พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 543 (เล่ม 81)

น้ำเง่าบัว น้ำมะปรางไว้ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสปานะ ๘ คือ น้ำมะม่วง
น้ำลูกหว้า น้ำกล้วยมีเมล็ด น้ำกล้วยไม่มีเมล็ด น้ำมะซาง น้ำลูกจันทน์
น้ำเง่าบัว น้ำมะปรางไว้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระสงฆ์
ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้มได้.
[๑๗๒๑] ป. พระสงฆ์ ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้มได้ หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. มรรค ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้มได้หรือ ผล ฉัน ดื่ม เคี้ยว
ลิ้ม ได้หรือ ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
นวัตตัพพังสังโฆ ภุญชตีติกถา จบ
อรรถกถานวัตตัพพัง สังโฆ ภุญชตีติกถา
ว่าด้วย ไม่พึงกล่าวว่า พระสงฆ์ฉันอาหาร
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องไม่พึงกล่าวว่า พระสงฆ์ฉันอาหาร. แม้ในปัญหา
นั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายเวตุลลกะนั้นนั่นแหละว่า
มรรคและผลเท่านั้นชื่อว่า พระสงฆ์ ก็มรรคและผลเหล่านั้นจะบริโภค
อะไรได้ เพราะฉะนั้น จึงไม่พึงกล่าวว่า พระสงฆ์ย่อมฉันอาหาร ย่อมดื่ม
ย่อมเคี้ยว ย่อมลิ้มรส ดังนี้ คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำ
ตอบรับรองเป็นของปรวาที. ลำดับนั้น สกวาทีเพื่อท้วงว่า ผิว่า พระสงฆ์
ไม่พึงฉันอาหารไซร้ การทำสังฆภัตเป็นต้นก็ไม่มีประโยชน์ ดังนี้ จึง

543
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 544 (เล่ม 81)

กล่าวคำเป็นต้นว่า คนบางพวกที่ทำสังฆภัต...มีอยู่มิใช่หรือ.
คำว่า คณโภชนะ เป็นต้น คือการฉันอาหารเป็นหมู่ สกวาที
กล่าวแล้วเพื่อท้วงว่า ผิว่า พระสงฆ์ไม่พึงฉันอาหารไซร้ การฉันอาหาร
เป็นหมู่คณะจะพึงมีแก่ใครเล่า. คำว่า ปานะ ๘ ได้แก่ อัฏฐปานะ นี้สกวาที
กล่าวเพื่อท้วงว่า ถ้าว่า พระสงฆ์ไม่ได้ดื่มน้ำปานะ พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงอนุญาตน้ำปานะ ๘ อย่างเหล่านั้นเพื่อใคร. แม้คำที่เหลือในที่นี้
บัณฑิตพึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแหละ.
อรรถกถานวัตตัพพังสังโฆภุญตีติกถา จบ

544
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 545 (เล่ม 81)

นวัตตัพพัง สังฆัสส ทินนัง มหัปผลันติกถา
[๑๗๒๒] สกวาที ไม่พึงกล่าวว่า ทานที่ถวายแก่พระสงฆ์มีผลมาก
หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. พระสงฆ์เป็นผู้ควรของบูชา เป็นผู้ควรของต้อนรับ
เป็นผู้ควรของทำบุญ เป็นผู้ควรทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญชั้นเยี่ยมของโลก
มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระสงฆ์เป็นผู้ควรของบูชา เป็นผู้ควรของ
ต้อนรับ ฯลฯ เป็นเนื้อนาบุญชั้นเยี่ยมของโลก ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้อง
กล่าวว่า ทานที่ถวายแก่พระสงฆ์ มีผลมาก.
[๑๗๒๓] ส. ไม่พึงกล่าวว่า ทานที่ถวายแก่พระสงฆ์มีผลมาก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสคู่แห่งบุรุษ ๔ บุคคล ๘
ว่าเป็นผู้ควรของทำบุญ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสคู่แห่งบุรุษ ๔
บุคคล ๘ ว่าเป็นผู้ควรของทำบุญ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า
ทานที่ถวายแก่พระสงฆ์ มีผลมาก.
[๑๗๒๔] ส. ไม่พึงกล่าวว่า ทานที่ถวายแก่พระสงฆ์มีผลมาก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ดูก่อนโคตมี ท่าน

545
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 546 (เล่ม 81)

จงให้ในพระสงฆ์ เมื่อท่านให้ในพระสงฆ์แล้ว จักได้ชื่อว่า บูชาเราด้วย
บูชาพระสงฆ์ด้วย ดังนี้๑ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ถ้าอย่างนั้น ทานที่ถวายแก่สงฆ์ ก็มีผลมากน่ะสิ.
[๑๗๒๕] ส. ไม่พึงกล่าวว่า ทานที่ถวายแก่พระสงฆ์มีผลมาก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ท้าวสักกะผู้เป็นจอมแห่งเทวดา ได้กราบทูลถาม
พระผู้มีพระภาคเจ้าว่าดังนี้ มนุษย์ทั้งหลาย ผู้จะบูชา เป็นผู้แสวงบุญ
เมื่อจะทำบุญส่วนวัฏฏคามี ให้ทานในที่ไหน จึงจะมีผลมาก พระผู้มี-
พระภาคเจ้าตรัสตอบว่า บุคคลผู้ตั้งอยู่ในมรรค ๔ จำพวก และผู้ตั้งอยู่
ในผล ๔ จำพวก นี้ชื่อว่าพระสงฆ์ เป็นผู้ตรง ดำรงอยู่ในศีล สมาธิ
ปัญญา มนุษย์ทั้งหลาย ผู้จะบูชา เป็นผู้แสวงบุญ เมื่อจะทำบุญส่วน
วัฏฏคามีให้ทานในพระสงฆ์นี้ จึงจะมีผลมาก ดังนี้๑
แท้จริง พระสงฆ์นี้ กว้างขวาง ใหญ่โต หาประมาณมิได้ดุจมหาสมุทร
ท่านเหล่านี้ เป็นผู้ประเสริฐที่สุด เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าผู้เป็นวีระ
แห่งนระ เป็นผู้ทำแสงสว่าง ประกาศธรรมอยู่ ชนเหล่าใดให้ทานอุทิศ
สงฆ์ ชนเหล่านั้น ชื่อว่า ให้ดีแล้ว บูชาดีแล้ว บวงสรวงดีแล้ว ทักษิณา
ที่ตั้งไว้แล้วในสงฆ์นั้น มีผลมาก อันพระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญ ชน
เหล่าใดตามระลึกถึงการบูชาเช่นนี้ เป็นผู้มีความยินดี เที่ยวไปในโลก
กำจัดมลทิน คือความตระหนี่พร้อมทั้งรากเง่าเสียแล้ว เป็นผู้อันบัณฑิต
ติเตียนไม่ได้เข้าถึงฐานะ คือ สวรรค์ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ ?
๑. ม.อุ.๑๔/๗๗.

546
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 547 (เล่ม 81)

ป. ถูกแล้ว.
ส. ถ้าอย่างนั้น ทานที่ถวายในพระสงฆ์ก็มีผลมากน่ะสิ.
นวัตตัพพัง สังฆัสส ทินนัง มหัปผลันติกถา จบ
อรรถกถานวัตตัพพัง สังฆัสส ทินนัง มหัปผลันติกถา
ว่าด้วย ไม่พึงกล่าวว่า ทานที่ถวายแก่พระสงฆ์มีผลมาก
บัดนี้ ชื่อว่า เรื่องไม่พึงกล่าวว่า ทานที่ถวายแก่พระสงฆ์มีผลมาก.
แม้ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายเวตุลลกะนั้นนั่นแหละ
ว่า มรรคและผลเท่านั้นชื่อว่าพระสงฆ์ ก็ใคร ๆ ไม่อาจให้อะไร ๆ แก่
มรรคและผลเหล่านั้นได้ ทั้งมรรคและผลเหล่านั้นก็ไม่อาจรับอะไร ๆ ได้
อนึ่ง ความอุปการะอะไร ๆ เพราะการให้แก่มรรคและผลเหล่านั้นก็ย่อม
ไม่สมปรารถนา ฉะนั้นจึงไม่ควรกล่าวว่า ทานที่ถวายแก่พระสงฆ์มี
ผลมาก ดังนี้ คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรอง
เป็นของปรวาที. คำว่า พระสงฆ์เป็นผู้ควรบูชา อาหุเนยฺโย
เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงว่า ถ้าว่า ทานถวายแก่สงฆ์ไม่พึงมีผล
มากไซร้ พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ไม่ทรงสรรเสริญพระสงฆ์นั้นเช่นนี้.
คำที่เหลือพึงทราบตามพระบาลีนั่นแหละ ดังนี้แล.
อรรถกถานวัตตัพพังสังฆัสสทินนังมหัปผลันติกถา จบ
๑. สํ.ส. ๑๕/๙๒๓-๔.

547
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 548 (เล่ม 81)

นวัตตัพพัง พุทธังสส ทินนัง มหัปผลันติกถา
[๑๗๒๖] สกวาที ไม่พึงกล่าวว่า ทานที่ถวายแด่พระพุทธเจ้ามี
ผลมากหรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นยอดแห่งบรรดาทวิบท มี
เทวดาและมนุษย์เป็นต้น เป็นผู้ประเสริฐ เป็นประธาน เป็นผู้อุดม
เป็นผู้บวรแห่งบรรดาทวิบท ไม่มีผู้เสมอ ไม่มีผู้เสมอเหมือน ไม่มีใคร
เปรียบ ไม่มีใครเทียบ ไม่มีใครเทียม มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นยอดแห่งบรรดา
ทวิบท เป็นผู้ประเสริฐ เป็นประธาน เป็นอุดม เป็นบวรแห่งบรรดา
ทวิบท ไม่มีผู้เสมอ ไม่มีผู้เสมอเหมือน ไม่มีใครเปรียบ ไม่มีใครเทียบ
ไม่มีใครเทียมด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ทานที่ถวายแด่พระพุทธเจ้า
มีผลมาก.
[๑๗๒๗] ส. ไม่พึงกล่าวว่า ทานที่ถวายแด่พระพุทธเจ้ามีผลมาก
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ใคร ๆ ที่เสมอเหมือนพระพุทธเจ้าโดยศีล โดยสมาธิ
โดยปัญญา มีอยู่หรือ ?
ป. ไม่มี.
ส. หากว่า ใคร ๆ ที่เสมอเหมือนพระพุทธเจ้า โดยศีล
โดยสมาธิ โดยปัญญา ไม่มี ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ทานที่

548
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 549 (เล่ม 81)

ถวายแด่พระพุทธเจ้ามีผลมาก.
[๑๗๒๘] ส. ไม่พึงกล่าวว่า ทานที่ถวายแด่พระพุทธเจ้ามีผลมาก
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ในโลกนี้ก็ตาม
ในโลกอื่นก็ตาม ไม่มีผู้ที่จะประเสริฐกว่า หรือจะทัดเทียมกับพระพุทธเจ้า
ผู้ถึงแล้วซึ่งความเป็นยอดแห่งอาหุเนยยบุคคล ของหมู่ชนผู้มีความต้องการ
บุญ ผู้แสวงหาผลไพบูลย์ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ถ้าอย่างนั้น ทานที่ถวายแก่พระพุทธเจ้าก็มีผลมาก
น่ะสิ.
นวัตตัพพัง พุทธัสส ทินนังมหัปผลันติกถา จบ
อรรถกถานวัตตัพพัง พุทธัสสะ ทินนัง มหัปผลันติกถา
ว่าด้วย ไม่พึงกล่าวว่า ท่านที่ถวายพระพุทธเจ้ามีผลมาก
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องไม่พึงกล่าวว่า ทานที่ถวายพระพุทธเจ้ามีผลมาก.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายเวตุลลกะนั้นนั่นแหละ
ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ตรัสรู้แล้ว ย่อมไม่บริโภคอะไร ๆ แต่ย่อม
แสดงพระองค์ดุจบริโภคอยู่เพื่อต้องการคล้อยตามชาวโลก เพราะฉะนั้น
จึงไม่พึงกล่าวว่า ทานที่ถวายแก่พระพุทธเจ้านั้นมีผลมากเพราะไม่มี
อุปการคุณ ดังนี้ คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรอง
เป็นของปรวาที. คำว่า พระพุทธเจ้าเป็นยอดแห่งบรรดาทวิบท คือ

549
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 550 (เล่ม 81)

เลิศกว่าเทวดาและมนุษย์เป็นต้น เป็นอาทิ สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงว่า
ทานที่ให้แม้ในมนุษย์ผู้ทุศีล ยังมีคุณถึงพันหนึ่ง จะป่วยกล่าวไปใยถึง
ทานที่ถวายในบุคคลผู้เลิศเห็นปานนี้เล่า. คำที่เหลือในที่นี้ พึงทราบความ
พระบาลีนั่นแหละ ดังนี้แล.
อรรถกถานวัตตัพพังพุทธัสสทินนังมหัปผลันติกถา จบ

550
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 551 (เล่ม 81)

ทักขิณาวิสุทธิกถา
[๑๗๒๙] สกวาที ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์
ได้โดยปฏิคคาหกหรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. ปฏิคคาหกบางพวก ที่เป็นผู้ควรของบูชา เป็นผู้ควร
ของต้อนรับ เป็นผู้ควรของทำบุญ เป็นผู้ควรทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญ
ชั้นเยี่ยมของโลกมีอยู่ มิใช่หรือ ?
ป ถูกแล้ว.
ส. หากว่า ปฏิคคาหกบางพวก ที่เป็นผู้ควรของบูชา
เป็นผู้ควรของต้อนรับ เป็นควรของทำบุญ เป็นผู้ควรทำอัญชลี เป็น
เนื้อนาบุญชั้นเยี่ยมของโลก มีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ท่านบริสุทธิ์ได้โดย
ทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก.
[๑๗๓๐] ส. ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้
โดยปฏิคคาหก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสคู่แห่งบุรุษ ๔ บุคคล ๘
ว่าเป็นผู้ควรของทำบุญ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสคู่แห่งบุรุษ ๔
บุคคล ๘ ว่า เป็นผู้ควรของทำบุญ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ทานบริสุทธิ์
ได้โยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก.
[๑๗๓๑] ส. ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้

551
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 552 (เล่ม 81)

โดยปฏิคคาหก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ชนบางพวกให้ทานในพระโสดาบัน แล้วชื่นชมบุญ
มีอยู่ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า ชนบางพวกให้ทานในพระโสดาบันแล้วชื่นชม
บุญมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์
ได้โดยปฏิคคาหก.
ส. ชนบางพวกให้ทานแก่พระสกทาคามี ฯลฯ แก่พระ-
อนาคามี ฯลฯ แก่พระอรหันต์ แล้วชื่นชมบุญ มีอยู่ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า ชนบางพวกให้ทานแก่พระอรหันต์ แล้วชื่นชม
บุญมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์
ได้โดยปฏิคคาหก
[๑๗๓๒] ส. ทานบริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์
ได้โดยทายกหรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ผู้อื่นเป็นผู้ทำแก่ผู้อื่น สุขทุกข์อันคนอื่นทำให้ ผู้หนึ่ง
ทำ แต่อีกผู้หนึ่งรับผลหรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดย
ปฏิคคาหกหรือ ?

552