จนถึงอาเสวนปัจจัย พึงทราบความเหมือนกันของคำนั้น กับคำว่า
นอญฺญมญฺญปจฺจยา สหชาเต เอกฺ เพราะนอัญญมัญญปัจจัย ในสหชาต-
ปัจจัย มี ๑ วาระ ใด ที่ท่านเขียนไว้ในภาษาสิงหลว่า พระอาจารย์ย่อม
รวมเอาซึ่งปัจจัย ๕ ใน นกัมมปัจจัย ที่คำนวณแล้ว พึงทราบใจความ
แห่งคำนั้นดังนี้ ปัจจัย ๕ เริ่มต้นแต่ นเหตุปัจจัย อันท่านแสดงไว้อย่าง
นี้ว่า บัณฑิตย่อมได้วิสัชนาข้อหนึ่งในสหชาตปัจจัย ที่ต่อกับนกัมมปัจจัย
อย่างนี้ว่า นกมฺมปจฺจยา ดังนี้ ย่อมได้โดยอนุโลม ปัจจัยอื่นไม่ได้ ใน
ฐานอื่นที่เป็นแบบนี้ บัณฑิตไม่ควรถือเอาพยัญชนะ ควรถือเอาเฉพาะเนื้อ
ความที่ประสงค์เท่านั้น. จริงอยู่ พยัญชนะเช่นนั้นพระโบราณาจารย์เขียน
ไว้เป็นภาษาสันสกฤต เพื่อร้อยกรองตามความทรงจำของตน.
อีกอย่างหนึ่ง แม้ในบรรดาปัจจยุบบันธรรมในปัจจนียานุโลมนี้
อัตถิธรรม (อัตถิปัจจัย) ย่อมได้กัมมปัจจัย แต่ไม่ได้อินทริยปัจจัย. อัตถิ-
ธรรมนั้นพึงทราบด้วยอำนาจ รูปชีวิตินทรีย์ในอสัญญสัตว์ และใน
ปวัตติกาลในปัญจโวการภพ อัตถิธรรมที่ได้มัคคปัจจัยแต่ไม่ได้เหตุปัจจัย
อัตถิธรรมนั้น พึงทราบด้วยอำนาจโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจและอุทธัจจ-
สัมปยุตตจิต อัตถิธรรมที่ได้ฌานปัจจัยแต่ไม่ได้มัคคปัจจัย อัตถิธรรมนั้น
พึงทราบด้วยอำนาจมโนธาตุและอเหตุกมโนวิญญาณธาตุ. บรรดาความใน
อัตถิปัจจัยนั้น กัมมชรูปย่อมได้กัมมปัจจัย ด้วยอำนาจนานักขณิกกัมมปัจจัย
เท่านั้น. ในปัจจัยเหล่านั้น รูปธรรมย่อมไม่ได้เหตุปัจจัย อธิปติปัจจัย
วิปากปัจจัย อินทริยปัจจัย ฌานปัจจัย และมัคคปัจจัย. ปัจจัยที่เข้าได้ทุกที่
ไม่มีปัจจนียะ ในอเหตุกจิตไม่มีอธิปติปัจจัยแล. ในอธิการนี้ บัณฑิตพึง
ทราบวาระแห่งการคำนวณด้วยอำนาจปกิณกะ แม้เหล่านี้โดยไม่งมงาย.