พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 512 (เล่ม 87)

[๑๗๑๔] ๔. สัมมัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม
ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือที่เป็น อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และ
ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่
พระอริยะทั้งหลายเข้าไปอาศัยมรรค แล้วยังสมาบัติที่ยังไม่เกิดให้เกิด
ขึ้น เข้าสมาบัติที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมพิจารณาเห็นสังขาร โดยความเป็นของไม่
เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา.
มรรค เป็นปัจจัยแก่อัตถปฏิสัมภิทาของพระอริยะทั้งหลาย ฯลฯ แก่
ความฉลาดในฐานะและอฐานะ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
มรรค เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
[๑๗๑๕] ๕. อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม ด้วย
อำนาจของอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือที่เป็น อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรรูปนิสสยะ และ
ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่
บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอนิยตธรรมแล้ว ย่อมให้ทาน สมาทาน
ศีล กระทำอุโบสถกรรม ยังฌาน ฯลฯ ยังอภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น
ย่อมก่อมานะ ย่อมถือทิฏฐิ.

512
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 513 (เล่ม 87)

บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอนิยตธรรม อาศัยสุตะ จาคะ ปัญญา ราคะ
ฯลฯ ความปรารถนา สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย อุตุ โภชนะ เสนาสนะแล้ว
ย่อมให้ทาน ฯลฯ ฆ่าคนในนิคม.
ศรัทธาที่เป็นอนิยตธรรม ฯลฯ ปัญญา ราคะ ฯลฯ เสนาสนะเป็น
ปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอนิยตธรรม ฯลฯ แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย แก่
ผลสมาบัติ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
บริกรรมแห่งปฐมฌาน เป็นปัจจัยแก่ปฐมฌานนั้นแหละ ฯลฯ บริ-
กรรมแห่งเนวสัญญานาสัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายาตนะ
นั้นแหละ.
ปฐมฌาน เป็นปัจจัยแก่ทุติยฌาน ฯลฯ อากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัย
แก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ ฯลฯ
ปาณาติบาต เป็นปัจจัยแก่ปาณาติบาต ด้วยอำนาจของอุปนิสสย-
ปัจจัย.
พึงกระทำจักรนัย.
[๑๗๑๖] ๖. อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่มิจฉัตตนิยตธรรม
ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น อนันตรูปนิสสยะ และ ปกตูนิสสยะ
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่

513
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 514 (เล่ม 87)

บุคคลเข้าไปอาศัยราคะที่เป็นอนิยตธรรมแล้วปลงชีวิตมารดา ฯลฯ ทำ
ลายสงฆ์.
บุคคลเข้าไปอาศัยโทสะที่เป็นอนิยตธรรม ฯลฯ อาศัยความปรารถนา
ฯลฯ อาศัยสุขทางกาย ฯลฯ อาศัยเสนาสนะแล้ว ปลงชีวิตมารดา ฯลฯ ทำลาย
สงฆ์.
ราคะที่เป็นอนิยตธรรม ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่มาตุฆาตกรรม
แก่ปิตุฆาตกรรม แก่อรหันตฆาตกรรม แก่รุหิรุปปาทกรรม แก่สังฆเภทกรรม
แก่นิยตมิจฉาทิฏฐิ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
[๑๗๑๗] ๗. อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมมัตตนิยตธรรม
ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือที่เป็น อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และ
ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่
บริกรรมแห่งปฐมมรรค เป็นปัจจัยแก่ปฐมมรรค ฯลฯ บริกรรมแห่ง
จตุตถมรรค เป็นปัจจัยแก่จตุตมรรค ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๑๐. ปุเรชาตปัจจัย
[๑๗๑๘] ๑. อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม ด้วย
อำนาจของปุเรชาตปัจจัย

514
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 515 (เล่ม 87)

มี ๒ อย่าง คือที่เป็น อารัมมณปุเรชาตะ และ วัตถุปุเรชาตะ
ที่เป็น อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่
บุคคลพิจารณาเห็นจักษุ ฯลฯ หทยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ
ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักษุเป็นต้นนั้น ราคะที่เป็นอนิยต-
ธรรม ย่อมเกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ.
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็น
ปัจจัยแก่กายวิญญาณ ด้วยอำนาจของปุเรชาตปัจจัย.
ที่เป็น วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่
จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายายตนะ ฯลฯ.
หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิยตธรรม ด้วยอำนาจ
ของปุเรชาตปัจจัย.
[๑๗๑๙] ๒. อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่มิจฉัตตนิยตธรรม
ด้วยอำนาจของปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น อารัมมณปุเรชาตะ และ วัตถุปุเรชาตะ
ที่เป็น อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่
รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่มาตุฆาตกรรม แก่ปิตุฆาตกรรม แก่
อรหันตฆาตกรรม แก่รุหิรุปปาทกรรม ด้วยอำนาจของปุเรชาตปัจจัย.
ที่เป็น วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่

515
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 516 (เล่ม 87)

หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม ด้วย
อำนาจของปุเรชาตปัจจัย.
[๑๗๒๐] ๓. อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมมัตตนิยตธรรม
ด้วยอำนาจของปุเรชาตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือที่เป็น วัตถุปุเราตะ ได้แก่
หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม ด้วย
อำนาจของปุเรชาตปัจจัย.
๑๑. ปัจฉาชาตปัจจัย
[๑๗๒๑] ๑. มิจฉัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม
ด้วยอำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรมที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัย
แก่กายนี้ที่เกิดก่อน ด้วยอำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย.
[๑๗๒๒] ๒. สัมมัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม
ด้วยอำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย.
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรมที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัย
แก่กายนี้ที่เกิดก่อน ด้วยอำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย.

516
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 517 (เล่ม 87)

[๑๗๒๓] ๓. อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม ด้วย
อำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิยตธรรมที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กาย
นี้ที่เกิดก่อน ด้วยอำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย.
๑๒. อาเสวนปัจจัย
[๑๗๒๔] ๑. อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยตธรรม ด้วย
อำนาจของอาเสวนปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิยตธรรมที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์
ทั้งหลายที่เป็นอนิยตธรรมที่เกิดหลัง ๆ ด้วยอำนาจของอาเสวนปัจจัย.
อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน ด้วย
อำนาจของอาเสวนปัจจัย.
[๑๗๒๕] ๒. อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่มิจฉัตตนิยตธรรม
ด้วยอำนาจของอาเสวนปัจจัย
คือ โทมนัสที่เป็นอนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่โทมนัสที่เป็นมิจฉัตตนิยต-
ธรรม ด้วยอำนาจของอาเสวนปัจจัย อนิยตมิจฉาทิฏฐิ เป็นปัจจัยแก่นิยต-
มิจฉาทิฏฐิ ด้วยอำนาจของอาเสวนปัจจัย.
[๑๗๒๖] ๓. อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมมัตตนิยตธรรม
ด้วยอำนาจของอาเสวนปัจจัย

517
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 518 (เล่ม 87)

คือ โคตรภู เป็นปัจจัยมรรค, โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค ด้วย
อำนาจของอาเสวนปัจจัย.
๑๓. กัมมปัจจัย
[๑๗๒๗] ๓. มิจฉัตตนิตยธรรม เป็นปัจจัยแก่มิจฉัตตนิยต-
ธรรม ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย.
[๑๗๒๘] ๒. มิจฉัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม
ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น สหชาตะ และ นานาขณิกะ
ที่เป็น สหชาตะ ได้แก่
เจตนาที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย.
ที่เป็น นานาขณิกะ ได้แก่
เจตนาที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ และกฏัตตา-
รูปทั้งหลาย ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย.
[๑๗๒๙] ๓. มิจฉัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่มิจฉัตตนิยต-
ธรรม และอนิยตธรรม ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย

518
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 519 (เล่ม 87)

คือ เจตนาที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย.
[๑๗๓๐] ๔. สัมมัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
ธรรม ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย.
คือ เจตนาที่เป็นสัมตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย.
[๑๗๓๑] ๕. สัมมัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย.
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น สหชาตะ และ นานาขณิกะ
ที่เป็น สหชาตะ ได้แก่
เจตนาที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย.
ที่เป็น นานาขณิกะ ได้แก่
เจตนาที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ทั้งหลาย ด้วย
อำนาจของกัมมปัจจัย.
[๑๗๓๒] ๖. สัมมัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมมัตตนิยต-
ธรรม และอนิยตธรรม ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย

519
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 520 (เล่ม 87)

คือ เจตนาที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย.
[๑๗๓๓] ๗. อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม ด้วย
อำนาจของกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น สหชาตะ และ นานาขณิกะ
ที่เป็น สหชาตะ ได้แก่
เจตนาที่เป็นอนิยตธรรม, เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต-
สมุฏฐานรูปทั้งหลาย ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
ที่เป็น นานาขณิกะ ได้แก่
เจตนาที่เป็นอนิตยธรรม เป็นปัจจัยแก่ วิบากขันธ์ และกฏัตตารูป
ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย.
๑๔. วิปากปัจจัย
[๑๗๓๔] ๑. อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม ด้วย
อำนาจของวิปากปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิยตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ด้วยอำนาจของวิปากปัจจัย ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทยวัตถุ ฯลฯ.

520
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 521 (เล่ม 87)

๑๕. อาหารปัจจัย ฯลฯ ๑๙. สัมปยุตตปัจจัย
[๑๗๓๕] ๑. มิจฉัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่มิจฉัตตนิยต-
ธรรม ด้วยอำนาจของอาหารปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของ
อินทริยปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของฌานปัจจัย, เป็นปัจจัย
ด้วยอำนาจของมัคคปัจจัย, เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของสัมปยุตตปัจจัย.
๒๐. วิปปยุตตปัจจัย
[๑๗๓๖] ๑. มิจฉัตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม
ด้วยอำนาจของวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น สหชาตะ และ ปัจฉาชาตะ
ที่เป็น สหชาตะ ได้แก่
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรมที่เกิดพร้อมกัน เป็นปัจจัยแก่
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ด้วยอำนาจของวิปปยุตตปัจจัย.
ที่เป็น ปัจฉาชาตะ ได้แก่
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรมที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กาย
นี้ที่เกิดก่อน ด้วยอำนาจของวิปปยุตตปัจจัย.
[๑๗๓๗] ๒. สัมมัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม
ด้วยอำนาจของวิปปยุตตปัจจัย.
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น สหชาตะ และ ปัจฉาชาตะ
ที่เป็น สหชาตะ ได้แก่

521