พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 152 (เล่ม 87)

[๘๗๐] เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เจือกับ
ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะนเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เจือกับขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วย
อุทธัจจะ
[๘๗๑] เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เจือกับ
เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะนเหตุ-
ปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพ-
เหตุกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ เจือกับขันธ์ ๒.
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๘๗๒] ฯลฯ เจือกับทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ
เพราะนอธิปติปัจจัย เหมือนกับสหชาตปัจจัย.
เพราะนปุเรชาตปัจจัย เพราะนปัจฉาชาตปัจจัย เพราะ
นอาเสวนปัจจัย เพราะนกัมมปัจจัย มี ๗ วาระ.
เพราะนวิปากปัจจัย เพราะนฌานปัจจัย เพราะนมัคคปัจจัย
เพราะนวิปปยุตตปัจจัย.
การนับจำนวนวาระในปัจจนียะ
[๘๗๓] ในนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ในนอธิปติปัจจัย มี ๑๑ วาระ
ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๑๑ วาระ ในนปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑๑ วาระ ใน

152
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 153 (เล่ม 87)

นอาเสวนปัจจัย มี ๑๑ วาระ ในนกัมมปัจจัย มี ๗ วาระ ในนวิปากปัจจัย
มี ๑๑ วาระ ในนฌานปัจจัย มี ๑ วาระ ในนมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ ใน
นวิปปยุตตปัจจัย มี ๑๑ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
ปัจจนียะ จบ
อนุโลมปัจจนียนัย
การนับจำนวนวาระในอนุโลมปัจจนียะ
[๘๗๔] เพราะเหตุปัจจัย ในนอธิปติปัจจัย มี ๗ วาระ...ในน
ปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ ในนปัจฉาชาตปัจจัย มี ๗ วาระ ในนอาเสวน-
ปัจจัย มี ๗ วาระ ในนกัมมปัจจัย มี ๗ วาระ ในนวิปากปัจจัย มี ๗ วาระ
ในนวิปปยุตตปัจจัย มี ๗ วาระ.
พึงนับอย่างนี้.
อนุโลมปัจจนียะ จบ
ปัจจนียานุโลมนัย
การนับจำนวนวาระในปัจจนียานุโลม
[๘๗๕] เพราะนเหตุปัจจัย ในอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ... ใน
อนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ ในสมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ ในสหชาตปัจจัย มี
๓ วาระ ในอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ ในนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ในอุปนิสสย-

153
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 154 (เล่ม 87)

ปัจจัย มี ๓ วาระ ในปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ในอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ
ในกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ ในวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ ในอาหารปัจจัย มี ๓
วาระ ในอินทริยปัจจัย มี ๓ วาระ ในฌานปัจจัย มี ๓ วาระ ในมัคคปัจจัย
มี ๒ วาระ ในสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ ในวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
ในนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ ในวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ ในอวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
พึงนับอย่างนี้.
ปัจจนียานุโลม จบ
สัมปยุตตวาระ
สัมปยุตตวาระ เหมือนกับสังสัฏฐวาระ

154
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 155 (เล่ม 87)

ปัญหาวาระ
อนุโลมนัย
๑. เหตุปัจจัย
[๘๗๖] ๑. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่
ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
[๘๗๗] ๒. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่
เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ด้วยอำนาจของเหตุ-
ปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
[๘๗๘] ๓. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่
ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพ-
เหตุกธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.

155
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 156 (เล่ม 87)

๔. ภาวนาย ฯลฯ มี ๓ วาระ (วาระที่ ๔-๖)
๗. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เป็น
ปัจจัยแก่เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ มี ๑ วาระ
[๘๗๙] ๘. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เป็น
ปัจจัยแก่ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
[๘๘๐] ๙. เนวทัสสเนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เป็น
ปัจจัยแก่ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
[๘๘๑] ๑๐. เนวทัสสเนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมเป็น
ปัจจัยแก่ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนาย-
ปหาตัพพเหตุกธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และ
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.

156
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 157 (เล่ม 87)

[๘๘๒] ๑๑. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม
เป็นปัจจัยแก่ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาว-
นายปหาตัพพเหตุธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และ
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
๒. อารัมมณปัจจัย
[๘๘๓] ๑. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ทัสส-
เนนเปหาตัพพเหตุกธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งราคะที่เป็นทัสสเนนปหา-
ตัพพเหตุกธรรม เพราะปรารภราคะนั้น ราคะที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุก-
ธรรม ย่อมเกิดขึ้น ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น วิจิกิจฉา ย่อมเกิดขึ้น โทมนัสที่
เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม ย่อมเกิดขึ้น.
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งทิฏฐิ เพราะปรารภทิฏฐินั้น
ราคะ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม ย่อมเกิดขึ้น ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น
วิจิกิจฉา ย่อมเกิดขึ้น โทมนัสที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม ย่อมเกิดขึ้น.
เพราะปรารภวิจิกิจฉา วิจิกิจฉา ย่อมเกิดขึ้น ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น โทม-
นัสที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม ย่อมเกิดขึ้น.
เพราะปรารภโทมนัสที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม โทมนัสที่
เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม ย่อมเกิดขึ้น ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น วิจิกิจฉา
ย่อมเกิดขึ้น.

157
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 158 (เล่ม 87)

[๘๘๔] ๒. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่
เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณ-
ปัจจัย
คือ พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้วที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพ-
เหตุกธรรม ฯลฯ ที่ข่มแล้ว ฯลฯ ที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ
บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม
โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพ-
เหตุกธรรม ด้วยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโต-
ปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ
แก่อาวัชชนะ และโมหะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
[๘๘๕] ๓. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ทัสส-
เนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุก-
ธรรม ฯลฯ
คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม
ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และโมหะ ย่อมเกิดขึ้น
[๘๒๖] ๔. ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ภาว-
นายปหาตัพพเหตุกธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย

158
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 159 (เล่ม 87)

คือ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งราคะที่เป็นภาวนายปหา-
ตัพพเหตุกธรรม เพราะปรารภราคะนั้น ราคะที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุก-
ธรรม ย่อมเกิดขึ้น อุทธัจจะ ย่อมเกิดขึ้น โทมนัสเป็นภาวนายปหาตัพพ-
เหตุกธรรม ย่อมเกิดขึ้น.
เพราะปรารภอุทธัจจะ อุทธัจจะ ย่อมเกิดขึ้น, โทมนัสที่เป็นภาวนาย-
ปหาตัพพเหตุกธรรม ย่อมเกิดขึ้น.
เพราะปรารภโทมนัสที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม โทมนัสที่
เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ย่อมเกิดขึ้น อุทธัจจะ ย่อมเกิดขึ้น.
[๘๘๗] ๕. ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ทัสส-
เนนปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ
คือ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งราคะที่เป็นภาวนายปหา-
ตัพพเหตุกธรรม เพราะปรารภราคะนั้น ราคะที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุก-
ธรรม ย่อมเกิดขึ้น ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น วิจิกิจฉา ย่อมเกิดขึ้น โทมนัสที่เป็น
ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม ย่อมเกิดขึ้น.
เพราะปรารภอุทธัจจะ ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น วิจิกิจฉา ย่อมเกิดขึ้น
โทมนัสที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม ย่อมเกิดขึ้น.
เพราะปรารภโทมนัสทีเป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม โทมนัสที่
เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม ย่อมเกิดขึ้น ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น วิจิกิจฉา
ย่อมเกิดขึ้น.

159
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 160 (เล่ม 87)

[๘๘๘] ๖. ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่เนว-
ทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ
คือ พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้วที่เป็นภารนายปหาตัพพ-
เหตุกธรรม ฯลฯ กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ ที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน.
บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม
โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นภาวนายปหาตัพพ-
เหตุกธรรม ด้วยเจโตปริยญาณ.
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโต-
ปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ
แก่อาวัชชนะ และโมหะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
[๘๘๙] ๗. ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ทัสส-
เนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุก-
ธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม
ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และโมหะย่อมเกิดขึ้น.
[๘๙๐] ๘. ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ภาว-
นายปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพ-
เหตุกธรรม ฯลฯ

160
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 161 (เล่ม 87)

คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม
ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ ย่อมเกิดขึ้น.
[๘๙๑] ๙. เนวทัสสเนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เป็น
ปัจจัยแก่เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ด้วยอำนาจของ
อารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน ฯลฯ พึงให้พิสดารเหมือนกับ ทัสสนติกะ.
ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ และโมหะ ด้วยอำนาจของอารัมมณ-
ปัจจัย.
[๘๙๒] ๑๐. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เป็น
ปัจจัยแก่ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณ-
ปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน ฯ ฯ เหมือนกับ ทัสสนติกะ.
[๘๙๓] ๑๑. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เป็น
ปัจจัยแก่ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน ฯลฯ เหมือนกับ ทัสสนติกะ.

161