พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 382 (เล่ม 87)

คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคต-
ธรรม ซึ่งเป็นวิบาก ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ.
[๑๓๘๔] ๘. อัปปมาณธรรม อาศัยอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น
เพราะนอธิปติปัจจัย.
คือ อธิปติธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
อัปปมาณธรรม.
[๑๓๘๕] ๙. อัปปมาณธรรม อาศัยปริตตธรรม และอัปป-
มาณธรรม เกิดขึ้น เพราะนอธิปติปัจจัย.
คือ อธิปติธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
อัปปมาณธรรม และหทยวัตถุ.
[๑๓๕๖] ๑๐. ปริตตธรรม อาศัยปริตตธรรม และมหัคคต-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะนอธิปติปัจจัย.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ.
๑๑. มหัคคตธรรม อาศัยปริตตธรรม และมหัคคต-
ธรรม ฯลฯ เพราะนอธิปติปัจจัย.

382
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 383 (เล่ม 87)

คือ อธิปติธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
มหัคคตธรรม และหทยวัตถุ.
ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และ
หทยวัตถุ ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ.
๑๒. ปริตตธรรม และมหัคคตธรรม อาศัยปริตต-
ธรรม และมหัคคตธรรม ฯลฯ เพราะนอธิปติปัจจัย.
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และ
หทยวัตถุ ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ.
จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และ
มหาภูตรูปทั้งหลาย.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคต-
ธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และมหาภูตรูป.
๔. นอนันตรปัจจัย ฯลฯ ๘. นปุเรชาตปัจจัย
[๑๓๘๗] ปริตตธรรม อาศัยปริตตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
นอนันตรปัจจัย เพราะนสมนันตรปัจจัย เพราะนอัญญมัญญปัจจัย
เพราะนอุปนิสสยปัจจัย เพราะนปุเรชาตปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาระ
มี ๑๒ วาระ.
๙. นปัจฉาชาตปัจจัย ๑๐. นอาเสวนปัจจัย
เพราะนปัจฉาชาตปัจจัย เพราะนอาเสวนปัจจัย พึงใส่ให้เต็ม
พึงแสดงว่า วิบาก, จิตตสมุฏฐานรูป ไม่พึงแสดงว่า วิบาก.

383
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 384 (เล่ม 87)

๑๑. นกัมมปัจจัย ๑๒. นวิปากปัจจัย
เพราะนกัมมปัจจัย เพราะนวิปากปัจจัย แม้ปฏิสนธิวิบากไม่มี.
๑๓. นอาหารปัจจัย ฯลฯ ๒๐. โนวิคตปัจจัย
เพราะนอาหารปัจจัย เพราะอินทริยปัจจัย เพราะนฌาน-
ปัจจัย เพราะนมัคคปัจจัย เพราะนสัมปยุตตปัจจัย เพราะนวิปป-
ยุตตปัจจัย เพราะโนนัตถิปัจจัย เพราะโนวิคตปัจจัย.
การนับจำนวนวาระในปัจจนียะ
[๑๓๘๘] ในนเหตุปัจจัยมี ๑ วาระ ในนอารัมมณปัจจัยมี ๕ วาระ
ในนอธิปติปัจจัยมี ๑๒ วาระ ในนอนันตรปัจจัยมี ๕ วาระ ในนสมนันตร-
ปัจจัยมี ๕ วาระ ในนอัญญมัญญปัจจัยมี ๕ วาระ ในนอุปนิสสยปัจจัยมี ๕
วาระ ในนปุเรชาตปัจจัยมี ๑๒ วาระ ในนปัจฉาชาตปัจจัยมี ๑๗ วาระ ใน
นอาเสวนปัจจัยมี ๑๗ วาระ ในนกัมมปัจจัยมี ๗ วาระ ในนวิปากปัจจัย มี
๑๗ วาระ ในนอาหารปัจจัยมี ๑ วาระ ในนอินทริยปัจจัยมี ๑ วาระ ใน
นมัคคปัจจัยมี ๑ วาระ ในนสัมปยุตตปัจจัยมี ๕ วาระ ในนวิปปยุตตปัจจัย มี
๓ วาระ ในโนนัตถิปัจจัยมี ๕ วาระ ในโนวิคตปัจจัยมี ๕ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
ปัจจนียนัย จบ

384
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 385 (เล่ม 87)

อนุโลมปัจจนียนัย
การนับจำนวนวาระในอนุโลมปัจจนียะ
[๑๓๘๙] เพราะเหตุปัจจัย ในนอารัมมณปัจจัยมี ๕ วาระ...ใน
นอธิปติปัจจัยมี ๑๒ วาระ ในนอนันตรปัจจัยมี ๕ วาระ ในนสมนันตรปัจจัย
มี ๕ วาระ ในนอัญญมัญญปัจจัยมี ๕ วาระ ในนอุปนิสสยปัจจัยมี ๕ วาระ
ในนปุเรชาตปัจจัยมี ๑๒ วาระ ในนปัจฉาชาตปัจจัยมี ๑๗ วาระ ในนอาเสวน-
ปัจจัยมี ๑๗ วาระ ในนกัมมปัจจัยมี ๗ วาระ ในนวิปากปัจจัยมี ๑๗ วาระ
ในนสัมปยุตตปัจจัยมี ๕ วาระ ในนวิปปยุตตปัจจัยมี ๓ วาระ ในโนนัตถิ-
ปัจจัยมี ๕ วาระ ในโนวิคตปัจจัยมี ๕ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
อนุโลมปัจจนียนัย จบ
ปัจจนียานุโลม
การนับจำนวนวาระในปัจจนียานุโลม
[๑๓๙๐] เพราะนเหตุปัจจัย ในอารัมมณปัจจัย ๑ วาระ...
ในอนันตรปัจจัยมี ๑ วาระ ในสมนันตรปัจจัยมี ๑ วาระ ในสหชาตปัจจัยมี
๑ วาระ ฯลฯ ในวิคตปัจจัยมี ๑ วาระ ในอวิคตปัจจัยมี ๑ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
ปัจจนียานุโลมนัย จบ
ปัจจยาวาระ จบ
นิสสยวาระ เหมือนกับปัจจยวาระ.

385
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 386 (เล่ม 87)

สังสัฏฐวาระ
อนุโลมนัย
๑. เหตุปัจจัย
[๑๓๙๑] ๑. ปริตตธรรม เจือกับปริตตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือกับ ขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ.
ในปฏิสนธิ ฯลฯ
[๑๓๙๒] ๒. มหัคคตธรรม เจือกับมหัคคตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๑๓๙๓] ๓. อัปปมาณธรรม เจือกับอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณธรรม ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ
๒. อารัมมณปัจจัย ๓. อธิปติปัจจัย
[๑๓๙๔] ๑. ปริตตธรรม เจือกับปริตตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
อารัมมณปัจจัย. เพราะอธิปติปัจจัย ปฏิสนธิ ไม่มี.

386
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 387 (เล่ม 87)

๔. อนันตรปัจจัย ฯลฯ ๑๐. ปุเรชาตปัจจัย
เพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย เพราะสหชาต-
ปัจจัย เพราะอัญญมัญญปัจจัย เพราะนิสสยปัจจัย เพราะอุปนิสสย-
ปัจจัย. เพราะปุเรชาตปัจจัย ปฏิสนธิ ไม่มี.
๑๑. อาเสวนปัจจัย
เพราะอาเสวนปัจจัย วิบากก็ดี ปฏิสนธิก็ดี ไม่มี.
๑๒. กัมมปัจจัย ฯลฯ ๒๓. อวิคตปัจจัย
เพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปากปัจจัย เพราะอาหารปัจจัย
เพราะอินทริยปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะ
สัมปยุตตปัจจัย เพราะวิปปยุตตปัจจัย เพราะอัตถิปัจจัย เพราะ
นัตถิปัจจัย เพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย.
การนับจำนวนวาระในอนุโลม
[๑๓๙๕] ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ในอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
ในอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
อนุโลมนัย จบ

387
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 388 (เล่ม 87)

ปัจจนียนัย
๑. นเหตุปัจจัย
[๑๓๙๖] ๑. ปริตตธรรม เจือกับปริตตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
นเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ
อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ.
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย
อุทธัจจะ เจือกับขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.
๒. นอธิปติปัจจัย
[๑๓๙๗] ๑. ปริตตธรรม เจือกับปริตตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
นอธิปติปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ เพราะ
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๑๓๙๘] ๒. มหัคคตธรรม เจือกับมหัคคตธรรม เกิดขึ้น
เพราะนอธิปติปัจจัย
คือ อธิปติธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม เจือขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
มหัคคตธรรม, ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

388
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 389 (เล่ม 87)

[๑๓๙๙] ๓. อัปปมาณธรรม เจือกับอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น
เพราะนอธิปติปัจจัย
คือ อธิปติธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม เจือกับขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
อัปปมาณธรรม.
๓. นปุเรชาตปัจัย
[๑๔๐๐] ๑. ปริตตธรรม เจือกับปริตตธรรมเกิดขึ้น เพราะ
นปุเรชาตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ฯลฯ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๑๔๐๑] ๒. มหัคคตธรรม เจือกับมหัคคตธรรม เกิดขึ้น
เพราะนปุเรชาตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม ฯลฯ.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๑๔๐๒] ๓. อัปปมาณธรรม เจือกับอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น
เพราะนปุเรชาตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณธรรม ฯลฯ

389
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 390 (เล่ม 87)

๔. นปัจฉาชาตปัจจัย ๕. นอาเสวนปัจจัย
[๑๔๐๓] ๑. ปริตตธรรม เจือกับปริตตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
นปัจฉาชาตปัจจัย, เพราะนอาเสวนปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม ฯลฯ.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๑๔๐๔] ๒. มหัคคตธรรม เจือกับมหัคคตธรรม เกิดขึ้น
เพราะนอาเสวนปัจจัย
คือ ฯลฯ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก ฯลฯ.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๑๔๐๕] ๕. อัปปมาณธรรม เจือกับอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น
เพราะนอาเสวนปัจจัย
คือ ฯลฯ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณธรรม ซึ่งเป็นวิบาก ฯลฯ.
๖. นกัมมปัจจัย
[๑๔๐๖] ๑. ปริตตธรรม เจือกับปริตตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
นกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นปริตตธรรม เจือกับขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตธรรม.

390
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 391 (เล่ม 87)

[๑๔๐๗] ๒. มหัคคตธรรม เจือกับมหัคคตธรรม เกิดขึ้น
เพราะนกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นมหัคคตธรรม เจือกับขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคต-
ธรรม.
[๑๔๐๘] ๓. อัปปมาณธรรม เจือกับอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น
เพราะนกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นอัปปมาณธรรม เจือกับขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณ-
ธรรม ที่เป็นกุศล.
๗. นวิปากปัจจัย
[๑๔๑๐] ๑. ปริตตธรรม เจือกับปริตตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
นวิปากปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม ฯลฯ.
[๑๔๐๑] ๒. มหัคคตธรรม เจือกับมหัคคตธรรม เกิดขึ้น
เพราะวิปากปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม ฯลฯ.
[๑๔๑๑] ๓. อัปปมาณธรรม เจือกับอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น
เพราะนวิปากปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณธรรม ฯลฯ.

391