พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 263 (เล่ม 81)

อรรถกถาทวีหิ สีเลหิ สมันนาคโตติกถา
ว่าด้วย ผู้ประกอบด้วยศีล ๒
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่อง บุคคลผู้ประกอบด้วยศีล ๒ อย่าง. ในเรื่องนั้น
ชนเหล่าใดมีลัทธิดุจลัทธิของนิกายมหาสังฆิกะทั้งหลายนั่นแหละว่า บุคคล
ผู้มีศีลย่อมให้โลกุตตรมรรคเกิดด้วยโลกียศีลได้ พระบาลีว่า นรชน
ผู้มีศีล ตั้งอยู่เฉพาะแล้วในศีล ดังนี้เป็นต้น เหตุใด เพราะเหตุนั้น บุคคล
นั้นจึงชื่อว่าผู้ประกอบด้วยศีล ๒ อย่าง คือ ด้วยโลกียศีลที่เกิดก่อน และ
โลกุตตรศีลที่ในขณะแห่งมรรค ดังนี้ คำถามของสกวาทีว่า บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยมรรค หมายชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของ
ปรวาที. ลำดับนั้น สกวาทีจึงกล่าวว่า เป็นผู้ประกอบด้วยผัสสะ ๒ อย่าง
เป็นต้น เพื่อท้วงด้วยคำว่า ถ้าบุคคลนั้นประกอบด้วยศีล ๒ คือ โลกียศีล
และโลกุตตรศีลในขณะเดียวกันได้ไซร้ เขาผู้นั้นก็พึงเป็นผู้ประกอบด้วย
ธรรมอย่างละ ๒ มีผัสสะ ๒ เป็นต้นได้ ดังนี้ ปรวาทีเมื่อไม่เห็นนัยอันมี
อย่างนั้นเป็นรูป จึงตอบปฏิเสธ. ในปัญหาว่า เป็นผู้ประกอบด้วยศีลทั้งที่
เป็นโลกียะ และโลกุตตระ ปรวาทีจึงตอบรับรองหมายเอาโลกียศีลที่
สมาทานแล้วในกาลก่อน และโลกุตตรศีลอันมีสัมมาวาจาเป็นต้น ที่เกิด
ขึ้นในขณะแห่งมรรค. คำถามว่า เมื่อศีลอันเป็นโลกิยะดับไปแล้ว เป็น
ของปรวาที คำตอบรับรองของสกวาทีหมายเอาความดับ คือ การดับ
ในขณะ คือภังคขณะ ปรวาทีนั้น เมื่อกำหนดคำว่าศีลดับนั้นคล้ายกับมี
การล่วงศีลอีก จึงถามว่า บุคคลผู้ทุศีล เป็นต้น อนึ่งการตั้งลัทธิของ
ปรวาทีนั้นย่อมแสดงซึ่งความที่บุคคลเป็นผู้มีศีลไม่ขาดมาก่อนเท่านั้น
ไม่ได้แสดงซึ่งความที่บุคคลเป็นผู้ประกอบด้วยศีล ๒ อย่าง เพราะฉะนั้น
ลัทธินั้นจึงตั้งอยู่ไม่ได้แล.
อรรถกถาทวีหิ สีเลหิ สมันนาคโตติกถา จบ

263
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 264 (เล่ม 81)

สีลัง อเจตสิกันติกถา
[๑๔๐๗] สกวาที ศีลไม่เป็นเจตสิก หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. เป็นไป เป็นนิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นกายายตนะ
ฯลฯ เป็นรูปายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ศีลไม่เป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ผัสสะไม่เป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ศีลไม่เป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ ศรัทธา ฯลฯ
วิริยะ ฯลฯ สติ ฯลฯ สมาธิ ฯลฯ ปัญญา ไม่เป็นเจตสิกหรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๔๐๘] ส. ผัสสะเป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ศีลเป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ ศรัทธา ฯลฯ
วิริยะ ฯลฯ สติ ฯลฯ สมาธิ ฯลฯ ปัญญา เป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

264
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 265 (เล่ม 81)

ส. ศีลเป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๔๐๙] ส. ศีลไม่เป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ศีลมีผลไม่น่าปรารถนา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ศีลมีผลน่าปรารถนา มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า ศีลมีผลน่าปรารถนา ก็ต้องไม่กล่าวว่าศีล
ไม่เป็นเจตสิก.
[๑๔๑๐] ส. ศรัทธามีผลน่าปรารถนา และศรัทธาเป็นเจตสิก
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ศีลมีผลน่าปรารถนา และศีลเป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิริยะ สติ สมาธิ ฯลฯ ปัญญา มีผลน่าปรารถนา และ
ปัญญา เป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ศีลมีผลน่าปรารถนา และศีลเป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๔๑๑] ส. ศีลมีผลน่าปรารถนา แต่ศีลไม่เป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

265
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 266 (เล่ม 81)

ส. ศรัทธามีผลน่าปรารถนา แต่ศรัทธาเป็นเจตนา หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ศีลมีผลน่าปรารถนา แต่ศีลไม่เป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. วิริยะ ฯลฯ สติ สมาธิ ฯลฯ ปัญญามีผลน่าปรารถนา
แต่งปัญญา ไม่เป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๔๑๒] ส. ศีลไม่เป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ไม่มีผล ไม่มีวิบาก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ศีลมีผล มีวิบาก มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า ศีลมีผล มีวิบาก ก็ต้องไม่กล่าวว่า ศีลไม่เป็น
เจตสิก ฯลฯ
[๑๔๑๓] ส. จักขายตนะ ไม่เป็นเจตสิก และไม่มีวิบาก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ศีลไม่เป็นเจตสิก และไม่มีวิบาก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โสตายตนะ ฯลฯ กายายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ
โผฏฐัพพายตนะ ไม่เป็นเจตสิก และไม่มีวิบาก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

266
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 267 (เล่ม 81)

ส. ศีลไม่เป็นเจตสิก และไม่มีวิบาก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๔๑๔] ส. ศีลไม่เป็นเจตสิก แต่มีวิบาก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. จักขายตนะ ไม่เป็นเจตสิก แต่มีวิบาก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ศีลไม่เป็นเจตสิก แต่มีวิบาก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. โสตายตนะ ฯลฯ กายายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ
โผฏฐัพพายตนะ ไม่เป็นเจตสิก แต่มีวิบาก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๔๑๕] ส. สัมมาวาจา ไม่เป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัมมาทิฏฐิ ไม่เป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัมมาวาจา ไม่เป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัมมาสังกัปปะ ฯลฯ สัมมาวายามะ ฯลฯ สัมมาสติ
ฯลฯ สัมมาสมาธิ ไม่เป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัมมากัมมันตะ ฯลฯ สัมมาอาชีวะไม่เป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

267
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 268 (เล่ม 81)

ส. สัมมาทิฏฐิไม่เป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัมมาอาชีวะไม่เป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัมมาสังกัปปะ ฯลฯ สัมมาวายามะ ฯลฯ สัมมาสติ
ฯลฯ สัมมาสมาธิไม่เป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๔๑๖] ส. สัมมาทิฏฐิเป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัมมาวาจาเป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัมมาทิฏฐิเป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัมมากัมมันตะ ฯลฯ สัมมาอาชีวะเป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัมมาสังกัปปะ ฯลฯ สัมมาวายามะ สัมมาสติ ฯลฯ
สัมมาสมาธิเป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัมมาวาจาเป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัมมาสมาธิเป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

268
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 269 (เล่ม 81)

ส. สัมมากัมมันตะ ฯลฯ สัมมาอาชีวะเป็นเจตสิก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๔๑๗] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ศีลไม่เป็นเจตสิก หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. เมื่อศีลเกิดขึ้นแล้วดับไป บุคคลผู้มีศีลดับไปแล้วนั้น
เป็นคนทุศีล หรือ ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ถ้าอย่างนั้น ศีลก็ไม่เป็นเจตสิกน่ะสิ.
สีลัง อเจตสิกันติกถา จบ
อรรถกถาสีลัง อเจตสิกันติกถา
ว่าด้วย ศีลไม่เป็นเจตสิก
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่อง ศีลไม่เป็นเจตสิก. ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความ
เห็นดุจลัทธิของนิกายมหาสังฆิกะทั้งหลายว่า เมื่อศีลเกิดขึ้นแม้ดับไปแล้ว
บุคคลนั้นชื่อว่ามีการสั่งสมศีลอันมีสมาทานเป็นเหตุ เขาชื่อว่าเป็นผู้มีศีล
เหตุใด เพราะเหตุนั้นนั่นแหละ ศีลจึงมิใช่เจตสิก ดังนี้ คำถามของสกวาที
หมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที. คำที่เหลือในที่นี้ พึง
ทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในเรื่องของคำว่าทานมิใช่เจตสิกนั่นแหละ แม้
ปรวาทีให้ลัทธิตั้งไว้แล้วก็ไม่สามารตั้งไว้ได้เลย เพราะถือเอาพระสูตร
โดยมิได้พิจารณา ดังนี้แล.
อรรถกถาสีลัง อเจตสิกันติกถา จบ

269
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 270 (เล่ม 81)

สีลัง น จิตตานุปริวัตตีติกถา
[๑๔๑๘] สกวาที ศีลไม่เกิดคล้อยตามจิต หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. เป็นรูป เป็นนิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็น
โผฏฐัพพายตนะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ศีลไม่เกิดคล้อยตามจิต หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ผัสสะ ไม่เกิดคล้อยตามจิต หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ศีลไม่เกิดคล้อยตามจิต หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ ศรัทธา วิริยะ
สติ สมาธิ ฯลฯ ปัญญา ไม่เกิดคล้อยตามจิต หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๔๑๙] ส. ผัสสะ เกิดคล้อยตามจิต หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ศีลเกิดคล้อยตามจิต หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา เจตนา ศรัทธา สติ สมาธิ ฯลฯ
ปัญญา เกิดคล้อยตามจิต หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

270
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 271 (เล่ม 81)

ส. ศีล เกิดคล้อยตามจิต หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๔๒๐] ส. สัมมาวาจา ไม่เกิดคล้อยตามจิต หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัมมาทิฏฐิ ไม่เกิดคล้อยตามจิต หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัมมาวาจาไม่เกิดคล้อยตามจิต หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัมมาสังกัปปะ ฯลฯ สัมมาวายามะ ฯลฯ สัมมาสติ
ฯลฯ สัมมาสมาธิ ไม่เกิดคล้อยตามจิต หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัมมากัมมันตะ ฯลฯ สัมมาอาชีวะ ไม่เกิดคล้อยตาม
จิต หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัมมาทิฏฐิ ไม่เกิดคล้อยตามจิต หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัมมาอาชีวะ ไม่เกิดคล้อยตามจิต หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัมมาสังกัปปะ ฯลฯ สัมมาวายามะ ฯลฯ สัมมาสติ
ฯลฯ สัมมาสมาธิ ไม่เกิดคล้อยตามจิต หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๔๒๑] ส. สัมมาทิฏฐิ เกิดคล้อยตามจิต หรือ ?

271
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 272 (เล่ม 81)

ป. ถูกแล้ว.
ส. สัมมาวาจา เกิดคล้อยตามจิต หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัมมาทิฏฐิ เกิดคล้อยตามจิต หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัมมากัมมันตะ ฯลฯ สัมมาอาชีวะ เกิดคล้อยตามจิต
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๔๒๒] ส. สัมมาสังกัปปะ ฯลฯ สัมมาวายามะ ฯลฯ สัมมาสติ
ฯลฯ สัมมาสมาธิ เกิดคล้อยตามจิต หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัมมาวาจา เกิดคล้อยตามจิต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัมมาสมาธิ เกิดคล้อยตามจิต หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัมมากัมมันตะ ฯลฯ สัมมาอาชีวะ เกิดคล้อยตามจิต
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๔๒๓] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ศีลไม่เกิดคล้อยตามจิต หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. เมื่อศีลเกิดขึ้นแล้วดับไป บุคคลผู้มีศีลดับแล้วนั้นเป็น
คนทุศีล หรือ ?

272