พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 69 (เล่ม 82)

สังขารขันธมูล
ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?
จบ สังขารขันธมูล
วิญญาณขันธมูล
ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?

69
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 70 (เล่ม 82)

ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?
จบ วิญญาณขันธมูล
สุทธขันธมูลจักกวาระ อนุโลม จบ

70
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 71 (เล่ม 82)

สุทธขันธมูลจักกวาระ ปัจจนิก
รูปขันธมูล
[ ๓๑ ] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ใช่ไหม ?
จบ รูปขันธมูล
เวทนาขันธมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?

71
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 72 (เล่ม 82)

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?
จบ เวทนาขันธมูล
สัญญาขันธมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?
จบ สัญญาขันธมูล

72
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 73 (เล่ม 82)

สังขารขันธมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?
จบ สังขารขันธมูล
วิญญาณขันธมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?

73
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 74 (เล่ม 82)

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?
จบ วิญญาณขันธมูล
สุทธขันธมูลจักกวาระ ปัจจนิก จบ
ปัณณัตติวารุทเทส จบ

74
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 75 (เล่ม 82)

อรรถกถาขันธยมก
วรรณนาอุทเทสวาระ
บัดนี้ เป็นการวรรณนา ขันธยมก ที่พระผู้มีพระภาคทรง
แสดงไว้ในลำดับต่อจาก มูลยมก เพราะทรงรวบรวมซึ่งธรรมทั้งหลาย
มีกุศลเป็นต้น อันพระองค์ทรงแสดงแล้วในมูลยมก ด้วยอำนาจแห่ง
ขันธ์ พึงทราบการกำหนดพระบาลีในขันธ์ยมกอย่างนี้ก่อน.
ใน ขันธยมก นี้ มี มหาวาระ ๓ คือ ปัณณัตติวาระ
ปวัตติวาระ และปริญญาวาระ.
ในมหาวาระทั้ง ๓ นั้น ปัณณัตติวาระ ตรัสเรียกว่า ปัณ-
ปวัตติวาระ เพราะทรงกระทำด้วยอำนาจการชำระชื่อของขันธ์ทั้งหลาย.
ปวัตติวาระ ตรัสเรียกว่า ปวัตติวาระ เพราะทรงชำระความ
เป็นไปด้วยอำนาจการเกิดขึ้นและการดับไปของขันธ์ทั้งหลายที่พระองค์
ทรงชำระชื่อแล้ว.
ปริญญาวาระ ตรัสเรียกว่า ปริญญาวาระ เพราะทรงแสดง
ปริญญา ๓ แห่ง ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นไปแล้วตามลำดับ โดยสังเขป.
ในมหาวาระเหล่านั้น ปัณณัตติวาระ พระองค์ทรงกำหนดด้วย
อาการ ๒ อย่าง ด้วยอำนาจอุทเทสและนิทเทส ในอุเทสและนิทเทส
แม้เหล่านี้ อุทเทสวาระไม่มีโดยแผนกหนึ่ง จำเดิมแต่ต้น พระองค์

75
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 76 (เล่ม 82)

ทรงกำหนดนิทเทสโดยส่วนเดียวด้วยอำนาจปุจฉาและวิสัชนา บัณฑิต
พึงทราบอุทเทสวาระแห่งปัณณัตติวาระตั้งแต่บทว่า ปญฺจกฺขนฺธา
เป็นต้น จนถึง นขนฺธา นสงฺขารา แม้คำว่า ปุจฉาวาระ นี้ ก็
เป็นชื่อของอุทเทส ในปัณณัตติวาระนั้น บทว่า ปญฺจกฺขนฺธา ดังนี้
ความว่า นี้เป็นอุทเทสของขันธ์ทั้งหลายที่พึงถามด้วยอำนาจของยมก.
พึงทราบการกำหนดชื่อของขันธ์ทั้งหลายเหล่านั้น โดยประเภท
ว่า รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณ-
ขันธ์.
บัดนี้ นัยวาระ ๔ คือ ปทโสธนวาระ, ปทโสธนมูลจักก-
วาระ, สุทธักขันธวาระ, สุทธักขันมูลจักกวาระ ย่อมมีด้วยอำนาจ
ของขันธ์ทั้งหลายเหล่านั้น.
ในนัยวาระเหล่านั้น วาระที่ทำการชำระบทโดยนัยเป็นต้นว่า
รูปํ รูปกฺขนฺโธ รูปกฺขนฺโธ รูปํ ดังนี้นั่นแหละ ชื่อว่า ปทโส-
ธนวาระ ในปทโสธนวาระนั้น มี ๒ อย่าง ด้วยอำนาจอนุโลมและ
ปฏิโลม ในปทโสธนวาระนั้น ในอนุโลมวาระมี ๕ ยมก คือ รูปํ
รูปกฺขนฺโธ รูปกฺขนฺโธ รูปํ ดังนี้เป็นต้น ถึงในปฏิโลมก็มี ๕ อย่าง
คือ นรูปํ นรูปกฺขนฺโธ นรูปกฺขนฺโธ นรูปํ ดังนี้เป็นต้น.
เบื้องหน้าแต่นี้ เป็นวาระที่ทรงผูกมูลแห่งขันธ์หนึ่ง ๆ แห่งขันธ์
ทั้งหลาย อันพระองค์ทรงชำระแล้วในปทโสธนวาระเหล่านั้นนั่นแหละ

76
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 77 (เล่ม 82)

ให้เป็นจักร โดยนัยเป็นต้นว่า รูปํ รูปกฺขนฺโธ, ขนฺธา เวทนากฺ
ขนฺโธ ดังนี้ ชื่อว่า ปทโสธนมูลจักกวาระ เพราะความที่แห่งจักร
ทั้งหลายอันเป็นมูลแห่งการชำระบทมีอยู่ แม้ในปทโสธนมูลจักกวาระ
นั้นก็มี ๒ อย่าง ด้วยอำนาจอนุโลมปฏิโลม ในอนุโลมและปฏิโลม
เหล่านั้น ในอนุโลมวาระ มียมก ๒๐ เพราะกระทำมูลแห่งขันธ์หนึ่ง ๆ
ให้เป็น ๔ มี รูปํ รูปกฺขนฺโธ, ขนฺธา เวทนากฺขนฺโธ ดังนี้เป็นต้น
แม้ในปฏิโลมก็มี ๒๐ เท่านั้น เพราะทำมูลแห่งขันธ์หนึ่ง ๆ ให้เป็น ๔
มี นรูปํ นรูปกฺขนฺโธ, นขนฺธา นเวทนากฺขนฺโธ ดังนี้เป็นต้น.
เบื้องหน้าแต่นี้วาระที่ดำเนินไปแล้วด้วยอำนาจขันธ์ล้วน ๆ โดย
นัยเป็นต้นว่า รูปํ ขนฺโธ, ขนฺธา รูปํ ดังนี้ ชื่อ สุทธักขันธ-
วาระ ในสุทธักขันธวาระนั้น ในปุจฉาว่า ขนฺธา รูปํ เป็นต้น พึง
ถือเอาเนื้อความว่า ขันธ์ทั้งหลาย ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ? ขันธ์
ทั้งหลาย ชื่อว่าเวทนาขันธ์ หรือ ถามว่า เพราะเหตุไร ตอบว่า
เพราะท่านจำแนกไว้ในนิทเทสวาระอย่างนี้.
ก็ใน นิทเทสวาระ นั้น ถามว่า รูป ชื่อว่า ขันธ์หรือ
ตอบว่า ใช่.
ถามว่า ขันธ์ทั้งหลาย ชื่อว่า รูปขันธ์หรือ ?
ตอบว่า รูปขันธ์ ชื่อว่า รูปด้วย ชื่อว่า รูปขันธ์ด้วย
ขันธ์ทั้งหลายที่เหลือไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ดังนี้ ท่านยกบทขึ้นจำแนก

77
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 78 (เล่ม 82)

เนื้อความโดยนัยเป็นต้นว่า ขันธ์ทั้งหลายชื่อว่ารูปขันธ์หรือ แห่งบท
ทั้งหลาย ว่าขันธ์ทั้งหลายชื่อว่ารูปหรือ ดังนี้ ด้วยประการฉะนี้
ก็ด้วยเหตุนั้น วาระนั้นท่านจึงเรียกว่า สุทธักขันธวาระ ในสุทธัก-
ขันธวาระนี้ คำว่า น ขนฺธา เป็นคำที่มีประมาณ เหมือนในการ
ชำระคำ ก็สุทธักขันธวาระย่อมได้โดยประการใด ๆ เนื้อความเทียว
เป็นประมาณ ย่อมได้โดยประการนั้น ๆ แม้ในอายตนยมกเป็นต้น
ข้างหน้าก็มีนัยนี้เหมือนกัน ก็ในสุทธักขันธวาระมี ๒ อย่าง ด้วย
อำนาจอนุโลมและปฏิโลม ในอนุโลมและปฏิโลมเหล่านั้น ในอนุโลม
วาระมียมก ๕ อย่าง คือ รูปํ ขนฺโธ, ขนฺธา รปํ เป็นต้น แม้
ในปฏิโลมวาระก็มียมก ๕ อย่าง คือ นรูปํ นขนฺโธ, นขนฺธา
นรปํ ดังนี้เป็นต้น
เบื้องหน้าแต่นั้นท่านกระทำการผูกมูลแห่งขันธ์หนึ่ง ๆ แห่งสุท-
ธักขันธ์ทั้งหลายเหล่านั้นโดยนัยเป็นต้นว่า รูปํ ขนฺโธ ขนธา เวทานา
ให้เป็น ๔ ชื่อ สุทธักขันธมูลจักกวาระ เพราะความที่จักรมี
สุทธักขันธ์เป็นมูลมีอยู่ ในสุทธักขันธมูลจักกวาระนั้น พึงทราบ
เนื้อความ โดยนัยเป็นต้นว่า ขันธ์ทั้งหลาย ชื่อว่า เวทนาขันธ์หรือ
แห่งคำถามว่า ขนฺธา เวทนา เป็นต้น
โดยประการนอกนี้ จึงมีความผิดกันกับนิทเทสวาระ แม้สุทธัก-
ขันธมูลจักกวาระนั้นก็มี ๒ อย่าง ด้วยอำนาจอนุโลมและปฏิโลม ใน

78