มี.

617
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 618 (เล่ม 87)

๑๐. นวิปปยุตตปัจจัย
[๑๙๖๕] ๑. อตีตารัมมณธรรม อาศัยอตีตารัมมณธรรม เกิด
ขึ้น เพราะนวิปปยุตตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอตีตารัมมณธรรม ฯลฯ
ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
[๑๙๑๑] ๒. อนาคตารัมมณธรรม อาศัยอนาคตารัมมธรรม
เกิดขึ้น เพราะนวิปปยุตตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม ฯลฯ
ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
การนับจำนวนวาระในปัจจนียะ
[๑๙๖๗] ในนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ในนอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ
ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ในนปัฉาชาตปัจจัยมี ๓ วาระ ในนอาเสวน-
ปัจจัยมี ๓ วาระ ในนกัมมปัจจัยมี ๓ วาระ ในนวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ ในน
ฌานปัจจัย มี ๑ วาระ ในนมัคคปัจจัย มี ๓ วาระ ในนวิปปยุตตปัจจัย มี
๒ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
ปัจจนียนัย จบ

618
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 619 (เล่ม 87)

อนุโลมปัจจนียนัย
การนับจำนวนวาระในอนุโลมปัจจนียะ
[๑๙๖๘] เพราะเหตุปัจจัย ในนอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ...ในน-
ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ในนปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ในนอาเสวน-
ปัจจัย มี ๓ วาระ ในนกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ ในนวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ
ในนวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
อนุโลมปัจจนียนัย จบ
ปัจจนียานุโลม
การนับจำนวนวาระในปัจจนียานุโลม
[๑๙๖๙] เพราะนเหตุปัจจัย ในอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ...
ในปัจจัยทั้งปวง มี ๓ วาระ ในอวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
ปัจจนียานุโลมนัย จบ
ปฏิจจวาระ จบ
สหชาตวาระก็ดี ปัจจยวาระก็ดี นิสสยวาระก็ดี สังสัฏฐวาระก็ดี
สัมปยุตตวาระก็ดี เหมือนกับ ปฏิจจวาระ.

619
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 620 (เล่ม 87)

ปัญหาวาระ
อนุโลมนัย
๑. เหตุปัจจัย
[๑๙๗๐] ๑. อตีตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อตีตารัมมณ-
ธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอตีตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
ในปฏิสนธิขณะ เหตุทั้งหลายที่เป็นอตีตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
[๑๙๗๑] ๒. อนาคตารัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่อนาคตา-
รัมมณธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอนาคตารัมธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-
ขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
[๑๙๗๒] ๓. ปัจจุปปันนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปัจจุป-
ปันนารัมมณธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.

620
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 621 (เล่ม 87)

ในปฏิสนธิขณะ เหตุทั้งหลายที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม เป็น
ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
๒. อารัมมณปัจจัย
[๑๙๗๓] ๑. อตีตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อตีตารัมมณ-
ธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลพิจารณาวิญญาณัญจายตนะที่เป็นอตีตาธรรม, พิจารณาเนว-
สัญญานาสัญญายตนะ, พิจารณาอิทธิวิธญาณที่เป็นอดีต ซึ่งเป็นอตีตารัมมณ-
ธรรม พิจารณาเจโตปริยญาณ ฯลฯ พิจารณาปุพเพนวาสานุสสติญาณ ฯลฯ
พิจารณายถากัมมูปคญาณ.
พระอริยะทั้งหลายพิจารณาณกิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นอตีตารัมมณธรรม
กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ ย่อมรู้กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ.
พิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอดีต ซึ่งเป็นอดีตารัมมณธรรม โดย
ความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา, ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง
เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะ ที่เป็นอตีตารัมมณธรรม ย่อมเกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ
วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอตตีตา ซึ่งเป็นอตีตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่
เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อาวัชชนะ
ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
[๑๙๗๔] ๒. อตีตารัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่อนาคตารัมมณ-
ธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย

621