พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 91 (เล่ม 85)

อำนาจของอินทริยปัจจัย. ความเป็นสหชาตปัจจัย ย่อมไม่มีแก่รูป-
ชีวิตินทรีย์นั้น.
ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยโดยธรรมที่เป็นปัจจยุบบันในอินทริยปัจจัย
อย่างนี้แล.
วรรณนานิทเทสแห่งอินทริยปัจจัย จบ
[๑๘] ฌานปัจจัย ธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นผู้เพ่ง
อารมณ์ กล่าวคือ องค์ฌานทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่ธรรมทั้งหลาย
ประกอบกับฌาน และแก่รูปทั้งหลายที่มีฌานและธรรมที่ประกอบกับ
ฌานนั้นเป็นสมุฏฐาน ด้วยอำนาจของฌานปัจจัย.
วรรณนานิทเทสแห่งฌานปัจจัย
ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยใน ฌานปัจจัยนิทเทส ต่อไป.
บทว่า ฌานงฺคานิ ได้แก่ องค์ฌาน ๗ กล่าวคือ วิตก วิจาร
ปีติ โสมนัส โทมนัส อุเบกขา และจิตเตกัคคตา ที่เกิดขึ้นในจิต
ที่เหลือ เว้นทวิปัญจวิญญาณจิต ๑๐. ก็เพราะหมวดแห่งวิญญาณ ๕
เป็นเพียงการตกไป (แห่งจิตในอารมณ์) อุเบกขา สุข และทุกข์แม้จะ
มีอยู่ในจิตเหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ไม่ทรงยกขึ้นว่าเป็นองค์ฌาน
เพราะไม่มีการเข้าไปเพ่งอารมณ์. ก็บรรดาองค์ฌานเหล่านั้น องค์ฌาน
แม้ในอเหตุกจิตที่เหลือ พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ไม่ทรงยกขึ้น (ว่าเป็นฌาน-

91
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 92 (เล่ม 85)

ปัจจัย) เหมือนกัน เพราะถูกตัดขาดไปแล้ว แต่ในการประมวลธรรมใน
อธิการนี้ ทรงยกขึ้นไว้ด้วย.
แม้ในบทว่า ตํ สมุฏฺฐานานํ นี้ ผู้ศึกษาพึงทราบว่า พระผู้มี-
พระภาคเจ้าทรงสงเคราะห์เอากัมมชรูป. สมจริงดังที่พระองค์ตรัสไว้ใน
ปัญหาวาระว่า " ในปฏิสนธิขณะ องค์ฌานที่เป็นวิปากาพยากตะ เป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุต และกัมมชรูป ด้วยอำนาจของฌานปัจจัย."
พรรณนาบาลีในอธิการนี้เพียงเท่านี้.
ก็ฌานปัจจัยนี้คือองค์ฌาน ๗ จำแนกโดยประเภทแห่งชาติมี ๔ ชาติ
คือ กุศล อกุศล วิบาก และกิริยา. ว่าด้วยอำนาจแห่งภูมิอีกครั้ง จำแนก
ได้ ๑๒ ภูมิ คือกุศล ๔ อกุศล ๑ วิบาก ๔ กิริยา ๓. ผู้ศึกษาพึงทราบ
วินิจฉัยโดยการจำแนกด้วยประการต่าง ๆ ในฌานปัจจัยนี้ ดังกล่าวมา
แล้ว.
ในฌานปัจจัยที่จำแนกออกอย่างนี้ องค์ฌานที่เป็นกุศลทั้ง ๔ ภูมิ
เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต และจิตตชรูปในปัญจโวการภพ ด้วยอำนาจ
ของฌานปัจจัย. องค์ฌานที่เหลือเว้นที่เป็นรูปาวจร เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่
สัมปยุตเท่านั้นในอรูปภพ ด้วยอำนาจของฌานปัจจัย. แม้ในอกุศลเป็นต้น
ก็นัยนี้เหมือนกัน. องค์ฌานที่เป็นกามาวจรวิบาก และ รูปาวจรวิบาก
เป็นฌานปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต และจิตตชรูปในปวัตติกาล. เป็นฌาน-
ปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต และกัมมชรูปในปฏิสนธิกาล. องค์ฌานที่เป็น
อรูปวิบาก เป็นฌานปัจจัยเฉพาะแก่ธรรมที่สัมปยุตเท่านั้น (ในอรูปภพ)
และโลกุตตรวิบากที่เกิดในอรูปภพก็เหมือนกัน. แต่ในปัญจโวการภพ
องค์ฌานที่เป็นโลกุตตรวิบากนั้น เป็นปัจจัยแก่จิตตชรูปด้วยอำนาจของ

92
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 93 (เล่ม 85)

ฌานปัจจัย. องค์ฌานที่เป็นกิริยาทั้ง ๓ ภูมิ เป็นฌานปัจจัยแก่ธรรม
ที่สัมปยุต และจิตตชรูปในปัญจโวการภพ. องค์ฌานที่เกิดในอรูปภพเป็น
ปัจจัยเฉพาะแก่ธรรมที่สัมปยุตเท่านั้น ด้วยอำนาจของฌานปัจจัย. ผู้ศึกษา
พึงทราบวินิจฉัย แม้โดยธรรมที่เป็นปัจจยุบบันในฌานปัจจัยนี้ ดังกล่าว
มาแล้วแล.
วรรณนานิทเทสแห่งฌานปัจจัย จบ
[๑๙] มัคคปัจจัย ธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นทาง กล่าว
คือ องค์มรรคทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่ธรรมทั้งหลายที่ประกอบกับมรรค
และแก่รูปทั้งหลายที่มีมรรค และธรรมที่ประกอบกับมรรคเป็นสมุฏฐาน
ด้วยอำนาจของมัคคปัจจัย.
วรรณนานิทเทสแห่งมัคคปัจจัย
ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยในนิทเทสแห่ง มัคคปัจจัย ต่อไป.
บทว่า มคฺคงฺคานิ ได้แก่ องค์มรรค ๑๒ เหล่านี้ คือ ปัญญา
วิตก สัมมาวาจา สันมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ วิริยะ สติ สมาธิ
มิจฉาทิฏฐิ มิจฉาสังกัปปะ มิจฉาวายามะ มิจฉาสมาธิ ที่เกิดขึ้นใน
จิตที่เหลือ เว้นอเหตุกจิตตปบาท. พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงยกองค์
มรรคในอเหตุกจิต (เป็นมัคคปัจจัย) เพราะความเป็นมรรคเป็นธรรมเกิด
ภายหลังแห่งเหตุ. ทรงสงเคราะห์กัมมชรูป ในบทว่า ตํ สมุฏฺฐานานํ นี้.
สมจริงดังที่พระองค์ตรัสไว้ในปัญหาวาระว่า " องค์มรรคที่เป็นวิปากา-

93
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 94 (เล่ม 85)

พยากตะ ในขณะปฏิสนธิ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตและกัมมชรูป
ด้วยอำนาจของมัคคปัจจัย." พรรณนาบาลีในอธิการนี้เท่านี้ก่อน.
ก็มัคคปัจจัยนี้ ได้แก่องค์มรรค ๑๒ แบ่งโดยประเภทแห่งชาติมี
มีกุศลชาติเป็นต้น. และกุศลชาติเป็นต้น จำแนกโดยภูมิได้ ๑๒ ภูมิ
มีกามาวจรภูมิเป็นต้น. ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยโดยการจำแนกด้วยประการ
ต่าง ๆ ดังกล่าวมาแล้ว.
ก็ในมัคคปัจจัยที่จำแนกได้อย่างนี้ องค์มรรคที่เป็นกุศลทั้ง ๔ ภูมิ
เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต และจิตตชรูปในปัญจโวการภพ ด้วยอำนาจ
ของมัคคปัจจัย. องค์มรรคที่เหลือเว้นที่เป็นรูปาวจรเป็นปัจจัยแก่ธรรมที่
สัมปยุตในอรูปภพ ด้วยอำนาจของมัคคปัจจัย. อธิบายทั้งหมดท่านให้
พิสดารแล้วเหมือนมโนฌานปัจจัย. ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยแม้โดยธรรม
ที่เป็นปัจจยุบบันในมัคคปัจจัยนี้ ดังกล่าวมาแล้วแล.
วรรณนานิทเทสแห่งมัคคปัจจัย จบ
[๒๐] สัมปยุตตปัจจัย ธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นผู้
ประกอบ กล่าวคือ นามขันธ์ทั้งหลาย ๔ เป็นปัจจัยซึ่งกันและกัน
โดยอำนาจของสัมปยุตตปัจจัย.
วรรณนานิทเทสแห่งสัมปยุตตปัจจัย
บาลีใน สัมปยุตตปัจจัยนิทเทส มีเนื้อความกระจ่างแล้ว. ก็ชื่อว่า
สัมปยุตตปัจจัยนี้ว่าโดยสังเขป ได้แก่ อรูปขันธ์ทั้งหมด. โดยประเภท

94
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 95 (เล่ม 85)

จำแนกได้หลายอย่างคือ โดยชาติ มีกุศลชาติเป็นต้น โดยภูมิ มีกามาวจร-
ภูมิเป็นต้น. ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยโดยการจำแนกด้วยประการต่าง ๆ
ในสัมปยุตตปัจจัยนี้ ดังกล่าวมาแล้ว.
ก็ในสัมปยุตตปัจจัยที่จำแนกแล้วอย่างนี้ บรรดากุศลขันธ์ทั้ง ๔ ภูมิ
ขันธ์ ๑ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓, ด้วยอำนาจของสัมปยุตตปัจจัย ขันธ์ ๓
เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑, ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒. กุศลขันธ์ทั้งหมด
เป็นปัจจัยซึ่งกันและกัน ด้วยอำนาจของสัมปยุตตปัจจัย ด้วยประการฉะนี้
แม้ในอกุศลขันธ์ วิบากขันธ์และกิริยาขันธ์ก็นัยนี้เหมือนกัน. ผู้ศึกษา
พึงทราบวินิจฉัยแม้โดยธรรมที่เป็นปัจจยุบบัน ในสัมปยุตตปัจจัยนี้ ดัง
พรรณนามาแล้วแล.
วรรณนานิทเทสแห่งสัมปยุตตปัจจัย จบ
[๒๑] วิปปยุตตปัจจัย ธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นผู้
ไม่ประกอบ กล่าวคือ
๑. รูปธรรมทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่นามธรรมทั้งหลาย ด้วย
อำนาจของวิปปยุตตปัจจัย
๒. นามธรรมทั้งหลายก็เป็นปัจจัยแก่รูปธรรมทั้งหลาย ด้วย
อำนาจของวิปปยุตตปัจจัย.

95
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 96 (เล่ม 85)

วรรณนานิทเทสแห่งวิปปยุตตปัจจัย
ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยใน วิปปยุตตปัจจัยนิทเทส ต่อไป.
คำนี้ว่า รูปธรรมเป็นวิปปยุตตปัจจัยแก่อรูปธรรม พึงทราบด้วย
อำนาจหทัยวัตถุและจักขุนทรีย์เป็นต้นก่อน ๆ จริงอยู่ รูปธรรม ๖ อย่าง
เหล่านี้เองเป็นวิปปยุตตปัจจัยแก่อรูปขันธ์. ถึงแม้ธรรมที่เป็นอารมณ์มี
รูปายตนะเป็นต้น เป็นวิปปยุตตกัน (กับจักขายตนะเป็นต้น) ก็จริง
แต่ก็ไม่จัดเป็นวิปปยุตตปัจจัย.
ถามว่า เพราะเหตุไร ?
ตอบว่า เพราะไม่มีความเกี่ยวข้องในเรื่องสัมปโยคะ. อรูปขันธ์
ทั้งหลายเกิดขึ้น เหมือนออกมาจากภายในแห่งรูปอันเป็นที่อาศัย มี
จักขุปสาทเป็นต้น. ความเกี่ยวข้องในจักขุปสาทเป็นต้นเหล่านี้ จึงมีอยู่
ไม่ว่าอรูปขันธ์เหล่านั้นจะสัมปยุตหรือวิปปยุตกับจักขุปสาทเป็นต้นเหล่านั้น
ก็ตาม. ส่วนธรรมที่เป็นอารมณ์ ย่อมเป็นเพียงอารมณ์แห่งจิตที่เกิดขึ้น
เพราะอาศัยวัตถุรูปเท่านั้น เพราะเหตุนั้นความเกี่ยวข้องเรื่องสัมปโยคะใน
จักขุปสาทเป็นต้นเหล่านั้น จึงไม่มี. รูปายตนะเป็นต้นเหล่านั้นไม่จัดเป็น
วิปปยุตตปัจจัย เพราะไม่มีการเกี่ยวข้องในเรื่องสัมปโยคะ ด้วยประการ
ฉะนี้. ผู้ศึกษาพึงทราบความเป็นวิปปยุตตปัจจัยนี้ในหทัยวัตถุเป็นต้นด้วย.
สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ใน ปัญหาวาระ ว่า " วัตถุรูปเป็น
ปัจจัยแก่กุศลขันธ์และอกุศลขันธ์ ด้วยอำนาจของวิปปยุตตปัจจัย จักขาย-
ตนะ ฯ ล ฯ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯ ล ฯ กายวิญญาณ
ด้วยอำนาจของวิปปยุตตปัจจัย. วัตถุรูปเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิปากาพยา-
กตะ และกิริยาพยากตะ ด้วยอำนาจของวิปปยุตตปัจจัย."

96
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 97 (เล่ม 85)

คำนี้ว่า อรูปธรรมเป็นปัจจัยแก่รูปธรรมด้วยอำนาจของวิปปยุตต-
ปัจจัย ผู้ศึกษาพึงทราบด้วยอำนาจขันธ์ ๔. จริงอยู่ ในบรรดาอรูปธรรม
ขันธ์ ๔ เป็นวิปปยุตตปัจจัยแก่รูปธรรมที่เป็นสหชาตะและปุเรชาตะ. ส่วน
นิพพานถึงจะเป็นอรูปธรรม ก็ไม่เป็นปัจจัยแก่รูปด้วยอำนาจของวิปป-
ยุตตปัจจัย. จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส๑ไว้ว่า ประกอบด้วยขันธ์ ๔
ไม่ประกอบด้วยขันธ์ ๔ (คือสัมปยุตหรือวิปปยุตใช้กับนามขันธ์ ). ผู้
ศึกษาพึงทราบว่า เฉพาะขันธ์ ๔ เท่านั้น เป็นวิปปยุตตปัจจัยด้วยประการ
ฉะนี้. สมจริง ดังที่พระองค์ตรัสไว้ใน ปัญหาวาระ ว่า ที่เป็นสหชาตะ
กุศลขันธ์เป็นปัจจัยแก่จิตตตชรูป ด้วยอำนาจของวิปปยุตตปัจจัย. ที่เป็น
ปัจฉาชาตะ กุศลขันธ์เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน ด้วยอำนาจของวิปป-
ยุตตปัจจัย ในขณะปฏิสนธิขันธ์ที่เป็นวิปากาพยากตะเป็นปัจจัยแก่กัมมชรูป
ด้วยอำนาจของวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ ด้วย
อำนาจของวิปปยุตตปัจจัย. ผู้ศึกษาพึงทราบการพรรณนาบาลีในอธิการนี้
อย่างนี้.
ก็ชื่อว่า วิปปยุตตปัจจัยนี้ โดยสังเขป ได้แก่ รูปธรรมและอรูปธรรม
ที่กำลังเป็นไปในปัญจโวการภพ. บรรดารูปธรรมและอรูปธรรมเหล่านั้น
รูปธรรมจำแนกได้ ๖ อย่าง ด้วยอำนาจแห่งหทัยวัตถุและจักขุปสาท
เป็นต้น. อรูปธรรมที่เกิดในปัญจโวการภพ จำแนกได้ ชาติ คือกุศล
อกุศล วิบาก กิริยา. อรูปธรรมนั้นโดยภูมิจำแนกได้ ๑๑ ภูมิ คือ
กุศล ๔ อกุศล ๑ วิบาก ๓ กิริยา ๓ ด้วยอำนาจแห่งกามาวจรภูมิเป็น
๑. อภิ. ธาตุกถา

97
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 98 (เล่ม 85)

ต้น. แต่อรูปวิบากไม่เป็นวิปปยุตตปัจจัย. ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยโดย
การจำแนกด้วยประการต่าง ๆ ในวิปปยุตตปัจจัยนี้ ดังพรรณนามานี้
ก็ในวิปปยุตตปัจจัยที่จำแนกแล้วอย่างนี้ กุศล และอกุศลทั้ง ๔ ภูมิ
ที่เกิดในปัญจโวการภพ เป็นปัจจัยแก่จิตชรูปที่เกิดขึ้นพร้อมกับตน ด้วย
อำนาจของสหชาตวิปปยุตตปัจจัย. เป็นปัจจัยแก่รูปกายที่มีสมุฏฐาน ๔
และ ๓ ที่เกิดก่อน ที่ล่วงเลยอุปาทขณะมาถึงฐิติขณะ ด้วยอำนาจของ
ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย. ก็คำว่า รูปกายที่มีสมุฏฐาน ๓ ในที่นี้ ผู้ศึกษา
พึงทราบว่า ได้แก่กานแห่งพรหมปาริสัชชา เป็นต้น เพราะไม่มีอาหาร
สมุฏฐาน.
ก็กามาวจรวิบากและรูปาวจรวิบาก เป็นปัจจัยแก่จิตตชรูป ใน
ปวัตติกาลและกัมมชรูปในปฏิสนธิกาล ด้วยอำนาจของสหชาตวิปปยุตต-
ปัจจัย. โลกุตตรวิบากเป็นปัจจัยเฉพาะแก่จิตตชรูปอย่างเดียว. ก็วิบากทั้ง ๓
ภูมิน (กาม+รูป+โลกุตตระ) เป็นปัจจัยแก่กายที่มีสมุฏฐาน ๔ และ ๓
ที่เกิดก่อน ด้วยอำนาจของปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย.
กิริยาทั้ง ๓ ภูมิ เป็นปัจจัยแก่จิตตรูป ด้วยอำนาจของสหชาต-
วิปปยุตตปัจจัย, เป็นปัจจัยแก่กายที่มีสมุฏฐาน ๔ และสมุฏฐาน ๓ ซึ่ง
เกิดก่อน ด้วยอำนาจชองปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย.
ส่วนในฐิตรูป ๖ อย่างนั้น วัตถุรูปเป็นปัจจัยแก่กามาวจรวิบากและ
รูปาวจรวิบากในขณะปฏิสนธิ ด้วยอำนาจของสหชาตวิปปยุตตปัจจัย.
เป็นปัจจัยแก่กุศลทั้ง ๔ ภูมิ อกุศล ๑ ภูมิ วิบากทั้ง ๓ ภูมิเว้นวิญญาณ-
จิต ๑๐ และกิริยาจิตทั้ง ๓ ภูมิที่เกิดขึ้นในปวัตติกาล ด้วยอำนาจของ
ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย. จักขายตนะเป็นต้น เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ

98
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 99 (เล่ม 85)

เป็นต้น. ด้วยอำนาจของปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัย
แม้โดยธรรมที่เป็นปัจจยุบบันในอธิการนี้ ดังพรรณนามาแล้วแล.
วรรณนานิทเทสแห่งวิปปยุตตปัจจัย จบ
[๒๒] อัตถิปัจจัย ธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นผู้ยังมีอยู่
กล่าวคือ
๑. นามขันธ์ ๔ เป็นปัจจัยซึ่งกันและกัน ด้วยอำนาจของอัตถิ
ปัจจัย
๒. มหาภูตรูป ๔ เป็นปัจจัยซึ่งกันและกัน ด้วยอำนาจของ
อัตถิปัจจัย
๓. ในปฏิสนธิขณะ นามรูปเป็นปัจจัยซึ่งกันและกัน ด้วย
อำนาจของอัตถิปัจจัย
๔. จิตและเจตสิกธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่รูปทั้งหลายที่
มีจิตเป็นสมุฏฐาน ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.
๕. มหาภูตรูป เป็นปัจจัยแก่อุปาทารูปทั้งหลาย ด้วยอำนาจ
ของอัตถิปัจจัย
๖. จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณธาตุ และแก่ธรรม
ทั้งหลายที่ประกอบกับจักขุวิญญาณธาตุนั้น ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย
๗. โสตายตนะ เป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณธาตุ และแก่ธรรม
ทั้งหลายที่ประกอบกับโสตวิญญาณธาตุนั้น ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย

99
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 100 (เล่ม 85)

๘. ฆานายตนะ เป็นปัจจัยแก่ฆานวิญญาณธาตุ และแก่ธรรม
ทั้งหลายที่ประกอบกับฆานวิญญาณธาตุนั้น ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย
๙. ชิวหายตนะ เป็นปัจจัยแก่ชิวหาวิญญาณธาตุ และแก่ธรรม
ทั้งหลายที่ประกอบกับชิวหาวิญญาณธาตุนั้น ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย
๑๐. กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณธาตุ และแก่ธรรม
ทั้งหลายที่ประกอบกับกายวิญญาณธาตุนั้น ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย
๑๑. รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณธาตุ และแก่ธรรม
ทั้งหลายที่ประกอบกับจักขุวิญญาณธาตุนั้น ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย
๑๒. สัททายตนะ เป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณธาตุ และแก่ธรรม
ทั้งหลายที่ประกอบกับโสตวิญญาณธาตุนั้น ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย
๑๓. คันธายตนะ เป็นปัจจัยแก่ฆานวิญญาณธาตุ และแก่ธรรม
ทั้งหลายที่ประกอบกับฆานวิญญาณธาตุนั้น ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย
๑๔. รสายตนะ เป็นปัจจัยแก่ชิวหาวิญญาณธาตุ และแก่ธรรม
ทั้งหลายที่ประกอบกับชิวหาวิญญาณธาตุนั้น ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย
๑๕. โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณธาตุ และแก่
ธรรมทั้งหลายที่ประกอบกับกายวิญญาณธาตุนั้น ด้วยอำนาจของอัตถิ-
ปัจจัย
๑๖. รูปายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏ-
ฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่มโนธาตุ และแก่ธรรมทั้งหลายที่ประกอบ
กับมโนธาตุนั้น ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย
๑๗. มโนธาตุ และมโนวิญญาณธาตุ อาศัยรูปใดเป็นไป รูป

100