พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 413 (เล่ม 86)

คือ เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร วิตก
ย่อมเกิดขึ้น.
[๑๔๔] ๑๖. อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม
เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่เจโต-
ปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ
ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร ขันธ์ที่เป็น
อวิตักกอวิจารธรรม ย่อมเกิดขึ้น.
[๑๔๕] ๑๗. อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม
เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม ด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร ขันธ์
ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก ย่อมเกิดขึ้น.
[๑๔๖] ๑๘. สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม
เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก ขันธ์
ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ย่อมเกิดขึ้น.

413
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 414 (เล่ม 86)

[๑๔๗] ๑๙. สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม
เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก วิตก
ย่อมเกิดขึ้น.
[๑๔๘] ๒๐. สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม
เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่เจโต-
ปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ
ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก ขันธ์ที่เป็น
อวิตักกอวิจารธรรม ย่อมเกิดขึ้น.
[๑๔๙] ๒๑. สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม
เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม ด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก ขันธ์ที่
เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก ย่อมเกิดขึ้น.
๓. อธิปติปัจจัย
[๑๕๐] ๑. สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจาร-
ธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย

414
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 415 (เล่ม 86)

มี ๒ อย่าง คือที่เป็น อารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่
บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมแล้ว กระทำกุศลกรรม
นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา. กระทำกุศลกรรมที่ตนสั่งสม
ดีแล้วในกาลก่อนให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วย่อมพิจารณา.
ออกจากฌาน ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ
ออกจากผลแล้ว กระทำผลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา.
บุคคล ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำขันธ์ที่เป็นสวิตักก-
สวิจารธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่
อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
[๑๕๑] ๒. สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจาร-
มัตตธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น อารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่
บุคคลให้ทาน สมาทานศีล การทำอุโบสถกรรมแล้ว การทำกุศลกรรม
นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา ครั้นกระทำกุศลกรรมนั้นให้
เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว วิตก ย่อมเกิดขึ้น.

415
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 416 (เล่ม 86)

บุคคลกระทำกุศลกรรมที่ตนสั่งสมไว้ดีแล้วในกาลก่อน ให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่นแล้วพิจารณา ออกจากฌานที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ
ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผลแล้ว กระทำผลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่าง
หนักแน่นแล้วพิจารณา ครั้นกระทำฌานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนัก
แน่นแล้ว วิตก ย่อมเกิดขึ้น.
บุคคล ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำขันธ์ที่เป็นสวิตักก-
สวิจารธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่นแล้ว วิตก ย่อมเกิดขึ้น.
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่
อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วิตก ด้วยอำนาจ
ของอธิปติปัจจัย.
[๑๕๒] ๓. สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจาร-
ธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
อย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่
อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
[๑๕๓] ๔. สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจาร-
ธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่

416
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 417 (เล่ม 86)

อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
[๑๕๔] ๕. วิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจาร-
มัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่
อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วิตก และจิตต-
สมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
[๑๕๕] ๖. สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจาร-
ธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือที่เป็นอารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่
บุคคลให้ทาน สมาทานศีล การทำอุโบสถกรรมแล้ว กระทำกุศลกรรม
นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา ครั้นกระทำกุศลกรรมนั้นให้
เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก
ย่อมเกิดขึ้น.
บุคคลกระทำกุศลกรรมที่ตนสั่งสมไว้ดีแล้วในกาลก่อน ให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา.

417
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 418 (เล่ม 86)

บุคคลออกจากฌานที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ ออกจากมรรค
ฯลฯ ออกจากผล กระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา ครั้น
กระทำฌานเป็นต้นนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ขันธ์ที่เป็นสวิตักก-
สวิจารธรรม และวิตก ย่อมเกิดขึ้น.
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะการทำขันธ์ที่เป็นสวิตักก-
วิจารธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่นแล้ว ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก ย่อมเกิดขึ้น.
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่
อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
และวิตก ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
[๑๕๖] ๗. สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยและสวิตักกสวิจาร-
ธรรม อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม ด้วยอำนาจ
ของอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่
อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
วิตก และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
[๑๕๗] ๘. อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-
วิจารมัตตธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย

418
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 419 (เล่ม 86)

มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็นอารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่
บุคคลออกจากฌานที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ฯลฯ ออกจากมรรค
ฯลฯ ออกจากผล กระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา ครั้น
การทำฌานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว วิตก ย่อมเกิดขึ้น.
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำขันธ์ที่เป็นสวิตักก-
สวิจารธรรม และวิตกให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำขันธ์และวิตกนั้น
ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว วิตก ย่อมเกิดขึ้น.
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่
อธิปติธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
[๑๕๘] ๙. อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิ-
จารธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่
บุคคลออกจากฌานที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ฯลฯ ออกจากมรรค
ฯลฯ ออกจากผล กระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา ครั้น
กระทำฌานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ขันธ์ที่เป็นสวิตักก-
สวิจารธรรม ย่อมเกิดขึ้น.

419
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 420 (เล่ม 86)

บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำขันธ์ที่เป็นอวิตักก-
วิจารมัตตธรรม และวิตก ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำขันธ์
และวิตกนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
[๑๕๙] ๑๐. อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-
อวิจารธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่
อธิปติธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่วิจาร และ
จิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
[๑๖๐] ๑๑. อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-
วิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่
อธิปติธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
วิจาร และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
[๑๖๑] ๑๒. อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-
สวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่

420
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 421 (เล่ม 86)

บุคคลออกจากฌานที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ฯลฯ ออกจากมรรค
ฯลฯ ออกจากผล กระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วพิจารณา ครั้น
กระทำฌานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ขันธ์ที่เป็นสวิตักก-
สวิจารธรรม และวิตก ย่อมเกิดขึ้น.
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำขันธ์ที่เป็นอวิตักก-
วิจารมัตตธรรม และวิตก ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำขันธ์
และวิตกนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
และวิตก ย่อมเกิดขึ้น.
[๑๖๒] ๑๓. อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจาร-
ธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผล ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และ
วิจาร ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่
อธิปติธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
[๑๖๓] ๑๔. อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจาร-
ธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย

421
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 422 (เล่ม 86)

มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่
พระอริยะทั้งหลายออกจากฌานที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม ฯลฯ ออก
จากมรรค ฯลฯ ออกจากผล กระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้ว
พิจารณา ครั้นการทำฌานเป็นต้นนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว
ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ย่อมเกิดขึ้น.
พระอริยะทั้งหลาย การทำนิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
แล้วพิจารณา.
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล ที่เป็น
สวิตักกสวิจารธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำซึ่งจักษุให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำจักษุนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว
ราคะ ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะการทำซึ่งโสตะ ฆานะ
ชิวหา กายะ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ ขันธ์ที่เป็น
อวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำ
โสตะเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
[๑๖๔] ๑๕. อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจาร-
มัตตธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่

422