พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 572 (เล่ม 87)

ในนิสสยปัจจัย มี ๑๗ วาระ ในอุปนิสสยปัจจัย มี ๒๑ วาระ ในอาเสวนปัจจัย
มี ๙ วาระ ในกัมมปัจจัย มี ๑๗ วาระ ในอาหารปัจจัย ในอินทริยปัจจัย
ในฌานปัจจัย ในมัคคปัจจัย ในสัมปยุตตปัจจัย แต่ละปัจจัยมี ๑๗ วาระ ใน
อัตถิปัจจัย มี ๑๗ วาระ ในนัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ ในวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
ในอวิคตปัจจัย มี ๑๗ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
อนุโลมนัย จบ
ปัจจนียนัย
การยกปัจจัยในปัจจนียะ
[๑๘๖๔] ๑. มัคคารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มัคคารัมมณ-
ธรรม ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของ
อุปนิสสยปัจจัย.
[๑๘๖๕] ๒. มัคคารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มัคคาธิปติธรรม
ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของอุปนิสสย-
ปัจจัย
[๑๘๖๖] ๓. มัคคารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มัคคารัมมณ-
ธรรม และมัคคาธิปติธรรม ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย, เป็นปัจจัย
ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.

572
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 573 (เล่ม 87)

[๑๘๖๗] ๔. มัคคเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่มัคคเหตุกธรรม
ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของอุปนิสสย-
ปัจจัย.
[๑๘๖๘] ๕. มัคคเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่มัคคารัมมณธรรม
ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของอุปนิสสย-
ปัจจัย.
[๑๘๖๙] ๖. มัคคเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่มัคคาธิปติธรรม
ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของสหาชาต-
ปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
[๑๘๗๐] ๗. มัคคเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่มัคคารัมมณธรรม
และมัคคาธิปติธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วย
อำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
[๑๘๗๑] ๘. มัคคเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่มัคคเหตุกธรรม
และมัคคาธิปติธรรม ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วย
อำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
[๑๘๗๒] ๙. มัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่มัคคาธิปติธรรม
ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของอุปนิสสย-
ปัจจัย.
[๑๘๗๓] ๑๐. มัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่มัคคารัมมณ-
ธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของ
สหชาตปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.

573
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 574 (เล่ม 87)

[๑๘๗๔] ๑๑. มัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่มัคคเหตุกธรรม
ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของอุปนิสสย-
ปัจจัย.
[๑๘๗๕] ๑๒. มัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่มัคคารัมมณธรรม
และมัคคาธิปติธรรม ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วย
อำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
[๑๘๗๖] ๑๓. มัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่มัคคเหตุกธรรม
และมัคคาธิปติธรรม ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วย
อำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
[๑๘๗๗] ๑๔. มัคคารัมมณธรรม และมัคคาธิปติธรรม เป็น
ปัจจัยแก่มัคคารัมมณธรรม ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย, เป็นปัจจัย
ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
[๑๘๗๘] ๑๕. มัคคารัมมณธรรม และมัคคาธิปติธรรม เป็น
ปัจจัยแก่มัคคาธิปติธรรม ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย, เป็นปัจจัย
ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
[๑๘๗๙] ๑๖. มัคคารัมมณธรรม และมัคคาธิปติธรรม เป็น
ปัจจัยแก่มัคคารัมมณธรรม และมัคคาธิปติธรรม ด้วยอำนาจของ
สหชาตปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
[๑๘๘๐] ๑๗. มัคคเหตุกธรรม และมัคคาธิปติธรรม เป็น
ปัจจัยแก่มัคคารัมมณธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย, เป็นปัจจัย
ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.

574
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 575 (เล่ม 87)

[๑๘๘๑] ๑๘. มัคคเหตุกธรรม และมัคคาธิปติธรรม เป็น
ปัจจัยแก่มัคคเหตุธรรม ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย, เป็นปัจจัย
ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
[๑๘๘๒] ๑๙. มัคคเหตุกธรรม และมัคคาธิปติธรรม เป็น
ปัจจัยแก่มัคคาธิปติธรรม ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย, เป็นปัจจัย
ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
[๑๘๘๓] ๒๐. มัคคเหตุกธรรม และมัคคาธิปติธรรม เป็น
ปัจจัยแก่มัคคารัมมธรรม และมัคคาธิปติธรรม ด้วยอำนาจของ
อุปนิสสยปัจจัย.
[๑๘๘๔] ๒๑. มัคคเหตุกธรรม และมัคคาธิปติธรรม เป็น
ปัจจัยแก่มัคคเหตุกธรรม และมัคคาธิปติธรรม ด้วยอำนาจของ
สหชาตปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
การนับจำนวนวาระในปัจจนียะ
[๑๘๘๕] ในนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ ในนอารัมมณปัจจัย มี ๗
วาระ.
เมื่อถึงในนอารัมมณปัจจัยแล้ว บททั้ง ๒ คือ ปกตารัมมณะก็ดี อุป-
นิสสยารัมมณะก็ดี ย่อมขาดไป.
ในนอธิปติปัจจัย มี ๒๑ วาระ ในนอนันตรปัจจัย มี ๒๑ วาระ
ในนสมนันตรปัจจัย มี ๒๑ วาระ ในนสหชาตปัจจัย มี ๒๑ วาระ ในน-
อัญญมัญญปัจจัย มี ๒๑ วาระ ในนนิสสยปัจจัย มี ๒๑ วาระ ในนอุปนิสสย-
ปัจจัย มี ๒๑ วาระ ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๒๑ วาระ ในนปัจฉาชาตปัจจัย

575
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 576 (เล่ม 87)

มี ๒๑ วาระ ในนอาเสวนปัจจัย มี ๒ วาระ ในนกัมมปัจจัย มี ๒๑ วาระ
ในนวิปากปัจจัย มี ๒๑ วาระ ในนอาหารปัจจัย มี ๒ วาระ ในนอินทริย-
ปัจจัย มี ๒๑ วาระ ในนฌานปัจจัย มี ๒๑ วาระ ในนมัคคปัจจัย มี ๒๑
วาระ ในนสัมปยุตตปัจจัย มี ๒๑ วารธะ ในนวิปปยุตตปัจจัย มี ๒๑ วาระ
ในโนอัตถิปัจจัย มี ๒๑ วาระ ในโนนัตถิปัจจัย มี ๒๑ วาระ ในโนวิคต-
ปัจจัย มี ๒๑ วาระ ในโนอวิคตปัจจัย มี ๒๑ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
ปัจจนียนัย จบ
อนุโลมปัจจนียนัย
การนับจำนวนวาระในอนุโลมปัจจนียะ
[๑๘๘๖] เพราะเหตุปัจจัย ในนอารัมมณปัจจัย มี ๑๗ วาระ...ใน
นอนันตรปัจจัย มี ๑๗ วาระ ในนสมนันตรปัจจัย มี ๑๗ วาระ ในนอุปนิสสย-
ปัจจัย มี ๑๗ วาระ ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ ในนปัจฉาชาตปัจจัย
มี ๗ วาระ ในนอาเสวนปัจจัย มี ๑๗ วาระ ในนกัมมปัจจัย มี ๑๗ วาระ
ในนวิปากปัจจัย มี ๑๙ วาระ ในนอาหารปัจจัย มี ๑๗ วาระ ในนอินทริย-
ปัจจัย มี ๑๗ วาระ ในนฌานปัจจัย มี ๑๗ วาระ ในนมัคคปัจจัย มี ๑๗
วาระ ในนวิปปยุตตปัจจัย มี ๑๗ วาระ ในโนนัตถิปัจจัย มี ๑๗ วาระ
ในโนวิคตปัจจัย มี ๑๗ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
อนุโลมปัจจนียนัย จบ

576
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 577 (เล่ม 87)

ปัจจนียานุโลมนัย
การนับจำนวนวาระในปัจจนียานุโลม
[๑๘๘๗] เพราะนเหตุปัจจัย ในอารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ... ใน
อธิปติปัจจัย มี ๒๑ วาระ ในอนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ ในสมนันตรปัจจัย
มี ๙ วาระ ในสหชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ ในอัญญมัญญปัจจัย มี ๑๗ วาระ
ในนิสสยปัจจัย มี ๑๗ วาระ ในอุปนิสสยปัจจัย มี ๒๑ วาระ ในอาเสวน-
ปัจจัย มี ๙ วาระ ในกัมมปัจจัย มี ๑๗ วาระ ในอาหารปัจจัย มี ๑๗ วาระ
ในอินทริยปัจจัย มี ๑๗ วาระ ในฌานปัจจัย มี ๗ วาระ ในมัคคปัจจัย
มี ๑๗ วาระ ในสัมปยุตตปัจจัย มี ๑๗ วาระ ในอัตถิปัจจัย มี ๑๗ วาระ
ในนัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ ในวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ ในอวิคตปัจจัย มี ๑๗
วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
ปัจจนียานุโลมนัย จบ
ปัญหาวาระ จบ
มัคคารัมมณติกะที่ ๑๖ จบ

577
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 578 (เล่ม 87)

อรรถกถามัคคารัมมณติกะ
ใน มัคคารัมมณติกะ ในอนุโลมแห่งปฏิจจวาระ ไม่มีวิปากปัจจัย
แม้ในกัมมปัจจัย (แห่งปัญหาวาระ) ในติกะนี้ ก็ไม่ได้นานักขณิกกัมมปัจจัย.
อรรถกถามัคคารัมมณติกะ จบ

578
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 579 (เล่ม 87)

๑๗. อุปปันนติกะ
ปัญหาวาระ๑
อนุโลมนัย
๑. เหตุปัจจัย
[๑๘๘๘] ๑. อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม ด้วย
อำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และ
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
ในปฏิสนธิขณะ เหตุทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ และกฏัตตารูปทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
๒. อารัมมณปัจจัย
[๑๘๘๙] ๑. อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม ด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลพิจารณาเห็นจักษุที่เป็นอุปปันนธรรม โดยความเป็นของ
ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนันตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภ
จักษุนั้น ราคะ ย่อมเกิดขึ้น ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะ ฯลฯ
โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.
๑. ติกะนี้ ไม่มีวาระ ๖ มีปฏิจจวาระเป็นต้น.

579
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 580 (เล่ม 87)

บุคคลพิจารณาเห็นโสตะที่เป็นอุปปันนธรรม ฯลฯ ฆานะ ชิวหา กายะ
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปันน-
ธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ฯลฯ โทมนัส ย่อม
เกิดขึ้น.
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่
อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
[๑๘๙๐] ๒. อนุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม ด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลพิจารณาเห็น รูปที่เป็นอนุปปันนธรรม ฯสฯ เสียง กลิ่น
รส โผฏฐัพพะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนุปปันนธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง
เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่
เจโตปริยญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
[๑๘๙๑] ๓. อุปปาทิธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม ด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลพิจารณาเห็นจักษุที่เป็นอุปปาทิธรรม ฯลฯ กายะ รูป เสียง
กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอุปปาทิธรรม โดย
ความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนันตตา ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.

580
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 581 (เล่ม 87)

ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปาทิธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโต-
ปริยญาณ ฯลฯ แก่อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
๓.อธิปติปัจจัย
[๑๘๙๒] ๑. อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม ด้วย
อำนาจของอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น อารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้เเก่
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำจักษุที่เป็นอุปปันน-
ธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำจักษุนั้นให้เป็นอารมณ์อย่าง
หนักแน่นแล้ว ฯลฯ ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
บุคคลย่อมยินดีย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำโสตะที่เป็นอุปปันน-
ธรรม ฯลฯ ฆานะ ชิวหา กายะ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำ
โสตะเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ ย่อมเกิดขึ้น ฯลฯ.
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่
อธิปติธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต-
สมุฏฐานรูปทั้งหลาย ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
[๑๘๙๓] ๒. อนุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม
ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย

581