พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 503 (เล่ม 81)

รูปังวิปาโกติกถา
[๑๖๗๕] สกวาที รูปเป็นวิบากหรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. รูปเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา เป็นที่ตั้งแห่งทุกขเวทนา
เป็นที่ตั้งแห่งอทุกขมสุขเวทนา สัมปยุตด้วยสุขเวทนา สัมปยุตด้วยทุกข-
เวทนา สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา สัมปยุตด้วยผัสสะ ฯลฯ สัมปยุต
ด้วยจิต เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งรูปนั้น มีอยู่
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูปไม่เป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา ไม่เป็นที่ตั้งแห่งทุกข-
เวทนา ฯลฯ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งรูปนั้น
ไม่มี มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า รูปไม่เป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา ไม่เป็นที่ตั้ง
แห่งทุกขเวทนา ฯลฯ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ
แห่งรูปนั้นไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า รูปเป็นวิบาก.
[๑๖๗๖] ส. ผัสสะเป็นวิบาก ผัสสะเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา เป็น
ที่ตั้งแห่งทุกขเวทนา ฯลฯ เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ
แห่งผัสสะนั้น มีอยู่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. รูปเป็นวิบาก รูปเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา เป็นที่ตั้ง
แห่งทุกขเวทนา ฯลฯ เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่ง

503
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 504 (เล่ม 81)

รูปนั้นมีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๗๗] ส. รูปเป็นวิบาก แต่รูปไม่เป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา ไม่
เป็นที่ตั้งแห่งทุกขเวทนา ฯลฯ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความ
ตั้งใจแห่งรูปนั้นไม่มีหรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ผัสสะเป็นวิบาก แต่ผัสสะไม่เป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา
ไม่เป็นที่ตั้งแห่งทุกขเวทนา ฯลฯ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ
ความตั้งใจแห่งผัสสะนั้น ไม่มีหรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๗๘] ป. ไม่พึงกล่าวว่า รูปเป็นวิบากหรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. ธรรมคือจิตและเจตสิก ที่บังเกิดขึ้นเพราะความที่
บุคคลได้ทำกรรมไว้ เป็นวิบาก มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. หากว่า ธรรมคือจิตและเจตสิก ที่บังเกิดขึ้นเพราะ
บุคคลได้ทำกรรมไว้ เป็นวิบาก ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า รูปที่
บังเกิดขึ้นเพราะความที่บุคคลได้ทำกรรมไว้เป็นวิบาก.
รูปังวิปาโกติกถา จบ

504
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 505 (เล่ม 81)

อรรถกถารูปัง วิปาโกติกถา
ว่าด้วย รูปเป็นวิบาก
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องรูปเป็นวิบาก. ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็น
ผิดดุจลัทธินิกายอันธกะและสมิติยะทั้งหลายว่า รูปใดที่เกิดขึ้นเพราะ
ทำกรรมไว้ แม้รูปนั้นก็เป็นวิบาก ดุจจิตและเจตสิกที่เกิดขึ้นเพราะทำ
กรรมไว้ ดังนี้ คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรอง
เป็นของปรวาที. ลำดับนั้น สกวาทีจึงกล่าวคำว่า รูปเป็นที่ตั้งแห่งสุข-
เวทนา เป็นต้น เพื่อท้วงว่า ถ้าว่า รูปเป็นวิบากไซร้ รูปนั้นก็พึงเป็น
สภาพต่าง ๆ เช่นที่กล่าวนี้. คำที่เหลือในทีนี้ พึงทราบตามพระบาลีนั่นแล.
อรรถกถารูปังวิปาโกติกถา จบ

505
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 506 (เล่ม 81)

รูปัง รูปาวจรรูปาวจรันติกถา
[๑๖๗๙] สกวาที รูปเป็นรูปาวจรมีอยู่ หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. รูปเป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ เป็นธรรมแสวงหา
อุปบัติ เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม สหรคต เกิดร่วม ระคน
สัมปยุต เกิดด้วยกัน ดับด้วยกัน มีวัตถุเป็นอันเดียวกัน มีอารมณ์อัน
เดียวกัน กับจิตดวงแสวงหาสมาบัติ กับจิตดวงแสวงหาอุบัติ กับจิต
เครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูปไม่เป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็นธรรมแสวง
หาอุปบัติ ไม่เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม จะเป็นสหรคต
เกิดร่วม ระคน สัมปยุต เกิดด้วยกัน ดับด้วยกัน มีวัตถุเป็นอันเดียวกัน
มีอารมณ์เป็นอันเดียวกัน กับจิตดวงแสวงหาสมาบัติ ก็หามิได้ กับจิต
ดวงแสวงหาอุบัติ ก็หามิได้ กับจิตเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ก็หา
มิได้ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า รูปไม่เป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็น
ธรรมแสวงหาอุบัติ ไม่เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม จะเป็น
ธรรมสหรคต ฯลฯ มีอารมณ์อันเดียวกัน ฯลฯ กับจิตเครื่องอยู่เป็นสุขใน
ทิฏฐธรรม ก็หามิได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า รูปเป็นรูปาวจรมีอยู่.
[๑๖๘๐] ส. รูปเป็นอรูปาวจรมีอยู่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

506
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 507 (เล่ม 81)

ส. รูปเป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ เป็นธรรมแสวงหา
อุบัติ เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐิธรรม สหรคต เกิดร่วม ระคน
สัมปยุต เกิดขึ้นด้วยกัน ดับด้วยกัน มีวัตถุเป็นอันเดียวกัน มีอารมณ์เป็น
อันเดียวกันกับจิตดวงแสวงหาสมาบัติ กับจิตดวงแสวงหาอุบัติ กับจิต
เครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น
ส. รูปไม่เป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็นธรรมแสวง
หาอุบัติ ไม่เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม จะเป็นธรรมสหรคต
ฯลฯ มีอารมณ์เป็นอันเดียวกัน ฯลฯ กับจิตเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม
ก็หามิได้ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า รูปไม่เป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็น
ธรรมแสวงหาอุบัติ เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม จะเป็น
ธรรมสหรคต ฯลฯ มีวัตถุเป็นอันเดียวกัน มีอารมณ์เป็นอันเดียวกัน ฯลฯ
กับจิตเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ก็หามิได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า รูปเป็น
อรูปาวจรมีอยู่.
[๑๖๘๑] ป. ไม่พึงกล่าวว่า รูปเป็นรูปาวจรมีอยู่ รูปเป็นอรูปาวจร
มีอยู่ หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. รูปที่บังเกิด เพราะความที่บุคคลได้ทำกรรมส่วน
กามาวจรไว้เป็นกามาวจร มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.

507
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 508 (เล่ม 81)

ป. หากว่า รูปที่บังเกิด เพราะความที่บุคคลได้ทำกรรม
ส่วนกามาวจรไว้เป็นกามาวจร ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า รูปที่
เกิดขึ้นเพราะความที่บุคคลได้ทำกรรมส่วนรูปาวจรไว้ เป็นรูปาวจร
รูปที่บังเกิดเพราะความที่บุคคลได้ทำกรรมส่วนอรูปาวจรไว้เป็นอรูปาวจร.
รูปัง รูปาวจรารูปาวจรันติกถา จบ
อรรถกถารูปัง รูปาวจรารูปาวจรันติกถา
ว่าด้วย รูปเป็นรูปาวจรและอรูปาวจร
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องรูปเป็นรูปาวจร และอรูปาวจร. ในเรื่องนั้น ชน
เหล่าใด มีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายอันธกะทั้งหลายว่า รูปใดเกิดขึ้น
เพราะทำกรรมอันส่วนกามาวจร รูปนั้นเป็นกามาวจร เหตุใด
เพราะเหตุนั้น รูปใดที่เกิดขึ้นแม้เพราะทำกรรมอันเป็นส่วนรูปาวจรและ
อรูปาวจร รูปนั้นก็พึงเป็นรูปาวจรและอรูปาวจร ดังนี้ คำถามของ
สกวาทีว่า รูปเป็นทั้งรูปาวจรและอรูปาวจรอยู่หรือ โดยหมายถึงชน
เหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที. คำที่เหลือในที่นี้มีนัยตามที่กล่าว
ในหนหลังนั่นแหละ.
อรรถกถารูปัง รูปาวจรารูปาวจรันติกถา จบ

508
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 509 (เล่ม 81)

รูปราโค รูปธาตุปริยาปันโนติอาทิกถา
[๑๖๘๒] สกวาที ความกำหนัดในรูปนับเนื่องในรูปธาตุ หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. ความกำหนัดในรูป เป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ เป็น
ธรรมแสวงหาอุบัติ เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม สหรคต
เกิดร่วม ระคน สัมปยุต เกิดด้วยกัน ดับด้วยกัน มีวัตถุเป็นอันเดียวกัน
มีอารมณ์เป็นอันเดียวกัน กับจิตดวงแสวงหาสมาบัติ กับจิตดวงแสวงหา
อุบัติ กับจิตเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความกำหนัดในรูป ไม่เป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ
ไม่เป็นธรรมแสวงหาอุบัติ ไม่เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม
จะเป็นธรรมสหรคต ฯลฯ มีวัตถุเป็นอันเดียวกัน มีอารมณ์เป็นอันเดียวกัน
ฯลฯ กับจิตเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ก็หามิได้ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า ความกำหนัดในรูป ไม่เป็นธรรมแสวงหา
สมาบัติ ไม่เป็นธรรมแสวงหาอุบัติ ไม่เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขใน
ทิฏฐธรรม จะเป็นธรรมสหรคต ฯลฯ มีวัตถุเป็นอันเดียวกันมีอารมณ์
เป็นอันเดียวกัน ฯลฯ กับจิตเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ก็หามิได้ ก็
ต้องไม่กล่าวว่า ความกำหนัดในรูปนับเนื่องในรูปธาตุ.
[๑๖๘๓] ส. ความกำหนัดในรูปนับเนื่องในรูปธาตุ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ความกำหนัดในเสียงนับเนื่องในสัททธาตุ หรือ ?

509
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 510 (เล่ม 81)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความกำหนัดในรูปนับเนื่องในรูปธาตุ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ความกำหนัดในกลิ่น ฯลฯ ความกำหนัดในรส ฯลฯ
ความกำหนัดในโผฏฐัพพะ นับเนื่องในทิฏฐัพพธาตุ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๘๔] ส. ความกำหนัดในรูป ไม่พึงกล่าวว่า นับเนื่องใน
สัททธาตุ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ความกำหนัดในรูป ไม่พึงกล่าวว่านับเนื่องในรูปธาตุ
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอยางนั้น ฯลฯ
ส. ความกำหนัดในกลิ่น ฯลฯ ความกำหนัดในรส ฯลฯ
ความกำหนัดในโผฏฐัพพะ ไม่พึงกล่าวว่านับเนื่องในโผฏฐัพพธาตุ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ความกำหนัดในรูป ไม่พึงกล่าวว่านับเนื่องในรูปธาตุ
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๘๕] ส. ความกำหนัดในอรูปนับเนื่องในอรูปธาตุ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ความกำหนัดในอรูป ไม่พึงกล่าวว่านับเนื่องในอรูปธาตุ
หรือ ?

510
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 511 (เล่ม 81)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความกำ หนัดในอรูปนับเนื่องในอรูปธาตุ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ความกำหนัดในอรูป เป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ เป็น
ธรรมแสวงหาอุบัติ เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม สหรคต
เกิดร่วม ระคน สัมปยุต เกิดด้วยกัน ดับด้วยกัน มีวัตถุเป็นอันเดียวกัน
มีอารมณ์เป็นอันเดียวกัน กับจิตดวงแสวงหาสมาบัติ กับจิตดวงแสวงหา
อุบัติ กับจิตเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความกำหนัดในอรูป ไม่เป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ
ไม่เป็นธรรมแสวงหาอุบัติ ไม่เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม
เป็นธรรมสหรคต ฯลฯ มีวัตถุเป็นอันเดียวกัน มีอารมณ์เป็นอันเดียวกัน
ฯลฯ กับจิตเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ก็หามิได้ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า ความกำหนัดในรูป ไม่เป็นธรรมแสวงหา
สมาบัติ ไม่เป็นธรรมแสวงอุบัติ ไม่เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขใน
ทิฏฐธรรม จะเป็นธรรมสหรคต เกิดร่วม ระคน สัมปยุต เกิดด้วยกัน
ดับด้วยกัน มีวัตถุเป็นอันเดียวกัน มีอารมณ์เป็นอันเดียวกัน กับจิตดวง
แสวงหาสมาบัติ ก็หามิได้ กับจิตดวงแสวงหาอุปบัติ ก็หามิได้ กับจิต
เครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ก็หามิได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ความกำหนัด
ในรูปนับเนื่องในอรูปธาตุ.
[๑๖๘๖] ส. ความกำหนัดในอรูปนับเนื่องในอรูปธาตุ หรือ ?

511
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 512 (เล่ม 81)

ป. ถูกแล้ว.
ส. ความกำหนัดในเสียงนับเนื่องในสัททธาตุ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความกำหนัดในอรูปนับเนื่องในอรูปธาตุ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ความกำหนัดในกลิ่น ฯลฯ ความกำหนัดในรส ฯลฯ
ความกำหนัดในโผฏฐัพพะ นับเนื่องในโผฏฐัพพธาตุ หรือ ?
ป. ไม่พึงกลาวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๘๗] ส. ความกำหนัดในเสียง ไม่พึงกล่าวว่า นับเนื่องใน
สัททธาตุ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ความกำหนัดในอรูป ไม่พึงกล่าวว่านับเนื่องในอรูป-
ธาตุ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความกำหนัดในกลิ่น ฯลฯ ความกำหนัดในรูป ฯลฯ
ความกำหนัดในโผฏฐัพพะ ไม่พึงกล่าวว่านับเนื่องในโผฏฐัพพธาตุ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ความกำหนัดในอรูป ไม่พึงกล่าวว่านับเนื่องในอรูป-
ธาตุ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๘๘] ป. ไม่พึงกล่าวว่าความกำหนัดในรูปนับเนื่องในรูปธาตุ
ความกำหนัดในอรูปนับเนื่องในอรูปธาตุ หรือ ?

512