คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
๔. ภาวนายปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่ภาวนาย
ปหาตัพพธรรม ฯลฯ มี ๓ วาระ (วาระที่ ๔-๖)
พึงกระทำเหมือนกับทัสสเนนะ.
[๗๔๒] ๗. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัย
แก่เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย
มี ๕ อย่าง คือที่เป็น สหชาตะ ปุเรชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระ
และ อินทริยะ
ที่เป็น สหชาตะ ได้แก่
ขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรมที่เกิดพร้อมกัน
เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายเป็น ปัจจัยแก่หทยวัตถุ, หทยวัตถุ
เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.
มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
สำหรับอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
ที่เป็น ปุเรชาตะ ได้แก่
บุคคลพิจารณาเห็นจักษุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็น
อนัตตา.
บุคคลพิจารณาเห็นโสตะ ฯลฯ กายะ รูป ฯลฯ โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ
โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา.