พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๒ - หน้าที่ 1031 (เล่ม 83)

ภาวนาวาระ
[๓๗๘] บุคคลใดกำลังเจริญกุศลธรรมอยู่, บุคคลนั้นชื่อว่า
กำลังละอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าบุคคลใดกำลังละอกุศลธรรม, บุคคลนั้นชื่อว่ากำลัง
เจริญกุศลธรรมอยู่ ใช่ไหม ?
ใช่.
บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญกุศลธรรมอยู่, บุคคลนั้นไม่ชื่อว่ากำลัง
ละอกุศลธรรม ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่าบุคคลใดไม่ใช่กำลังละอกุศลธรรม, บุคคลนั้นไม่
ชื่อว่ากำลังเจริญกุศลธรรมอยู่ ใช่ไหม ?
ใช่. ฯ ล ฯ
ภาวนาวาระ จบ
ธัมมยมก จบ

1031
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๒ - หน้าที่ 1032 (เล่ม 83)

อรรถกถาธัมมยมก
บัดนี้ เป็นวรรณนา ธัมมยมก ที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงตั้ง
มาติกาแห่งธรรมทั้งหลาย มีกุศลเป็นต้นเหล่านั้นนั่นแหละที่แสดงไว้
ในมูลยมกแล้วแสดงต่อจากจิตตยมก.
ในธัมมยมกนั้น พึงทราบการกำหนดพระบาลีตามนัยที่กล่าวไว้
ในขันธยมก ก็ในขันธยมกนั้น มี ๓ มหาวาระ มีปัณณัตติวาระ
เป็นต้น และมีอันตรวาระที่เหลือ มีอยู่โดยประการใด, ในธรรมยมก
ก็มีโดยประการนั้น
แต่ในธรรมยมกนี้พึงทราบว่าท่านเรียกปริญญาวาระว่า ภาวนา-
วาระ เพราะพระบาลีอาคตสถานว่า โย กุสลธมฺมํ ภาเวติ โส
อกุสลฺธมฺมํ ปชหติ - บุคคลใดเจริญกุศลธรรม บุคคลนั้นชื่อว่าละ
อกุศลธรรมหรือ ?
ในภาวนาวาระนั้น อัพยากตธรรมเป็นธรรมที่บุคคลไม่ควร
เจริญด้วย ไม่ควรละด้วย เพราะเหตุนั้นท่านจึงไม่ยกบทนั้นขึ้นแสดง
ก็ในปัณณัตติวาระในธรรมยมกนี้ พึงทราบการนับยมกในวาระ ๔ เหล่า
นี้ คือ ปทโสธนวาระ ปทโสธนมูลจักกวาระ สุทธธัมมวาระ
สุทธธัมมมูลจักกวาระ ด้วยอำนาจแห่งธรรมทั้งหลาย มีกุศลธรรม
เป็นต้น

1032
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๒ - หน้าที่ 1033 (เล่ม 83)

ส่วนในปัณณัตติวาระนิทเทส พระองค์ตรัสว่า อามนฺตา เพราะ
ความที่แห่งกุศลทั้งหลายเป็นกุศลธรรมโดยแน่นอน ในปัญหาที่ว่า กุศล
ชื่อว่ากุศลธรรม หรือ ? ดังนี้ แม้ในคำวิสัชชนาที่เหลือก็นัยนี้ คำ
วิสัชนาที่ว่า ธรรมทั้งหลายที่เหลือ ไม่ชื่อว่าอกุศล แต่ชื่อว่าธรรม
อธิบายว่า ธรรมทั้งหลายที่เหลือไม่เป็นอกุศล แต่เป็นธรรม พึงทราบ
คำวิสัชชนาทั้งหมดโดยนัยนี้.
ก็ในอนุโลมนัยแห่งบุคคลวาระ ปัจจุบันกาลในปวัตติวาระนี้
ยมก ๓ อย่าง คือ ยมกที่มีกุศลธรรมเป็นมูล ๒ อย่าง มีอกุศลธรรม
เป็นมูล ๑ อย่างย่อมมีในปัญหาว่า กุศลธรรมย่อมเกิดแก่บุคคลใด
อกุศลธรรมก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นใช่ไหม ? ก็หรือว่า อกุศลธรรม
ย่อมเกิดแก่บุคคลใด กุศลธรรมย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นใช่ไหม ?
ดังนี้.
ในปฏิโลมนัยก็ดี ในวาระทั้งหลายมีโอกาสวาระเป็นต้นก็ดี ก็
นัยนี้ บัณฑิตพึงทราบการนับยมก ด้วยอำนาจแห่งยมกทั้งหลาย ๓ อย่าง
ในวาระทั้งปวง ในปวัตติวาระนี้อย่างนี้.
ก็ในการวินิจฉัยเนื้อความในปวัตติวาระพึงทราบลักษณะนี้ ดัง
ต่อไปนี้.
ในปวัตติวาระแห่งธรรมยมกนี้ คำว่า อุปฺปชฺชนติ - ย่อมเกิด
นิรุชฺฌนฺติ - ย่อมดับ ในอุปปาทและนิโรธวาระเหล่านี้ ย่อมได้กุศล
ธรรมและอกุศลธรรมในปวัตติกาลเท่านั้นโดยแน่นอน ย่อมไม่ได้จุติ

1033
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๒ - หน้าที่ 1034 (เล่ม 83)

และปฏิสนธิกาล แต่ว่าอัพยากตธรรมย่อมได้ในกาลทั้ง ๓ คือ ปวัตติ
จุติ และปฏิสนธิ.
ลักษณะใดย่อมได้ในที่ใด ๆ พึงทราบคำวินิจฉัยของลักษณะนั้น
ในที่นั้น ๆ อย่างนี้.
พึงทราบนัยมุขในการวินิจฉัยนั้นดังนี้:- คำปฏิเสธว่า โน-
ไม่ใช่ พระองค์ทรงกระทำแล้วเพราะความไม่บังเกิดขึ้น ในขณะเดียว
กันของกุศลและอกุศล.
คำว่า อพฺยากโต จ ท่านกล่าวแล้วด้วยอำนาจแห่งรูปที่มีจิตเป็น
สมุฏฐาน.
ปัญหาว่า กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด นี้ ท่านกล่าว
หมายเอาอสัญญีภพ เหตุนั้นในปัญหานี้ท่านจึงทำคำวิสัชนาว่า อามนฺตา
-ใช่ แม้ในคำว่า ย่อมเกิดขึ้น นี้ ท่านก็กล่าวหมายเอาอสัญญีภพ
นั่นแหละ แต่กระทำการห้ามว่า ไม่มี เพราะความไม่มีแห่งที่อันไม่
บังเกิดขึ้นแห่งอัพยากตธรรมทั้งหลาย หมายความว่า อัพยากตธรรม
เกิดได้ในทุกภูมิ.
คำว่า ทุติเย อกุสเล - ครั้นเมื่ออกุศลดวงที่สอง ได้แก่
ชวนะจิตดวงที่สองในนิกันติชวนะที่บังเกิดขึ้นแล้ว เพราะยินดีซึ่งภพ.
คำว่า ทุติเจ จิตฺเต วตฺตมาเน - ครั้นเมื่อจิตดวงที่สอง
เป็นไปอยู่ ได้แก่ครั้นเมื่อภวังคจิตอันเป็นจิตดวงที่สอง แต่ปฏิสนธิจิต

1034
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๒ - หน้าที่ 1035 (เล่ม 83)

เป็นไปอยู่ อีกอย่างหนึ่ง คำว่า ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน ได้แก่
ครั้นเมื่ออาวัชชนจิตในภวนิกันติชวนะ ได้แก่ เป็นไปอยู่ เพราะกระทำ
ซึ่งภวังค์กับปฏิสนธิให้เป็นอย่างเดียวกันด้วยอำนาจของวิบากจิต จริงอยู่
อาวัชชนะจิตนั้นชื่อว่า ทุติยจิต - จิตดวงที่สอง นับแต่วิบากจิต
เพราะความที่แห่งอาวัชชนะจิตนั้น เป็นกิริยาจิตในอัพยากตชาติ หมาย
ความว่า อาวัชชนะจิตเป็นจิตคนละชาติกับวิบาก.
คำว่า ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ท่านกล่าว
หมายเอาโวทานจิต.
คำว่า กุสลา ธนฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ท่านกล่าวหมายเอา
ธรรมทั้งหลาย คือ มรรคอันเลิศเหล่านั้น.
ปัญหาว่า ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺ-
สนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ท่านกล่าวด้วยอำนาจของ
การเกิดขึ้นแห่งโวทานจิตนี้ ก็ลักษณะนี้ย่อมได้แม้ในอุปปาทขณะแห่ง
โอริมจิต ได้แก่ จิตดวงก่อน แต่โวทานจิตนั้น อันเกิดขึ้นแล้วด้วย
อาวัชชนะจิตเดียวกันแห่งการเกิดของโวทานจิตนั้น.
แม้ในนิโรธวาระ ท่านกล่าวแล้วว่า โน - ไม่ใช่ เพราะความ
ที่กุศลและอกุศลไม่ดับพร้อมกัน พึงทราบคำวินิจฉัยในที่ทั้งปวงโดย
นัยมุขนี้ ด้วยประการฉะนี้.
อรรถกถาธรรมยมก จบบริบูรณ์

1035
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๖ ภาค ๒ - หน้าที่ 1 (เล่ม 84)

อินทริยยมกที่ ๑๐
ปัณณัตติวาระ
มาติกา
[๓๗๙] อินทรีย์ ๒๒ คือ :-
๑ จักขุนทรีย์ ๑๒ โสมนัสสินทรีย์
๒ โสตินทรีย์ ๑๓ โทมนัสสินทรีย์
๓ ฆานินทรีย์ ๑๔ อุเปกขินทรีย์
๔ ชิวหินทรีย์ ๑๕ สัทธินทรีย์
๕ กายินทรีย์ ๑๖ วิริยินทรีย์
๖ มนินทรีย์ ๑๗ สตินทรีย์
๗ อิตถินทรีย์ ๑๘ สมาธินทรีย์
๘ ปุริสินทรีย์ ๑๙ ปัญญินทรีย์
๙ ชีวิตินทรีย์ ๒๐ อนัญญาตัญณัสสามีตินทรีย์
๑๐ สุขินทรีย์ ๒๑ อัญญินทรีย์
๑๑ ทุกขินทรีย์ ๒๒ อัญญาตาวินทรีย์
มาติกา จบ

1
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๖ ภาค ๒ - หน้าที่ 2 (เล่ม 84)

ปัณณัตติวารุทเทศ
ปทโสธนวาระ อนุโลม
[๓๘๐] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุนทรีย์ ชื่อว่า จักขุ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าโสตินทรีย์ ชื่อว่า โสตะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าฆานะ ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าฆานินทรีย์ ชื่อว่า ฆานะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าชิวหา ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม?
ธรรมที่ชื่อว่าชิวหินทรีย์ ชื่อว่า ชิวหา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่ากายะ ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่ากายินทรีย์ ชื่อว่า กายะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่ามโน ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่ามนินทรีย์ ชื่อว่า มโน ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอิตถี ชื่อว่า อิตถินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอิตถินทรีย์ ชื่อว่า อิตถี ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าปุริสะ ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าปุริสินทรีย์ ชื่อว่า ปุริสะ ใช่ไหม ?

2
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๖ ภาค ๒ - หน้าที่ 3 (เล่ม 84)

ธรรมที่ชื่อว่าชีวิตะ ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าชีวิตินทรีย์ ชื่อว่า ชีวิตะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสุขะ ชื่อว่า สุขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสุขินทรีย์ ชื่อว่า สุขะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าทุกขะ ชื่อว่า ทุกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าทุกขินทรีย์ ชื่อว่า ทุกขะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าโสมนัสสะ ชื่อว่า โสมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าโสมนัสสินทรีย์ ชื่อว่า โสมนัสสะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าโทมนัสสะ ชื่อว่า โทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าโทมนัสสินทรีย์ ชื่อว่า โทมนัสสะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขา ชื่อว่า อุเปกขินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอุเปกขินทรีย์ ชื่อว่า อุเปกขา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสัทธา ชื่อว่า สัทธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสัทธินทรีย์ ชื่อว่า สัทธา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าวิริยะ ชื่อว่า วิริยินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าวิริยินทรีย์ ชื่อว่า วิริยะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสติ ชื่อว่า สตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสตินทรีย์ ชื่อว่า สติ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสมาธิ ชื่อว่า สมาธินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสมาธินทรีย์ ชื่อว่า สมาธิ ใช่ไหม ?

3
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๖ ภาค ๒ - หน้าที่ 4 (เล่ม 84)

ธรรมที่ชื่อว่าปัญญา ชื่อว่า ปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าปัญญินทรีย์ ชื่อว่า ปัญญา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีติ ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามี-
ตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ชื่อว่า อนัญญาตัญญัสสามีติ
ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญะ ชื่อว่า อัญญินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญินทรีย์ ชื่อว่า อัญญะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญาตาวี ชื่อว่า อัญญาตาวินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าอัญญาตาวินทรีย์ ชื่อว่า อัญญาตาวี ใช่ไหม ?
ปทโสธนวาระ อนุโลม จบ

4
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๖ ภาค ๒ - หน้าที่ 5 (เล่ม 84)

ปทโสธนวาระ ปัจจนิก
[๓๘๑] ธรรมที่ไม่ใช่จักขุ, ไม่ชื่อว่า จักขุนทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่จักขุนทรีย์, ไม่ชื่อว่า จักขุ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่โสตะ, ไม่ชื่อว่า โสตินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมไม่ใช่โสตินทรีย์, ไม่ชื่อว่า โสตะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่ฆานะ, ไม่ชื่อว่า ฆานินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่ฆานินทรีย์ ไม่ชื่อว่า ฆานะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่ชิวหา, ไม่ชื่อว่า ชิวหินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่ชิวหินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ชิวหา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่กายะ, ไม่ชื่อว่า กายินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่กายินทรีย์, ไม่ชื่อว่า กายะ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่มโน, ไม่ชื่อว่า มนินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่มนินทรีย์, ไม่ชื่อว่า มโน ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อิตถี, ไม่ชื่อว่า อิตถินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่อิตถินทรีย์ ไม่ชื่อว่า อิตถี ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่ปุริสะ, ไม่ชื่อว่า ปุริสินทรีย์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ใช่ปุริสินทรีย์, ไม่ชื่อว่า ปุริสะ ใช่ไหม ?

5