พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 123 (เล่ม 81)

กามกถา
[๑๒๑๔] สกวาที อายนะ ๕ เท่านั้น เป็นกาม หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. ความพอใจที่เกี่ยวด้วยอายตนะ ๕ นั้น มีอยู่ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า ความพอใจเกี่ยวด้วยอายตนะนั้นมีอยู่ ก็ต้อง
ไม่กล่าวว่า อายตนะ ๕ เท่านั้น เป็นกาม.
ส. ความกำหนัดเกี่ยวด้วยอายตนะ ๕ นั้น ความกำหนัด
ด้วยอำนาจความพอใจเกี่ยวด้วยอายตนะ ๕ นั้น ความดำริเกี่ยวด้วย
อายตนะ ๕ นั้น ความกำหนัดเกี่ยวด้วยอายตนะ ๕ นั้น ความกำหนัดด้วย
อำนาจความยินดีเกี่ยวด้วยอายตนะ ๕ นั้น ปีติเกี่ยวด้วยอายตนะ ๕ นั้น
โสมนัสเกี่ยวด้วยอายตนะ ๕ นั้น ปีติโสมนัสเกี่ยวด้วยอายตนะ ๕ นั้น
มีอยู่ มิใช่หรือ.
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่าปีติโสมนัสเกี่ยวด้วยอายตนะ ๕ นั้น มีอยู่ ก็
ต้องไม่กล่าวว่า อายตนะ ๕ เท่านั้น เป็นกาม.
[๑๒๑๕] ป. ไม่พึงกล่าวว่า อายตนะ ๕ เท่านั้น เป็นกาม หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
กามคุณนี้ ๕ อย่าง ๕ อย่างเป็นไฉน ? รูปที่เป็นวิสัยแห่งจักขุวิญญาณ ฯลฯ
โผฏฐัพพะที่เป็นวิสัยแห่งกายวิญญาณ ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ จำเริญใจ
น่ารัก ประกอบด้วยกาม เป็นที่ตั้งแห่งความยินดี ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กามคุณ ๕

123
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 124 (เล่ม 81)

อย่าง ฉะนี้แล ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. ถ้าอย่างนั้น ก็อายตนะ ๕ เท่านั้น เป็นการ น่ะสิ.
[๑๒๑๖] ส. อายตนะ ๕ เท่านั้น เป็นกาม หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
กามคุณนี้ ๕ อย่าง ๕ อย่างเป็นไฉน ? รูปอันเป็นวิสัยแห่งจักขุวิญญาณ
ฯลฯ โผฏฐัพพะอันเป็นวิสัยแห่งกายวิญญาณ ที่น่าปรารถนา น่าใคร่
จำเริญใจ น่ารัก ประกอบด้วยกาม เป็นที่ตั้งแห่งความยินดี ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
กามคุณ ๕ อย่าง ฉะนี้แล อีกอย่างหนึ่ง ทั้ง ๕ อย่างนี้มิใช่กาม แต่
ทั้ง ๕ อย่างนี้ เรียกในวินัยของพระอริยะว่า กามคุณ
ความกำหนัดด้วยอำนาจความดำริเป็นกามคุณของบุรุษ สิ่งที่สวยงาม
ในโลกไม่ใช่กาม ความกำหนัดด้วยอำนาจความดำริ เป็นกามของบุรุษ
สิ่งที่สวยงามย่อมตั้งอยู่ในโลกอย่างนั้นแล แต่ว่านักปราชญ์ย่อมกำจัด
ความพอใจในสิ่งที่สวยงามนี้ ดังนี้๑ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า อายตนะ ๕ เท่านั้น
เป็นกาม.
กามกถา จบ
๑. อัง. ฉกฺก ๒๒/๓๓๔.

124
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 125 (เล่ม 81)

อรรถกามกถา
ว่าด้วย กาม
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องกาม. ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจ
ลัทธิของนิกายปุพพเสลิยะทั้งหลายว่า อายตนะทั้ง ๕ มีรูปายตนะเป็นต้น
เท่านั้นเป็นกาม เพราะอาศัยสักแต่พระบาลีว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
กามคุณนี้ ๕ อย่าง ดังนี้ คำถามของสกวาทีว่า อายตนะ ๕ เท่านั้น
เพื่อแสดงซึ่งความที่กิเลสกามนั่นแหละเป็นกามโดยแท้ ดังนี้ โดยหมายเอา
ชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที. คำที่เหลือในที่นี้มีอรรถกถาตื้น
ทั้งนั้นแล.
อรรถกถากามกถา จบ

125
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 126 (เล่ม 81)

รูปธาตุกถา
[๑๒๑๗] สกวาที รูปธรรม รูปเป็นธาตุ หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. รูป เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็น
กำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงรูปมีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงรูปมีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุบัติอยู่
ในรูป หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในรูป หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูป เป็นปัญจโวการภพ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๑๘] ส. รูปธาตุ เป็นภพ เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. รูป เป็นภพ เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงรูปธาตุมีอยู่ หรือ ?

126
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 127 (เล่ม 81)

ป. ถูกแล้ว.
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงรูปมีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงรูปธาตุมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงรูปมีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุบัติอยู่
ในรูปธาตุ หรือ?
ส. ถูกแล้ว.
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุบัติอยู่
ในรูป หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในรูปธาตุ
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในรูป หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูปธาตุ เป็นปัญจโวการภพ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. รูป เป็นปัญจโวการภพ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

127
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 128 (เล่ม 81)

ส. รูปธรรมเป็นไปธาตุ รูปมีอยู่ในกามธาตุ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. กามธาตุวันนั้น รูปธาตุก็อันนั้นแหละ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กามธาตุอันนั้น รูปธาตุก็อันนั้นแหละ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลประกอบด้วยกามภพ เป็นผู้ประกอบด้วยภพ
สอง คือ กามภพ และรูปภพ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
รูปธาตุกถา จบ
อรรถกถารูปธาตุกถา
ว่าด้วย รูปธาตุ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องรูปธาตุ. ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิด
ดุจลัทธิของนิกายอันธกะทั้งหลายว่า รูปธรรมเท่านั้น ชื่อว่า รูปธาตุ
ดังนี้ คำถามของสกวาทีว่า รูป ดังนี้ โดยหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบ
รับรองเป็นของปรวาที. ทีนั้น สกวาทีเพื่อจะโต้แย้งด้วยอรรถว่า รูปภพ
ก็ชื่อว่า รูปธาตุ มิใช่เพียงสักแต่รูปอย่างเดียวเท่านั้น ด้วยอรรถนั้น จึง
กล่าวว่า รูปธาตุ เป็นต้น. คำทั้งหมดนั้น บัณฑิตพึงทราบเนื้อความ
โดยนัยที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้วในเรื่องกามคุณนั่นแหละ.

128
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 129 (เล่ม 81)

ถูกสกวาทีถามว่า กามธาตุอันนั้น รูปธาตุก็อันนั้นแหละหรือ
ปรวาทีเมื่อเห็นผิดจากการกำหนดภูมิ จึงตอบปฏิเสธ. ถูกถามซ้ำอีก
ก็ตอบรับรองด้วยสามารถแห่งลัทธิของตน ก็เมื่อความเป็นเช่นนั้น
มีอยู่ รูปนั้นก็ย่อมปรากฏเพราะการประชุมกันด้วยภพทั้ง ๒ คือ กามภพ
รูปภพ ด้วยเหตุนั้น สกวาที จึงกล่าวกะปรวาทีนั้นว่า บุคคลประกอบ
ด้วยกามภพ เป็นต้น ปรวาทีตอบปฏิเสธ เพราะความไม่มีรูปเพียงรูป
เดียวทั้ง ๒ ภพ ดังนี้แล.
อรรถกถารูปธาตุกถา จบ

129
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 130 (เล่ม 81)

อรูปธาตุกถา
[๑๒๑๙] สกวาที อรูปธรรม เป็นอูปธาตุ หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. เวทนา เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร
เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงเวทนามีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงเวทนามีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุบัติอยู่
ในเวทนา หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในเวทนา หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เวทนาเป็นจตุโวการภพ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๒๐] ส. อรูปธาตุ เป็นภพ เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพ
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เวทนา เป็นภพ เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

130
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 131 (เล่ม 81)

ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงอรูปธาตุมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงเวทนามีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงอรูปธาตุมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงเวทนามีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุบัติอยู่
ในอรูปธาตุ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุบัติอยู่
ในเวทนา หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในอรูปธาตุ
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในเวทนา หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อรูปธาตุเป็นจตุโวการภพ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เวทนาเป็นจตุโวการภพ หรือ ?

131
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 132 (เล่ม 81)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อรูปธรรม เป็นอรูปธาตุ เวทนา สัญญา สังขาร
วิญญาณ มีอยู่ในกามธาตุ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. กามธาตุอันนั้น อรูปธาตุก็อันนั้นแหละ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กามธาตุอันนั้น อรูปธาตุก็อันนั้นแหละ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลผู้ประกอบด้วยกามภพ เป็นผู้ประกอบด้วยภพ
๒ คือกามภพ และอรูปภพ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูปธรรม เป็นรูปธาตุ อรูปธรรม เป็นอรูปธาตุ
รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในกามธาตุ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. กามธาตุอันนั้น รูปธาตุก็อันนั้นแหละ อรูปธาตุก็
อันนั้นแหละ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กามธาตุอันนั้น รูปธาตุก็อันนั้นแหละ อรูปธาตุก็
อันนั้นแหละ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลผู้ประกอบด้วยกามภพ เป็นผู้ประกอบด้วยภพ
๓ คือ กามภพ รูปภพ และอรูปภพ หรือ ?

132