พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 1209 (เล่ม 82)

อตีตานาคตวาระ อนุโลม
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูล วจีสงขารมูลี :-
[๑๑๖๙] กายสังขารเคยดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็จักดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารก็ดี บุคคลที่ถึง
พร้อมด้วยปรินิพพานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจฉิมจิตที่ไม่มีวิตก
และไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี กายสังขารเคยดับแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่นอกจาก
นั้น กายสังขารเคยดับ และวจีสังขารก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารจักดับแก่บุคคลใด ฯ ล ฯ
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๗๐] กายสังขารเคยดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็จักดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

1209
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 1210 (เล่ม 82)

ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กายสังขารเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่นอกจากนั้น กาย-
สังขารเคยดับ และจิตตสังขารก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลใด ฯ ล ฯ
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
วจีสังขารเคยดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้น
ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต วจีสังขารเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น
แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่นอกจากนั้น วจี-
สังขารเคยดับ และจิตตสังขารก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลใด ฯ ล ฯ
ใช่.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ

1210
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 1211 (เล่ม 82)

โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๑๗๑] กายสังขารเคยดับในภูมิใด, ฯ ล ฯ
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๗๒] กายสังขารเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขาร
ก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตตในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังเข้า
ทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี กายสังขารเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้า
ปฐมฌานซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิที่นอกจากนั้น กายสังขารเคยดับ
และวจีสังขารก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

1211
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 1212 (เล่ม 82)

ก็หรือว่า วจีสังขารจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็
เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิ
ก็ดี วจีสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารไม่ใช่
เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานซึ่งเกิด
อยู่ในกามาวจรภูมิ วจีสังขารจักดับ และกายสังขารก็เคยดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๗๓] กายสังขารเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตตสังขาร
ก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ กายสังขารเคยดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี
บุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิที่นอกจากนั้นก็ดี กายสังขารเคยดับ และ
จิตตสังขารก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

1212
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 1213 (เล่ม 82)

ก็หรือว่า จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็
เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ
ในอรูปาวจรภูมิก็ดี จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
กายสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้า
ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ
จิตตสังขารจักดับ และกายสังขารก็เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๗๔] วจีสังขารเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตตสังขาร
ก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในภูมิที่มีวิตกและมีวิจาร วจีสังขาร
เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคล

1213
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 1214 (เล่ม 82)

เหล่านั้นในภูมินั้น, ในภูมิที่มีวิตกและมีวิจารที่นอกจากนั้น วจีสังขาร
เคยดับ และจิตตสังขารก็จับดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขาร
ก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภูมิที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
ในภูมิที่มีวิตกและมีวิจาร จิตตสังขารจักดับ และวจีสังขารก็เคยดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
อตีตานาคตวาระ อนุโลม จบ

1214
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 1215 (เล่ม 82)

อตีตานาคตวาระ ปัจจนิก
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๗๕] กายสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่
ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่
เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยดับ.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๗๖] กายสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขาร
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.

1215
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 1216 (เล่ม 82)

ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่
ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยดับ.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๗๗] วจีสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็
ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่
เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยดับ.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ

1216
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 1217 (เล่ม 82)

โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๑๗๘] กายสังขารไม่ใช่เคยดับในภูมิใด, ฯ ล ฯ
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๗๙] กายสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจี-
สังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิ
ก็ดี กายสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารจัก
ดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมที่จิตที่มีวิตกและมี
วิจารในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพ-
พานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร

1217
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 1218 (เล่ม 82)

จักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคล
ที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่เคยดับ และวจีสังขาร
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขาร
ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังเข้า
ทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น แต่กายสังขารเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังค-
ขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจฉิมจิต
ที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้า
จตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่
จักดับ และกายสังขารก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๘๐] กายสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด จิตต-
สังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

1218