พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 361 (เล่ม 85)

นสมนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ ในนอัญญมัญญปัจจัย มี ๕ ใน
นอุปนิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ ใน
นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ ในนอาเสวนปัจจัย มี ๑๗ วาระ ใน
นกัมมปัจจัย มี ๗ วาระ ในนวิปากปัจจัย มี ๑๗ วาระ ในนสัมปยุตต-
ปัจจัย มี ๕ วาระ ในนวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ ในโนนัตถิปัจจัย
มี ๕ วาระ ในโนวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ.
อนุโลมปัจจนียนัย ในนิสสยวาระ จบ
ปัจจนียานะโลมนัย
การนับวาระในปัจจนียานุโลมแห่งนิสสยวาระ
[๓๘๗] เพราะนเหตุปัจจัย ในอารัมมณปัจจัย มี ๔ วาระ... ใน
อนันตรปัจจัย มี ๔ วาระ ในสมนันตรปัจจัย มี ๔ วาระ ในสหชาต-
ปัจจัย มี ๔ วาระ ในอัญญมัญญปัจจัย มี ๔ วาระ ในนิสสยปัจจัย มี
๔ วาระ ในอุปนิสสยปัจจัย มี ๔ วาระ ในปุเรชาตปัจจัย มี ๔ วาระ
ในอาเสวนปัจจัย มี ๔ วาระ ในกัมมปัจจัย มี ๔ วาระ ในวิปากปัจจัย
มี ๑ วาระ ในอาหารปัจจัย มี ๔ วาระ ในอินทริยปัจจัย มี ๔ วาระ
ในฌานปัจจัย มี ๔ วาระ ในมัคคปัจจัย มี ๓ วาระ ในสัมปยุตตปัจจัย
มี ๔ วาระ ในวิปปยุตตปัจจัย มี ๔ วาระ ในอัตถิปัจจัย มี ๔ วาระ
ในนัตถิปัจจัย มี ๔ วาระ ในวิคตปัจจัย มี ๔ วาระ ในอวิคตปัจจัย
มี ๔ วาระ.
ปัจจนียานุโลมนัย ในนิสสยวาระ จบ

361
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 362 (เล่ม 85)

ข้อความในนิสสยวาระ เหมือนข้อความในปัจจยวาระ.
ข้อความในปัจจยวาระ เหมือนข้อความในนิสสยวาระ.
นิสสยวาระ จบ
อรรถกถานิสสยวาระ
พึงทราบวินิจฉัย ในนิสสยวาระ ต่อไป. คำว่า กุสลํ ธมฺมํ
นิสฺสาย อาศัยกุศลธรรม อธิบายว่า เพราะทำกุศลธรรมให้เป็นที่อิง
อาศัย โดยอรรถว่าเป็นปัจจัย. คำที่เหลือในนิสสยวาระนี้ ผู้ศึกษาพึงทราบ
ตามนัยที่กล่าวแล้วในปัจจยวาระนั่นแล. ก็ในอวสานแห่งปัจจัยนี้ คำนี้ว่า
อันอรรถว่าปัจจยะมีความหมายเท่ากับนิสสยะ อันอรรถว่านิสสยะมีความ
หมายเท่ากับปัจจยะ ดังนี้ ท่านกล่าวไว้ เพื่อแสดงความไม่ต่างกันโดย
ใจความแห่งวาระทั้ง ๒ เหล่านี้. จริงอยู่ โดยใจความวาระทั้ง ๒ นี้ ไม่มี
อะไรแตกต่างกัน เหมือนปฏิจจวาระกับสหชาตวาระฉะนั้น. แม้เมื่อเป็น
อย่างนี้ท่านก็กล่าวไว้เพื่อเน้นเนื้อความของกันและกัน. จริงอยู่ ในคำมี
อาทิว่า อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา สังขารเกิดเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย พระ-
ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ปัจจัยทั้งหลายแม้ไม่ต้องอาศัยนานักขณิกกัมม-
ปัจจัย ที่กำลังเป็นไปอยู่ก็เกิดขึ้นได้. ก็บรรดาไม้ที่ตั้งพิงกันไว้เป็นต้น
ไม้อัน หนึ่งหาได้เป็นนิสสยปัจจัยแก่ไม้อันหนึ่งไม่ เช่นเดียวกับอุปาทารูป
ก็ไม่เป็นนิสสยปัจจัยแก่มหาภูตรูปฉะนั้น. แม้วาระทั้ง ๒ นี้ พระผู้มี
พระภาคเจ้าตรัสไว้เพื่อกำหนดความเป็นนิสสยปัจจัยโดยปัจจยวาระ และ

362
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 363 (เล่ม 85)

เพื่อกำหนดซึ่งความเป็นสหชาตะและปุเรชาตะ ของธรรมที่พระองค์ตรัสว่า
"ปจฺจยา" โดยนิสสยวาระ. อีกประการหนึ่ง วาระทั้งสองนี้พึงทราบว่า
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้โดยเป็นเทศนาวิลาสะ ด้วยอำนาจอัธยาศัยของ
เหล่าสัตว์ผู้จะตรัสรู้โดยประการนั้น และด้วยอำนาจพระปรีชาแตกฉาน
ในนิรุตติปฏิสัมภิทา ดังนี้.
อรรถกถานิสสยวาระ จบ

363
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 364 (เล่ม 85)

๕. สังสัฏฐวาระ
อนุโลมนัย
[๓๙๐] ๑. กุศลธรรม เจือกับกุศลธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น, ขันธ์ ๑ เจือกับ
ขันธ์ ๓ เกิดขึ้น, ขันธ์ ๒ เจือกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น.
๒. อกุศลธรรม เจือกับอกุศลธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น, ขันธ์ ๑ เจือกับ
ขันธ์ ๓, ขันธ์ ๒ เจือกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น.
๓. อัพยากตธรรม เจือกับอัพยากตธรรมเกิดขึ้น เพราะ-
เหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากต-
กิริยาเกิดขึ้น, ขันธ์ ๑ เจือกับขันธ์ ๓ เกิดขึ้น, ขันธ์ ๒ เจือกับขันธ์ ๒
เกิดขึ้น.
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก เกิด
ขึ้น, ขันธ์ ๑ เจือกับขันธ์ ๓ เกิดขึ้น, ขันธ์ ๒ เจือกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น.
[๓๙๑] กุศลธรรม เจือกับกุศลธรรมเกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
...เพราะอธิปติปัจจัย ฯลฯ
ในอธิปติปัจจัย ไม่มีปฏิสนธิขณะ.

364
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 365 (เล่ม 85)

ทุกปัจจัย คือ อนันตรปัจจัย สมนันตรปัจจัย สหชาตปัจจัย อัญญ-
มัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ก็เช่นเดียวกันกับปัจจัยที่มี
เหตุปัจจัยเป็นมูล.
[๓๙๒] ๑. กุศลธรรม เจือกับกุศลธรรมเกิดขึ้น เพราะปุเรชาต-
ปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น, ขันธ์ ๑ เจือกับ
ขันธ์ ๓ เกิดขึ้น, ขันธ์ ๒ เจือกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น, ขันธ์ทั้งหลายอาศัย
หทยวัตถุเกิดขึ้น เพราะปุเรชาตปัจจัย.
๒. อกุศลธรรม เจือกับอกุศลธรรมเกิดขึ้น เพราะปุเร-
ชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น. ขันธ์ ๑ เจือกับ
ขันธ์ ๓ เกิดขึ้น, ขันธ์ ๒ เจือกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น, ขันธ์ทั้งหลายอาศัย
หทยวัตถุเกิดขึ้น เพราะปุเรชาตปัจจัย.
๓. อัพยากตธรรม เจือกับอัพยากตธรรมเกิดขึ้น เพราะ
ปุเรชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ที่เป็นอัพยากตวิบาก อัพยากตกิริยา
เกิดขึ้น, ขันธ์ ๑ เจือกับขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ เจือกับขันธ์ ๒ เกิด
ขึ้น, ทั้งหลายอาศัยหทยวัตถุเกิดขึ้น เพราะปุเรชาตปัจจัย.
[๓๙๓] ๑. กุศลธรรม เจือกับกุศลธรรมเกิดขึ้น เพราะอาเสวน-
ปัจจัย ฯลฯ

365
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 366 (เล่ม 85)

๒. อกุศลธรรม เจือกับอกุศลธรรมเกิดขึ้น เพราะ
อาเสวนปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น ฯลฯ.
๓. อัพยากตธรรม เจือกับอัพยากตธรรมเกิดขึ้น เพราะ
อาเสวนปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ฯลฯ.
[๓๙๔] ๑. กุศลธรรม เจือกับกุศลธรรมเกิดขึ้น เพราะกัมมปัจจัย
๒. อกุศลธรรม เจือกับอกุศลธรรมเกิดขึ้น เพราะกัมม-
ปัจจัย
๓. อัพยากตธรรม เจือกับอัพยากตธรรมเกิดขึ้น เพราะ
กัมมปัจจัย ฯลฯ.
๑. อัพยากตธรรม เจือกับอัพยากตธรรมเกิดขึ้น เพราะ
วิปากปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก ฯลฯ.
[๓๙๖] กุศลธรรม เจือกับกุศลธรรมเกิดขึ้น เพราะอาหารปัจจัย...
บทเหล่านี้ คือ เพราะอินทริยปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะ
มัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตตปัจจัย ก็เช่นเดียวกันกับเพราะเหตุปัจจัย.
[๓๙๖] ๑. กุศลธรรม เจือกับกุศลธรรมเกิดขึ้น เพราะวิปยุตต-
ปัจจัย

366
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 367 (เล่ม 85)

คือ ขันธ์ ๓ เจือกันขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น, ฯลฯ ขันธ์ ๒
เจือกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น, ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทยวัตถุเกิดขึ้น เพราะ
วิปปยุตตปัจจัย.
๒. อกุศลธรรม เจือกับอกุศลธรรมเกิดขึ้น ฯลฯ...
คือ ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุเกิดขึ้น เพราะวิปปยุตต-
ปัจจัย.
๓. อัพยากตธรรม เจือกับอกุศลธรรมเกิดขึ้น ฯลฯ...
คือ ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุเกิดขึ้น เพราะวิปปยุตต-
ปัจจัย.
[๓๙๗] กุศลธรรม เจือกับกุศลธรรมเกิดขึ้น เพราะอัตถิปัจจัย ฯลฯ
เพราะนัตถิปัจจัย เพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย ก็เช่นเดียวกัน
กับเพราะเหตุปัจจัย.
การนับวาระในอนุโลมแห่งสังสัฏฐวาระ
[๓๙๘] ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ในอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
ในอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ ในสมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ ใน
สหชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ในอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ ในนิสสย-
ปัจจัย มี ๓ วาระ ในอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ในปุเรชาตปัจจัย
มี ๓ วาระ ในอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ ในกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ
ในวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ ในอาหารปัจจัย มี ๓ วาระ ในอินทริยปัจจัย
มี ๓ วาระ ในฌานปัจจัย มี ๓ วาระ ในมัคคปัจจัย มี ๓ วาระ

367
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 368 (เล่ม 85)

ในสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ ในวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ ในอัตถิ-
ปัจจัย มี ๓ วาระ ในนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ ในวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
ในอวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ.
เพราะเหตุปัจจัย ในอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ. วาระที่มีเหตุ-
ปัจจัยเป็นมูล พึงแสดงให้พิสดาร.
[๓๙๙] เพราะอาเสวนปัจจัย ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ในอารัมมณ-
ปัจจัย มี ๓ วาระ ในอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ในอนันตรปัจจัย มี ๓
วาระ ในสมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ ในสหชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ใน
อัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ ในนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ในอุปนิสสย-
ปัจจัย มี ๓ วาระ ในปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ในกัมมปัจจัย มี ๓
วาระ ในอาหารปัจจัย มี ๓ วาระ ในอินทริยปัจจัย มี ๓ วาระ ใน
ฌานปัจจัย มี ๓ วาระ ในมัคคปัจจัย มี ๓ วาระ ในสัมปยุตตปัจจัย
มี ๓ วาระ ในวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ ในอัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ
ในนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ ในวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ ในอวิคตปัจจัย
มี ๓ วาระ.
[๔๐๐] เพราะวิปากปัจจัย ในเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ ในอารัมมณ-
ปัจจัย มี ๑ วาระ ในอธิปติปัจจัย มี ๑ วาระ ในอนันตรปัจจัย มี ๑
วาระ ในสมนันตรปัจจัย มี ๑ วาระ ในสหชาตปัจจัย มี ๑ วาระ ใน
อัญญมัญญปัจจัย มี ๑ วาระ ในนิสสยปัจจัย มี ๑ วาระ ในอุปุนิสส-
ปัจจัย มี ๑ วาระ ในปุเรชาตปัจจัย มี ๑ วาระ ในกัมมปัจจัย มี ๑

368
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 369 (เล่ม 85)

วาระ ในอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ ในอินทริยปัจจัย มี ๑ วาระ ใน
ฌานปัจจัย มี ๑ วาระ ในมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ ในสัมปยุตตปัจจัย
มี ๑ วาระ ในวิปปยุตตปัจจัย มี ๑ วาระ ในอัตถิปัจจัย มี ๑ วาระ
ในนัตถิปัจจัย มี ๑ วาระ ในวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ ในอวิคตปัจจัย มี
๑ วาระ.
อนุโลมนัย ในสังสัฏฐวาระ จบ
อรรถกถาสังสัฏฐวาระ
อรรถกถาอนุโลมนัย
พึงทราบวินิจฉัยใน สังสัฏฐวาระ ต่อไป. คำว่า กุสลํ ธมฺมํ
สํสฏฺโฐ เจือกับกุศลธรรม อธิบายว่า เพราะกระทำกุศลธรรมให้เป็น
ปัจจัย โดยอรรถว่าประกอบพร้อมด้วยลักษณะ ซึ่งมีการเกิดขึ้นพร้อมกัน
เป็นต้น. คำว่า กุสลํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺโฐ มีคำอธิบายว่า ขันธ์ ๓
ทำกุศลขันธ์หนึ่งให้เป็นสัมปยุตตปัจจัย เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย. ในทุกๆ
บทพึงทราบใจความโดยอุบายนี้. ก็แลในเหตุปัจจัยนี้ ท่านจัดปัจจัยแล้ว
วิสัชนาปัญหาไว้ ๓ วาระ เพราะอรูปธรรมเท่านั้นที่จะมีอรรถว่าสัมปโยคะ
ได้ ๑ ก็ในเหตุปัจจัย ฉันใด แม้ในอารัมมณปัจจัยเป็นต้น ก็ฉันนั้น. ใน
วิปากปัจจัยมีวิสัชนา ๑ วาระเท่านั้น.
บัดนี้ เพื่อแสดงวิสัชนาตามที่ได้ด้วยอำนาจจำนวน พระผู้มี-
พระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เหตุยา ตีณิ ในเหตุปัจจัย ๓ วาระ เป็นต้น.
ในวิสัชนาเหล่านั้นท่านจำกัด (กำหนด) ไว้ในติกะทั้งปวงดังนี้คือ กุศล

369
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 370 (เล่ม 85)

กับกุศล อกุศลกับอกุศล อัพยากตะกับอัพยากตะ. ก็ในติกะหนึ่ง ๆ ย่อม
ได้อัพยากกับอัพยากตะเท่านั้น. ในวาระนี้มีการกำหนด ๒ อย่าง คือ
ในปัจจัย ๒๒ มีวิสัชนา ๓ วาระ ในวิปากปัจจัยมีวิสัชนา ๑ วาร ด้วย
ประการฉะนี้. วิสัชนาที่เป็นอนุโลมย่อมไม่มีในปัจฉาชาตปัจจัย เพราะ-
ฉะนั้น ในการเทียบเคียงในทุกัตติกะเป็นต้น ด้วยอำนาจแห่ง
วิสัชนาเหล่านี้ว่า วิสัชนา ๓ และ ๑ ดังนี้ วิปากปัจจัยในทุกัตติกะได้
ทุกติกะนั้นมีวิสัชนา ๑. พึงทราบการคำนวณอย่างนี้ว่า ตีณิ ๓ ในปัจจัย
ที่เหลือ (พึงทราบการคำนวณอย่างนี้ว่าในปัจจัยที่เหลือมีวิสัชนา ๓ วาระ).
คำที่เหลือในอนุโลมนัยในสังฏฐวาระนี้มีใจความง่ายทั้งนั้น.
จบอรรถกถาอนุโลมนัย
ปัจจนียนัย
[๔๐๑] ๑. อกุศลธรรม เจือกับอกุศลธรรมเกิดขึ้น เพราะนเหตุ-
ปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา สหรคตด้วยอุทธัจจะ เจือกับขันธ์
ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น.
๒. อัพยากตธรรม เจือกับอัพยากตธรรมเกิดขึ้น เพราะ
นเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือกันขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากต-

370