พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 99 (เล่ม 82)

อรรถกถาปทโสธนมูลจักกวาระ
ใน ปทโสธนมูลจักกวาระ คำปุจฉาว่า ขนฺธา เวทนากฺ-
ขนฺโธ ดังนี้ ย่อมตรัสถามว่า ขันธ์ทั้งหลายเหล่าใดมีอยู่ ขันธ์
ทั้งหลายเหล่านั้น ชื่อว่า เวทนาขันธ์ ใช่ไหม ? ตรัสตอบว่า
เวทนาขันธ์ ชื่อว่า ขันธ์ด้วย ชื่อว่า เวทนาขันธ์ด้วย แต่ขันธ์
ทั้งหลายที่เหลือชื่อว่าขันธ์เท่านั้น ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ดังนี้
แห่งคำถามนั้น แม้คำถามที่เหลือก็นัยนี้.
ในปฏิโลม ในคำถามนี้ว่า นกฺขนฺธา นเวทนากฺขนฺโธ ธรรม
ที่ไม่ชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ? ได้แก่ ธรรม
ทั้งหลายเหล่าใด กล่าวคือ บัญญัติและนิพพาน ไม่ชื่อว่าขันธ์ เพราะ
บัญญัติและนิพพานไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ฉะนั้น พระองค์จึงตรัสว่า
อามนฺตา ใช่ แม้ในคำวิสัชนาที่เหลือก็มีนัยนี้ ด้วยประการฉะนี้.
อรรถกถาปทโสธนมูลจักกวาระ จบ

99
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 100 (เล่ม 82)

สุทธขันธวาระ อนุโลม
[๖๗] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์ ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
รูปขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่ารูปขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น
ชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่ารูขันธ์.
[๖๘] ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
เวทนาขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าเวทนาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ
นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์.
[๖๙] ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
สัญญาขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสัญญาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ
นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์.
[๗๐] ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.

100
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 101 (เล่ม 82)

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
สังขารขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสังขารขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ
นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์.
[ ๗๑ ] ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
วิญญาณขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ด้วย ขันธ์ที่
เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์.
สุทธขันธวาระ อนุโลม จบ

101
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 102 (เล่ม 82)

สุทธขันธวาระ ปัจจนิก
[๗๒] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ยกเว้นรูปเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่ารูป ชื่อว่าขันธ์
ยกเว้นรูปและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่ารูปและ
ไม่ชื่อว่าขันธ์.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
[๗๓] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ยกเว้นเวทนาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าเวทนา
ชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นเวทนาและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น
ไม่ชื่อว่าเวทนาและไม่ชื่อว่าขันธ์.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
[๗๔] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ยกเว้นสัญญาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าสัญญา
ชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นสัญญาและขันธ์เสียแล้ว ภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น
ไม่ชื่อว่าสัญญาและไม่ชื่อว่าขันธ์.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.

102
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 103 (เล่ม 82)

[ ๗๕ ] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ยกเว้นสังขารเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าสังขาร
ชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นสังขารและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น
ไม่ชื่อว่าสังขารและไม่ชื่อว่าขันธ์.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
[ ๗๖ ] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ยกเว้นวิญญาณเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าวิญญาณ
ชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นวิญญาณและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น
ไม่ชื่อว่าวิญญาณและไม่ชื่อว่าขันธ์
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
สุทธขันธวาระ ปัจจนิก จบ

103
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 104 (เล่ม 82)

อรรถกถาสุทธักขันธวาระ
ใน สุทธักขันธวาระ คำถามว่า " รูปํ ขนฺโธ " ธรรมที่ชื่อว่า
รูป ชื่อว่า ขันธ์ ใช่ไหม ? ย่อมตรัสถามว่า " รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง "
ที่กล่าวว่า " รูป " รูปนั้นทั้งหมดเป็นขันธ์หรือ " ในคำถามนั้น
เพราะรูปกล่าวคือ ปิยรูปสาตรูป ก็ดี ภูตรูป และ อุปาทารูป
ทั้งหมดก็ดี ถึงการสงเคราะห์ในขันธ์ ๕. เพราะฉะนั้นพระองค์จึงตรัส
รับรองว่า อามนฺตา ใช่.
ในทุติยบท ควรถามว่า " ขันธ์ทั้งหลาย ชื่อว่า รูป ใช่ไหม ? "
เพราะพระองค์ทั้งอธิบายรูปขันธ์ไว้ด้วยคำว่า รูป แล้ว ฉะนั้นจึงไม่
ทรงคำนึงถึง เมื่อจะตรัสถามด้วยอำนาจแห่งอรรถ จึงตรัสว่า ขันธ์
ทั้งหลาย ชื่อว่า รูปขันธ์ ใช่ไหม ? พึงทราบเนื้อความในบททั้งปวง
โดยอุบายนี้ แม้ในนิทเทสวาระแห่งอายตนยมกเป็นต้น ข้างหน้าก็นัยนี้.
แม้ในคำถามที่ว่า " สญฺญา สญฺญากฺขนฺโธ = ธรรมที่ชื่อว่า
สัญญา ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ? " นี้, ทิฏฐิสัญญา ก็ดี
สัญญา ก็ดี พระองค์ตรัสว่า อามนฺตา = ใช่ เพราะความที่แห่ง
ทิฏฐิสัญญาและสัญญา แม้ทั้งหมดก็เป็นขันธ์.
แม้ในบทว่า " สงฺขารา สงฺขารกฺขนฺโธ = สังขาร ชื่อว่า
สังขารขันธ์หรือ " ก็มีนัยนี้ ชื่อว่า สังขารที่พ้นจากความเป็นขันธ์
ย่อมไม่มี.

104
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 105 (เล่ม 82)

ในปฏิโลม คำถามว่า " นรูปํ นขนฺโธ = ธรรมที่ไม่ชื่อว่า
รูป ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ? " ดังนี้ พระผู้มีพระภาคย่อมตรัสถามว่า
ธรรมชาติใดไม่ใช่รูป ธรรมชาตินั้นก็ไม่ใช่ขันธ  ใช่ไหม ? ก็ในวิสัชนา
ปัญหานั้นว่า " รูปํ ฐเปตฺวา อวเสสา ขนฺธา น รูปํ ขนฺธา ยกเว้น
รูปเสียแล้ว ขันธ์ทั้งหลายที่เหลือไม่ชื่อว่า รูป ชื่อว่า ขันธ์ "
อธิบายว่า ขันธ์ทั้งหลายมีเวทนาเป็นต้น อื่นจากรูปไม่ชื่อว่ารูป แต่
ชื่อว่าขันธ์.
บทว่า " รูปญฺจ ขนฺเธ จ ฐเปตฺวา อวเสสา = ยกเว้น
รูปและขันธ์ทั้งหลาย ธรรมที่เหลือ " ดังนี้ ได้แก่ บัญญัติและ
นิพพานที่พ้นจากขันธ์ห้า ในบทว่า " อวเสสา " แม้เหล่าอื่นจาก
บทนี้ก็มีนัยนี้ ด้วยประการฉะนี้.
อรรถกถาสุทธักขันธวาระ จบ

105
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 106 (เล่ม 82)

สุทธขันธมูลจักกวาระ อนุโลม
รูปขันธมูล
[๗๗] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
เวทนาขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าเวทนาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ
นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์.
[๗๘] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์ ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
สัญญาขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสัญญาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ
นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์.
[๗๙] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
สังขารขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสังขารขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ
นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์.
[๘๐] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.

106
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 107 (เล่ม 82)

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
วิญญาณขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ด้วย ขันธ์ที่
เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์.
จบ รูปขันธมูล
เวทนาขันธมูล
[๘๑] ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
รูปขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่ารูปขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น
ชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์.
[๘๒] ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
สัญญาขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสัญญาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ
นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์.

107
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 108 (เล่ม 82)

[ ๘๓ ] ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
สังขารขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสังขารขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ
นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์.
[ ๘๔ ] ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
วิญญาณขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ด้วย ขันธ์ที่
เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์.
จบ เวทนาขันธมูล
สัญญาขันธมูล
[ ๘๕ ] ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
รูปขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่ารูปขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอก
นั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์.

108