พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 63 (เล่ม 86)

เพราะอุปนิสสยปัจจัย นปุเรชาตปัจจัย นปัจฉาชาตปัจจัย
นอาเสวนปัจจัย นวิปากปัจจัย นอาหารปัจจัย ฯลฯ ในโนอวิคตปัจจัยมี
๘ วาระ.
นเหตุมูลกนัย จบ
แม้ในเวทนาติกะ นี้ ผู้มีปัญญาพึงจำแนกมูลกนัยทั้งหมดเหมือนนับ
จำนวนวาระในปัจจนียะ แห่งกุสลติกะ
ปัจจนีนัย จบ
อนุโลมปัจจนียนัย
การนับจำนวนวาระในอนุโลมปัจจนียะแห่งปัญหาวาระ
เหตุสภาคะ
[๑๒๓๐] เพราะเหตุปัจจัย ในนอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ ในนอธิปติ-
ปัจจัย มี ๓ วาระ ในนอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ ในนสมนันตรปัจจัย มี ๓
วาระ ในนอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ใน
นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ในนอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ ในนกัมมปัจจัย
มี ๓ วาระ ในนวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ ในนอาหารปัจจัย มี ๓ วาระ
ในนอินทริยปัจจัย มี ๓ วาระ ในนฌานปัจจัย มี ๓ วาระ ในนมัคคปัจจัย
มี ๓ วาระ ในนวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ ในโนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ
ในโนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ

63
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 64 (เล่ม 86)

เหตุฆฏนา
ปัจจัย ๗ คือเหตุ สหชาตะ อัญญมัญญะ นิสสยะ สัมปยุตตะ อัตถิ
อวิคตปัจจัย ในนอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ ในโนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
การนับจำนวนวาระในอนุโลมปัจจนียะ แห่งกุสลติกะ นับโดยวิธี
สาธยายฉันใด แม้เวทนาติกะนี้ ก็พึงนับฉันนั้น.
เพราะกัมมปัจจัย ในนเหตุปัจจัย มี ๘ วาระ . . . ในนอารัมมณ-
ปัจจัยมี ๘ วาระ ฯลฯ ในโนอวิคตปัจจัย มี ๘ วาระ
การนับจำนวนวาระในอนุโลมปัจจนียะ จบ
ปัจจนียานุโลมนัย
การนับจำนวนวาระในปัจจนียานุโลมแห่งปัญหาวาระ
นเหตุมูลกนัย
[๑๒๓๑] เพราะเหตุปัจจัย ในอารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ ใน
อธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ ในอนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ ในสมนันตรปัจจัย มี
๗ วาระ ในสหชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ในอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ ใน
นิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ในอุปนิสสยปัจจัย มี๙ วาระ ในอาเสวนปัจจัย มี
๗ วาระ ในกัมมปัจจัย มี ๘ วาระ ในวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ ในอาหารปัจจัย
มี ๓ วาระ ในอินทริยปัจจัย มี ๓ วาระ ในฌานปัจจัย มี ๓ วาระ ในมัคค-
ปัจจัย มี ๓ วาระ ในสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ ในอัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ
ในนัตถิปัจจัย มี ๗ วาระ ในวิคตปัจจัย มี ๗ วาระ ในอวิคตปัจจัย มี ๓
วาระ

64
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 65 (เล่ม 86)

[๑๒๓๒] เพราะนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย ในอธิปติปัจจัย
มี ๓ วาระ . . . ในอนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ.
เพราะนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย นอธิปติปัจจัย นอนันตร-
ปัจจัย นสมนันตรปัจจัย ในสหชาตปัจจัยมี ๓ วาระ ในอัญญมัญญปัจจัย
มี ๓ วาระ ในนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ในอุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ ใน
กัมมปัจจัย มี ๘ วาระ ในวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ ในอัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ
ในอวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ.
[๑๒๓๓] เพราะนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย ฯลฯ นนิสสย-
ปัจจัย ในอุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ . . . ในกัมมปัจจัย มี ๘ วาระ.
เพราะนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย ฯลฯ นอุปนิสสยปัจจัย
นปุเรชาตปัจจัย นปัจฉาชาตปัจจัย นอาเสวนปัจจัน นวิปากปัจจัย
นอาหารปัจจัย นอินทริยปัจจัย นฌานปัจจัย นมัคคปัจจัย
นสัมปยุตตปัจจัย นวิปปยุตตปัจจัย โนอัตถิปัจจัย โนนัตถิปัจจัย
โนวิคตปัจจัย โนอวิตปัจจัย ในกัมมปัจจัยมี ๘ วาระ๑
เพราะนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย ฯลฯ นนิสสยปัจจัย
นปุเรชาตปัจจัย นปัจฉาชาตปัจจัย นอาเสวนปัจจัย นกัมมปัจจัย ฯลฯ
โนวิคตปัจจัย ในอุปนิสสยปัจจัยมี ๙ วาระ๒
นเหตุมูลกนัย จบ
๑. และ ๒. จำนวนปัจจัยที่ยกมาแสดงเท่ากัน ต่างกันแต่ในข้อ ๑. เว้นไม่แสดงกัมมปัจจัย
โดยปัจจนียะ แต่นำมาแสดงโดยลนุโลม ส่วนในข้อ ๒. เว้นไม่แสดงอุปนิสยปัจจัยโดยปัจจนียะ
แต่นำมาแสดงโดยอนุโลม คือไม่แสดงนอุปนิสสยปัจจัยและนกัมมปัจจัยพร้อมกัน แต่แยกแสดง
ทีละปัจจัย ๒. บาลีไทยขาดไป.

65
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 66 (เล่ม 86)

[๑๒๓๔] เพราะนอารัมมณปัจจัย ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ...
ในกัมมปัจจัย มี ๘ วาระ ในอวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
[๑๒๓๕] เพราะโนอวิคตปัจจัย ในอารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ . . .
ในอธิปติปัจจัย มี ๔ วาระ ในอนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ ในสมนันตรปัจจัย
มี ๗ วาระ ในอุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ ในอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ ใน
กัมมปัจจัย มี ๘ วาระ ในนัตถิปัจจัย มี ๗ วาระ ในวิคตปัจจัยมี ๗ วาระ.
[๑๒๓๖] เพราะโนอวิคตปัจจัย นเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย
ในอนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ...ในสมนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ ในอุปนิสสย-
ปัจจัย มี ๙ วาระ ในอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ ในกัมมปัจจัย มี ๘ วาระ
ในนัตถิปัจจัย มี ๗ วาระ ในวิคตปัจจัย มี ๗ วาระ.
[๑๒๓๗] เพราะโนอวิคตปัจจัย นเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย
นอธิปติปัจจัย นอนันตรปัจจัย นสมนันตรปัจจัย นสหชาตปัจจัย
นอัญญมัญญปัจจัย นนิสสยปัจจัย นอุปนิสสยปัจจัย นปุเรชาตปัจจัย
นปัจฉาชาตปัจจัย นอาเสวนปัจจัย นวิปากปัจจัย นอาหารปัจจัย
นอินทริยปัจจัย นฌานปัจจัย นมัคคปัจจัย นสัมปยุตตปัจจัย๑
มี ๘ วาระ.
เพราะโนอวิคตปัจจัย นเหตุปัจจัย ฯลฯ นนิสสยปัจจัย นปุเร-
ชาตปัจจัย ฯลฯ นกัมมปัจจัย ฯลฯ โนวิคตปัจจัย ในอุปนิสสยปัจจัย มี
๙ วาระ๒
๑. - ๒. ไม่แสดงนอุปนิสสยปัจจัยและนกัมมปัจจัยพร้อมกัน แต่แยกแสดงโดยนัยเดียวกับ
ข้อ (๑๒๓๓). ๒. บาลีไทยขาดไป

66
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 67 (เล่ม 86)

การนับจำนวนวาระในปัจจนียานุโลม แห่งกุสลติกะ นับโดยวิธี
สาธยายฉันใด เวทนาติกะนี้ ก็พึงนับฉันนั้น.
ปัจจนียานุโลม จบ
เวทนาติกะที่ ๒ จบ
อรรถกถาวรรณนาเนื้อความแห่งเวทนาติกปัฏฐาน
ธรรมเหล่านี้คือ เวทนา ๓ รูป นิพพาน ย่อมไม่ได้ใน เวทนาติกะ
เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา
เป็นต้น. คำว่า ปฏิสนฺธิกฺขเณ สุขาย เวทนาย ตรัสด้วยอำนาจสเหตุก-
ปฏิสนธิ ส่วนทุกขเวทนาย่อมไม่ได้ในปฏิสนธิกาล. เพราะฉะนั้นพระผู้มี-
พระภาคเจ้าจึงไม่ทรงระบุถึงปฏิสนธิในวาระที่ ๒. คำว่า ปฏิสนฺธิกฺขเณ ใน
วาระที่ ๓ ตรัสด้วยอำนาจสเหตุกปฏิสนธิ ก็คำที่เหลือในอธิการนี้ในปัจจัยอื่น
จากนี้ ย่อมเป็นไปตามพระบาลีนั่นแหละ ในที่ทั้งปวงตรัสว่าระไว้ ๓ วาระ
เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เหตุยา ตีณิ ฯเปฯ อวิคเต ตีณิ.
ก็ในการเทียบเคียงปัจจัยตรัสว่า วิปาเก เทฺว ในวิปากปัจจัยมี ๒
วาระ ในเหตุมูลกนัย เพราะทุกขเวทนาฝ่ายวิบากที่เป็นสเหตุกะไม่มี. ในการ
เทียบเคียงกับอธิปติปัจจัยเป็นต้น วิปากปัจจัย มีวิสัชนา ๒ วาระเท่านั้น.
เพราะเหตุไร ? เพราะอธิปติ ฌาน และมัคคปัจจัยไม่มีโดยเป็นวิปากทุกข-
เวทนา. ก็ในการเทียบเคียงปัจจัยเหล่าใด วิปากปัจจัยย่อมได้วาระ ๒ แม้ใน
ปัจจัยเหล่านั้นก็ได้วาระ ๒ เหมือนกัน เพราะเทียบเคียงกับวิปากปัจจัย.

67
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 68 (เล่ม 86)

ในนปุเรชาตปัจจัย ที่เป็น ปัจจนียะ วาระ ๒ มาแล้ว เพราะไม่
มีทุกขเวทนา ในอรูปภพ และในปฏิสนธิกาล. แม้ใน วิปปยุตตปัจจัย ก็มี
วาระ ๒ เหมือนกัน เพราะไม่มีทุกขเวทนา ในอรูปภพ. ก็ปัจจัยทั้งหลายมี
สหชาตปัจจัยเป็นต้นที่คลุมไปถึงอรูปธรรมทั้งหมด ย่อมขาดไปในปัจจนียะ
วาระนี้. เพราะเหตุไร ? เพราะธรรมที่สัมปยุตด้วยเวทนา อาศัยธรรม
ที่สัมปยุตด้วยเวทนาเกิดขึ้นไม่ได้ โดยเว้น จากสหชาตปัจจัยเป็นต้น และเพราะ
ธรรมที่สัมปยุตด้วยเวทนาเกิดได้โดยเว้นปัจฉาชาตปัจจัย.
ก็ในการเทียบเคียงปัจจัย คำว่า นปุเรชาเต เอกํ ในนปุเรชาต-
ปัจจัยมี ๑ วาระ ตรัสหมายถึง ธรรมในปฏิสนธิในอรูปภพ และธรรมที่สัมปยุต
ด้วยอเหตุกอทุกขมสุขเวทนา. สองบทว่า นกมฺเม เทฺว ในนกัมมปัจจัยมี ๒
วาระ ตรัสด้วยอำนาจเจตนาที่สัมปยุตด้วยอเหตุกกิริยา. จริงอยู่ อเหตุกกิริยา
เจตนาที่สัมปยุตด้วยเวทนาเหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นเพราะอาศัยธรรมทั้งหลาย
ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา และอทุกขมสุขเวทนา. แม้ในคำว่า นเหตุปจฺจยา
นกมฺมปจฺจยา นวิปาก ก็นัยนี้เหมือนกัน. สองบทว่า นวิปฺปยุตฺเต เอกํ
ในนวิปปยุตตปัจจัยมี ๑ วาระ ตรัสด้วยอำนาจอาวัชขนจิตในอรูปภพ. ในการ
เทียบเคียงปัจจัยทุกแห่ง พึงทราบวิธีนับโดยอุบายนี้.
ปัจจัยที่ได้ใน อนุโลมปัจจนียะ เท่านั้น ตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ.
สหชาตปัจจัยเป็นต้น ที่คลุมไปถึงอรูปธรรมทั้งหมดใน ปัจจนียานุโลม ย่อม
ตั้งอยู่โดยอนุโลมเท่านั้น ไม่ตั้งอยู่โดยความเป็นปัจจนียะ แต่อธิปติของอเหตุก-
จิตตุปบาทไม่มี เพราะฉะนั้นอธิปติปัจจัย จึงไม่ตั้งอยู่โดยความเป็นอนุโลม.

68
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 69 (เล่ม 86)

ก็ในปฏิจจวาระเป็นต้น ปัจฉาชาตปัจจัยย่อมไม่มีได้เลย ฉะนั้น
จึงขาดไป. อนึ่ง ในอธิการนี้ ปัจจัยเหล่าใดมีได้โดยเป็นอนุโลม ปัจจัยเหล่า
นั้น ท่านประกอบอธิบายหมุนเวียนไปกับปัจจัยที่ได้อยู่โดยเป็นปัจจนียะ. ใน
ปัจจัยเหล่านั้นมีกำหนดวาระ ๓ เท่านั้นคือ ๓-๒ -๑ ผู้ศึกษาพึงกำหนดตาม
ความเหมาะสม และพึงทราบปัจจัยเหล่านั้นในที่ทุกสถาน ก็นัยแห่งวรรณนานี้ใด
ตรัสแล้วในปฏิจจวาระ นัยแห่งวรรณนานี้เองตรัสไว้ในสหชาตวาระเป็นต้นด้วย.
ก็คำว่า สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ ในปัญหาวาระ คือขันธ์ทั้งหลาย
ที่สัมปยุตด้วยธรรมนั้น หรือด้วยเหตุทั้งหลายเหล่านั้นเอง หรือด้วยสุขเวทนา
เป็นต้น. บทว่า วิปฺปฏิสาริสฺส คือมีความเดือดร้อนในกุศลมีทานเป็นต้น
อย่างนี้ว่า ทำไมเราถึงทำกรรมนี้ กรรมชั่วเราไม่ทำเสียเลยดีกว่า แต่มีความ
เดือดร้อนเพราะฌานเสื่อมไปอย่างนี้ว่า ฌานของเราเสื่อมแล้ว เราเป็นผู้เสื่อม
ใหญ่หนอ. สองบทว่า โมโห อุปฺปชฺชติ ได้แก่ โมหะที่สัมปยุตด้วยโทสะ.
เท่านั้น. คำว่า โมหํ อารพฺภ ได้แก่ โมหะที่สัมปยุตด้วยโทสะ เหมือนกัน
คำว่า ภวังค์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่
สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ความว่า ภวังค์ดวงหลัง กล่าวคือ ตทา-
รัมมณะเป็นปัจจัยแก่ภวังค์ดวงเดิม. บทว่า วุฏฺฐานสฺส คือตทารัมมณะหรือ
ภวังค์. จริงอยู่ จิตทั้งสองนั้นท่านเรียกว่า วุฏฐานะ เพราะออกจากกุศล-
ชวนะหรืออกุศลชวนะ. แม้ในคำว่า กิริยํ วุฏฺฐานสฺส นี้ ก็นัยนี้เหมือน
กัน. สองบทว่า ผลํ วุฏฺฐานสฺส ได้แก่ ผลจิตเป็นปัจจัยแก่ภวังคจิต. จริงอยู่
ชื่อว่าการออกจากผลจิตย่อมมีด้วยภวังคจิต แม้ในอาคตสถานว่า วุฏฺฐานํ ข้าง
หน้าก็นัยนี้เหมือนกัน.

69
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 70 (เล่ม 86)

คำว่า ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ขนฺธา ได้แก่ อกุศลขันธ์
ที่สัมปยุตด้วยโทมนัสเวทนา. คำว่า อทุกขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตตสฺส
วุฏฺฐานสฺส ได้แก่ อาคันตุกภวังค์ คือ ตทารัมมณะ หรือ มูลภวังค์ ที่
สัมปยุตด้วยอุเบกขา. ก็ถ้าจิตที่สหรคตด้วยโสมนัสเป็นมูลภวังค์ เหตุที่จะให้
เกิดตทารัมมณะย่อมไม่มี อกุศลวิบากที่เป็นอุเบกขาเวทนา ย่อมเกิดขึ้นใน
อารมณ์อื่นจากอารมณ์ของชวนะ. จริงอยู่ อกุศลวิบากแม้นั้น ท่านเรียกว่า
วุฏฐานะ เพราะออกจากชวนะ. นิทเทสแห่งสหชาตปัจจัยเป็นต้น มีใจความ
ตื้นทั้งนั้น เพราะว่าในอธิการนี้คำที่ไม่สามารถจะรู้ตามนัยที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้แล้ว
ในหนหลังไม่มี เพราะฉะนั้นผู้ศึกษาพึงกำหนดให้ดี.
วาระเหล่าใด ๆ ได้แล้วในปัจจัยใด ๆ บัดนี้เพื่อจะย่อแสดงปัจจัยและ
วาระเหล่านั้นทั้งหมดด้วยอำนาจแห่งการนับ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า
เหตุยา ตีณิ เป็นต้น. วิสัชนา ๓ วาระเหล่านั้นทั้งหมด ในคำว่า เหตุยา
ตีณิ ผู้ศึกษาพึงทราบด้วยอำนาจแห่งบทล้วน ๆ ๓ บท. วิสัชนา ๙ วาระใน
อารัมมณปัจจัย มีปัจจัยที่มีมูล ๑ มีมูลี ๑ เป็นที่สุด. ในอธิปติปัจจัย มี
วิสัชนา ๕ วาระคือ วิสัชนา ๓ ที่ไม่เจือกันด้วยอำนาจของสหชาตาธิปติปัจจัย
และวิสัชนา ๒ คือ ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต
ด้วยสุขเวทนาด้วยอำนาจของอารัมมณาธิปติปัจจัย ธรรมที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา
เวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา ด้วยอำนาจของ
อารัมมณาธิปติปัจจัย. วิสัชนา ๒ เหล่านั้น ผู้ศึกษาไม่ควรนับ แต่ควรนับ
วิสัชนา ๒ เหล่านี้ คือ ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต
ด้วยอุเบกขาเวทนา ธรรมที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนาเป็นปัจจัยแก่ธรรมที่
สัมปยุตด้วยสุขเวทนา รวมเป็นวิสัชนา ๕ วาระ ด้วยประการฉะนี้.

70
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 71 (เล่ม 86)

บทว่า สตฺต ในอนันตรและสมนันตรปัจจัย ได้แก่ วิสัชนา ๗
วาระอย่างนี้คือ สุขเวทนาเป็นปัจจัยแก่ธรรม ๒ อย่าง ทุกขเวทนาเป็นปัจจัย
แก่ธรรม ๒ อย่าง อุเบกขาเวทนาเป็นปัจจัยแก่ธรรมได้ทั้ง ๓ อย่าง.
สองบทว่า อุปนิสฺสเย นว ได้แก่ วิสัชนา ๙ วาระอย่างนี้คือ
ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา โดย
อุปนิสสยปัจจัยทั้ง ๓ อย่าง เป็นปกตูปนิสสยปัจจัยอย่างเดียวแก่ธรรมที่สัมปยุต
ด้วยทุกขเวทนา เป็นอุปนิสสยปัจจัยทั้ง ๓ อย่าง แก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา-
เวทนา ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นอนันตรูปนิสสยและปกตูปนิสสย-
ปัจจัย แก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นปกตูปนิสสยปัจจัยแก่ธรรมที่
สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นอนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยปัจจัยทั้ง ๒ อย่าง
แก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา. ธรรมที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา
เป็นอารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยปัจจัย แก่ธรรมที่
สัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนาและสุขเวทนา เป็นอนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสย-
ปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา. ก็ในอธิการนี้ เมื่อว่าโดยความต่างกัน
แห่งปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัยมี ๙ วาระ อนันตรูปนิสสยปัจจัยมี ๗ วาระ
อารัมมณูปนิสสยปัจจัยมี ๔ วาระ รวมเป็นอุปนิสสยปัจจัย ๒๐ ประเภท.
ก็ในอธิการนี้ ปุเรชาตปัจจัยและปัจฉาชาตปัจจัยขาดไป เพราะว่า
อรูปธรรมที่เกิดก่อนหรือเกิดทีหลังย่อมไม่เป็นปัจจัยแก่อรูปธรรม. สองบทว่า
กมฺเม อฏฺฐ ได้แก่วิสัชนา ๘ วาระ อย่างนี้คือ ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา
เป็น กัมมปัจจัย ทั้ง ๒ อย่าง แก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัย
โดยนานักขณิกกัมมปัจจัยอย่างเดียวแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา และแก่

71
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 72 (เล่ม 86)

ธรรมที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเป็นปัจจัย
ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย ๒ อย่าง แก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา ที่เป็น
ปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาไม่มี เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาเวทนาโดย
นานักขณิกกัมมปัจจัยอย่างเดียว ธรรมที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนาเป็นปัจจัย
โดยกัมมปัจจัยทั้ง ๒ อย่าง แก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นนานัก-
ขณิกกัมมปัจจัยอย่างเดียว แก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาและทุกขเวทนานอก
นี้. ก็ในอธิการนี้ ว่าโดยความต่างกันแห่งปัจจัย นานักขณิกกัมมปัจจัยมี ๘
สหชาตกัมมปัจจัยมี ๓ รวมเป็นกัมมปัจจัย ๑๑ ประเภท. ก็ในนิทเทสแห่ง
กัมมปัจจัย นี้ วิปปยุตตปัจจัยย่อมขาดไปเหมือนปุเรชาตะ และปัจฉาชาต-
ปัจจัยฉะนั้น เพราะว่าอรูปธรรมทั้งหลายย่อมไม่เป็นวิปปยุตตปัจจัยแก่อรูป
ธรรมด้วยกัน.
วาระ ๗ ใน นัตถิและวิคตปัจจัย เหมือนกับในอนันตรปัจจัย
และสมนันตรปัจจัย. ในอธิการนี้มีการกำหนดวิธีนับ ๕ อย่าง คือวิสัชนา
๓-๕-๗-๘-๙ ด้วยประการฉะนี้. ในการรวมปัจจัยด้วยอำนาจการกำหนดวิธี
นับเหล่านั้น ผู้ศึกษาพึงนำปัจจัยที่เกินและที่ไม่ได้ออกไป ในการรวมกับปัจจัย
ทีมีวิธีนับได้น้อยกว่า แล้วทราบวิธีนับต่อไป ในการรวมกับเหตุปัจจัยย่อม
ไม่ได้อารัมมณปัจจัยและสมนันตรปัจจัยเป็นต้น.
สองบทว่า อธิปติยา เทฺว วิสัชนา ๒ วาระที่เหลือเว้นบทที่เกี่ยว
กับทุกขเวทนา. จริงอยู่ ชื่อว่าเหตุที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาที่เป็นอธิบดีมีไม่ได้
เพราะเหตุนั้นท่านจึงนำออกเสีย แม้ในสองวาระที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน.
ในคำว่า เทฺว ใน เหตุมูลกนัย มีการกำหนดวิธีนับ ๒ วาระเท่า
นั้น ด้วยประการฉะนี้. ฆฏนา ๖ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ด้วยอำนาจการ

72