พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 1249 (เล่ม 82)

ปัจจุปปันนานาคตวาระ ปัจจนิก
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๒๑๑] กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด วจีสังขาร
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัสสาสะ
ปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธ-
สมาบิตอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ใน
ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปริ-
นิพพานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มี
วิจาร จักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด และ
วจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี

1249
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 1250 (เล่ม 82)

กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๒๑๒] กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขาร
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัสสาสะ
ปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธ-
สมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น,
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด และจิตตสังขาร
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักดัแก่บุคคลใด, กายสังขาร
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๒๑๓] วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขาร
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

1250
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 1251 (เล่ม 82)

ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นวิตกและ
วิจารเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติ
อยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ใน
ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิด และจิตตสังขาร
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๒๑๔] กายสังขารไม่ใช่กำลังดับในภูมิใด, ฯ ล ฯ
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ

1251
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 1252 (เล่ม 82)

ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสงขารมูลี :-
[๑๒๑๕] กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจี-
สังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ
ก็ดี ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามา-
วจรภูมิก็ดี เว้นลมอัสสสาสะปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิด
อยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่วจีสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะ
แห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิต
ที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร จักเกิด
ในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี
ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะก็ดี เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของ
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้า
จตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่
กำลังเกิด และวจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

1252
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 1253 (เล่ม 82)

ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขาร
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะ
แห่งลมอัสสาสะปัสสาสะก็ดี วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่กายสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังค-
ขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพ-
พานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร
จักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี
ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะก็ดี เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของ
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลัง
เข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขาร
ไม่ใช่จักดับ และกายสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๒๑๖] กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต-
สังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

1253
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 1254 (เล่ม 82)

ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัสสาสะ
ปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิต กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
ก็ดี กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด และจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กาย-
สังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี:-
[๑๒๑๗] วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต-
สังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นวิตกและ
วิจารเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิต วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล

1254
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 1255 (เล่ม 82)

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจี-
สังขารไม่ใช่กำลังเกิด และจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจี-
สังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปัจจุปปันนานาคตวาระ จบ

1255
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 1256 (เล่ม 82)

อตีตานาคตวาระ อนุโลม
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๒๑๘] กายสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็จักดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารก็ดี บุคคลที่ถึง
พร้อมด้วยปรินิพพานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจฉิมจิตที่ไม่มี
วิตกและไม่มีวิจาร จักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี กายสังขารเคยเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
ที่นอกจากนั้น กายสังขารเคยเกิด และวจีสังขารก็จักดับแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารจักดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็เคยเกิดแก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี

1256
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 1257 (เล่ม 82)

กายสังขารมูล จิตตสังขารมูลี :-
[๑๒๑๙] กายสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็จักดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กายสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่นอกจากนั้น กาย-
สังขารเคยเกิด และจิตตสังขารก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่ ฯ ล ฯ
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
ในนิโรธวาระ อตีตนาคตปุจฉา อนุโลมก็ดี ปัจจนิกก็ดี
ท่านจำแนกไว้แล้ว โดยประการใด, แม้ในอุปปาทนิโรธวาระ อตีตา-
นาคตปุจฉา อนุโลมก็ดี ปัจจนิก็ดี ท่านผู้ฉลาดก็พึงจำแนกโดย
ประการนั้น, อุปปาทนิโรธวาระ ก็เป็นเช่นกับในนิโรธวาระ, เหตุที่
จะทำให้ต่างกันนั้นไม่มี.
อุปปาทนิโรธวาระ จบ
ปวัตติวาระ จบ

1257
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 1258 (เล่ม 82)

ปริญญาวาระ
[๑๒๒๐] บุคคลใดย่อมรู้แจ้งกายสังขาร, บุคคลนั้นย่อมรู้แจ้ง
วจีสังขาร ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดย่อมรู้แจ้งวจีสังขาร, บุคคลนั้นย่อมรู้แจ้ง
กายสังขาร ใช่ไหม ?
ใช่.
ในขันธยมก ปริญญาวาระ ท่านจำแนกแล้วโดยประการใด
แม้ในสังขารยมก ปริญญาวาระ ก็พึงจำแนกโดยประการนั้น.
ปริญญาวาระ จบ
สังขารยมกที่ ๖ จบ

1258