พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 383 (เล่ม 81)

บรรลุถึงตติยฌาน ฯลฯ บรรลุจตุตถฌานอยู่ ฯลฯ เธอยินดีฌานนั้น
รักใคร่ฌานนั้น และประสบความปลื้มใจด้วยฌานนั้น ดังนี้ เป็นสูตร
มีอยู่จริง มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. ถ้าอย่างนั้น ผู้เข้าสมาบัติก็ยินดี ความยินดีรักใคร่
ในฌาน ก็มีฌานเป็นอารมณ์ น่ะสิ.
สมาปันโน อัสสาเทติกถา จบ
อรรถกถาสมาปันโน อัสสาเทติกถา
ว่าด้วย ผู้เข้าสมาบัติย่อมยินดี
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องผู้เข้าสมาบัติย่อมยินดี. ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใด
มีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายอันธกะทั้งหลายว่า ผู้เข้าฌานย่อมยินดี และ
ความยินดีในฌานนั้นของผู้นั้นเป็นอารมณ์ของฌาน เพราะอาศัยพระบาลี
ว่า ภิกษุในธรรมวินัยนี้... บรรลุปฐมฌานอยู่ เธอยินดีในฌานนั้น ดังนี้
คำถามของสกวาทีว่า ผู้เข้าสมาบัติ เป็นต้น โดยหมายถึงชนเหล่านั้น
คำตอบรับรองเป็นของปรวาที. ในปัญหาทั้งหลายว่า ฌานนั้นเป็นอารมณ์
ของฌานนั้นหรือ ปรวาทีเมื่อไม่เห็นซึ่งความฌานนั้นนั่นแหละเป็น
อารมณ์ของฌานนั้น จึงตอบปฏิเสธโดยกลัวผิดจากพระสูตร ย่อมตอบ
รับรองด้วยคำในพระสูตรว่า บรรลุปฐมฌาน เธอยินดีในฌานนั้น ดังนี้.
พระสูตรว่า เธอยินดีในฌานนั้น ความว่า ออกจากฌานแล้วจึงยังความ
ยินดีในฌานให้สำเร็จได้ มิใช่หมายถึงความยินดีในฌานในขณะที่กำลัง

383
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 384 (เล่ม 81)

เข้าฌานมีฌานเป็นอารมณ์อยู่ เพราะฉะนั้น พระสูตรนี้จึงมิใช่ข้ออ้างว่า
ผู้กำลังเข้าฌานซึ่งมีฌานนั้นเป็นอารมณ์มีความยินดีในฌานนั้นได้ เพราะ
กำลังเข้าฌานก็มีอารมณ์ของฌานนั้นแล้ว จะมีอารมณ์เกิดขึ้นมาพร้อม ๆ
กันอีกไม่ได้ ดังนี้แล.
อรรถกถาสมาปันโนอัสสาเทติกถา จบ

384
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 385 (เล่ม 81)

อสาตราคกถา
[๑๕๓๑] สกวาที ความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจ มีอยู่ หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้ชื่นชมยิ่งในทุกข์ มีอยู่บางพวก
ที่ปรารถนา กระหยิ่ม แสวงหา ค้นหา เสาะหาทุกข์ หมกมุ่นทุกข์ ตั้งอยู่
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้ชื่นชมยิ่งในสุข มีอยู่บางพวกที่
ปรารถนา กระหยิ่ม แสวงหา ค้นหา เสาะหาสุข หมกมุ่นสุขตั้งอยู่
มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้ชื่นชมยิ่งในสุข มีอยู่บาง
พวกที่ปรารถนา กระหยิ่ม แสวงหา ค้นหา เสาะหาสุข หมกมุ่นสุขตั้งอยู่
ก็ต้องไม่กล่าวว่า ความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจมีอยู่ ดังนี้
[๑๕๓๒] ส. ความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ราคานุสัยนอนเนื่องอยู่ในทุกขเวทนา ปฏิฆานุสัย
นอนเนื่องอยู่ในสุขเวทนา หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ราคานุสัยนอนเนื่องอยู่ในสุขเวทนา ปฏิฆานุสัยนอน
เนื่องอยู่ในทุกขเวทนา มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

385
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 386 (เล่ม 81)

ส. หากว่า ราคานุสัยนอนเนื่องอยู่ในสุขเวทนา ปฏิฆานุสัย
นอนเนื่องอยู่ในทุกขเวทนา ก็ต้องไม่กล่าวว่า ความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจ
มีอยู่ ดังนี้.
[๑๕๓๓] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจมีอยู่ หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า บุคคลนั้น ประสบ
ความยินดีหรือความยินร้ายอย่างนี้แล้ว เสวยเวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง
สุขก็ตาม ทุกข์ก็ตาม มิใช่ทุกข์มิใช่สุขก็ตาม เขาเพลิดเพลินบ่นถึง
หมกมุ่นเวทนานั้น ตั้งอยู่ ดังนี้๑ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. ถ้าอย่างนั้น ความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจก็มีอยู่ น่ะสิ
อสาตราคกถา จบ
อรรถกถาอสาตราคกถา
ว่าด้วย ความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจ คือความยินดีใน
ทุกขเวทนา. ในเรื่องนั้น พระสูตรว่า บุคคล ... เสวยเวทนาอย่างใด
อย่างหนึ่ง สุขก็ตาม ทุกข์ก็ตาม มิใช่ทุกข์มิใช่สุขก็ตาม เขาเพลิดเพลิน
บ่นถึง หมกมุ่นเวทนานั้น ดังนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วด้วยสามารถ
แห่งความเพลิดเพลินในสิ่งที่บุคคลประสบมาแล้ว.
ชนเหล่าใด มีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายอุตตราปถกะทั้งหลายว่า
๑. ม.มู. ๑๒/๔๕๓.

386
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 387 (เล่ม 81)

ความยินดีเพลิดเพลินแม้ในทุกขเวทนา ด้วยอำนาจแห่งความชอบใจใน
ราคะ เพราะอาศัยคำในพระสูตรว่า บุคคลนั้นประสบความยินดียิ่ง
มีอยู่ เหตุใด เพราะเหตุนั้น ความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจก็ต้องมีอยู่ ดังนี้
คำถามของสกวาทีว่า ความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจ โดยหมายถึงชน
เหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที. ในบรรดาคำเหล่านั้น คำว่า
ความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจ ความว่า ปรวาทีตอบรับรองว่า ใช่ ด้วย
สามารถแห่งลัทธิ เพราะกิเลสเครื่องทำใจให้เศร้าหมองในข้อว่า โอหนอ
ความยินดีนั้นนั่นแหละพึงมีแก่เราในการเสวยทุกข์อันไม่ชอบใจ. คำที่เหลือ
ในที่นี้มีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.
อนึ่ง ในพระสูตรว่า เขาเพลิดเพลินบ่นถึงหมกมุ่นเวทนานั้น
อธิบายว่า ขึ้นชื่อว่า ความเกิดขึ้นแห่งราคะย่อมหมุนกลับมาปรารภ
ทุกขเวทนานั่นแหละย่อมไม่มี แต่เมื่อถือเอาโดยส่วนรวมแล้ว บุคคลเมื่อ
พิจารณาเห็นอยู่ซึ่งธรรมอันมีการเสวยอารมณ์เป็นลักษณะ หรือซึ่ง
ทุกขเวทนานั่นเทียวโดยความเป็นอัตตา เขาย่อมยินดีเวทนานั้นด้วยความ
ยินดีต่อสิ่งที่ตนประสบแล้ว กล่าวคือในความรู้ต่อสิ่งที่ตนทราบแล้ว
มิใช่ยินดีในความเปลี่ยนแปลงมาเป็นทุกขเวทนา บุคคลผู้ถูกทุกขเวทนา
ครอบงำแล้วแม้ปรารถนาซึ่งกามสุขอันเป็นฝ่ายตรงข้ามกับทุกขเวทนา
นั้น ก็ชื่อว่า ย่อมยินดีต่อทุกขเวทนา. ความยินดีในทุกขเวทนาแห่งปัญหานี้
ย่อมมีด้วยประการฉะนี้ ดังนี้ เพราะฉะนั้น พระสูตรนี้จึงมิใช่ข้อพิสูจน์
ความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจ ด้วยประการฉะนี้แล.
อรรกถาอสาตราคกถา จบ

387
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 388 (เล่ม 81)

ธัมมตัณหา อัพยากตาติกถา
[๑๕๓๔] สกวาที ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. เป็นวิบากอัพยากฤต เป็นกิริยาอัพยากฤต เป็นรูป
เป็นนิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ
[๑๕๓๕] ส. ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. รูปตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัททตัณหา ฯลฯ คันธตัณหา รสตัณหา ฯลฯ โผฏ-
ฐัพพตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๕๓๖] ส. รูปตัณหาเป็นอกุศล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ธัมมตัณหาเป็นอกุศล หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัททตัณหา ฯลฯ โผฏฐัพพตัณหา เป็นอกุศล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ธัมมตัณหาเป็นอกุศล หรือ ?

388
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 389 (เล่ม 81)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๕๓๗] ส. ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ตัณหา พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่าเป็นกุศล มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า ตัณหาพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่าเป็นอกุศล
ก็ต้องไม่กล่าวว่าธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต.
[๑๕๓๘] ส. ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ความโลภพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่าเป็นอกุศล และ
ธัมมตัณหาก็เป็นความโลภ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า ความโลภพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่าเป็น
อกุศล และธัมมตัณหาก็เป็นความโลภ ก็ต้องไม่กล่าวว่าธัมมตัณหาเป็น
อัพยากฤต.
[๑๕๓๙] ส. โลภะคือธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. โลภะคือรูปตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โลภะคือธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. โลภะคือสัททตัณหา ฯลฯ คือโผฏฐัพพตัณหาเป็น

389
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 390 (เล่ม 81)

อัพยากฤต หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๕๔๐] ส. โลภะคือรูปตัณหาเป็นอกุศล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. โลภะคือธัมมตัณหาเป็นอกุศล หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โลภะคือสัททตัณหา ฯลฯ คือโผฏฐัพพตัณหาเป็น
อกุศล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. โลภะคือธัมมตัณหาเป็นอกุศล หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๕๔๑] ส. ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ตัณหานี้ใด ทำ
ความเกิดอีก เป็นไปกับด้วยความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลิดเพลิน
เพลิดเพลินยิ่งในอารมณ์นั้น ๆ ตัณหาดังกล่าวนี้คือ กามตัณหา ภวตัณหา
วิภวตัณหา ดังนี้๑ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต.
[๑๕๔๒] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
๑. สํ. มหา. ๑๙/๑๖๖๕.

390
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 391 (เล่ม 81)

ป. มันเป็นตัณหาในธรรม มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. หากว่า มันเป็นตัณหาในธรรม ด้วยเหตุนั้นนะท่าน
ึจึงต้องกล่าวว่า ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต.
ธัมมตัณหา อัพยากตาติกถา จบ
อรรถกถาธัมมตัณหา อัพยากตาติกถา
ว่าด้วย ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต. ในปัญหาเหล่านั้น
บรรดาตัณหาทั้ง ๖ เหล่านี้ คือ รูปตัณหา ฯลฯ ธัมมตัณหา ตัณหาอัน
เป็นข้อสุดท้ายแห่งตัณหาทั้งหมดนี้ ท่านเรียกว่า ธัมมตัณหา เหตุใด
เพราะเหตุนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายปุพพเสลิยะทั้งหลาย
ว่า ธัมมตัณหาพึงเป็นอัพยากฤต ดังนี้ คำถามของสกวาทีหมายถึงชน
เหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที. เนื้อความปัญหาที่เหลือทั้งหลาย
พึงทราบตามพระบาลี. ตัณหาแม้ทั้ง ๖ ท่านแสดงย่อไว้เป็น ๓ ประเภท
มีกามตัณหาเป็นต้น. ตัณหาที่เป็นไปในอารมณ์ทั้ง ๖ แม้มีรูปเป็นต้น
ด้วยสามารถแห่งความยินดีในกามชื่อว่า กามตัณหา. ตัณหาที่เกิดพร้อม
กับสัสสตทิฏฐิในความเห็นว่า "อัตตา และโลกจักมี" ดังนี้ชื่อว่า ภวตัณหา.
ตัณหาที่เกิดพร้อมกับอุจเฉททิฏฐิในความเห็นว่า อัตตา และโลกจักไม่มี
ดังนี้ชื่อว่า วิภวตัณหา. บทว่า มันเป็นตัณหาในธรรมมิใช่หรือ นี้ย่อม
แสดงถึงความเป็นไปของตัณหาโดยปรารภธัมมารมณ์ มิใช่แสดงถึงความ
ที่ธัมมตัณหานั้นเป็นอัพยากฤต เพราะฉะนั้น คำนี้จึงมิใช่ข้ออ้างว่า
ตัณหาเป็นอัพยากฤต ดังนี้แล.
อรรถกถาธัมมตัณหาอัพยากตาติกถา จบ

391
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 392 (เล่ม 81)

ธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถา
[๑๕๔๓] สกวาที ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. รูปตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ธัมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัททตัณหา ฯลฯ คันธตัณหา รสตัณหา ฯลฯ โผฏ-
ฐัพพตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๕๔๔] ส. รูปตัณหาเป็นทุกขสมุทัย หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ธัมมตัณหาเป็นทุกขสมุทัย หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัททตัณหา ฯลฯ คันธตัณหา ฯลฯ รสตัณหา ฯลฯ
โผฏฐัพพตัณหาเป็นทุกขสมุทัย หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ธัมมตัณหาเป็นทุกขสมุทัย หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ตัณหา พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่าเป็นทุกขสมุทัย

392