พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 83 (เล่ม 81)

มีอยู่หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๗๑] ส. ชรามรณะ เป็นวิบาก แต่ชรามรณะไม่มีสุขเวทนา
ไม่มีทุกขเวทนา ฯลฯ ไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งชรามรณะ
นั้นไม่มี หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ผัสสะ เป็นวิบาก แต่ผัสสะไม่มีสุขเวทนา ไม่มีทุกข
เวทนา ฯลฯ ไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจของชรามรณะนั้น
ไม่มีหรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๗๒] ส. ชรามรณะแห่งอกุศลธรรม เป็นวิบากแห่งอกุศลธรรม
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ชรามรณะแห่งกุศลธรรม เป็นวิบากแห่งกุศลธรรม
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๗๓] ส. ชรามรณะแห่งกุศลธรรม ไม่พึงกล่าวว่าเป็นวิบาก
แห่งกุศลธรรม หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ชรามรณะแห่งอกุศลธรรม ไม่พึงกล่าวว่าเป็นวิบาก
แห่งอกุศลธรรม หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

83
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 84 (เล่ม 81)

[๑๑๗๔] ส. ชรามรณะแห่งกุศลธรรม เป็นวิบากแห่งอกุศลธรรม
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ชรามรณะแห่งอกุศลธรรม เป็นวิบากแห่งกุศลธรรม
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๗๕] ส. ชรามรณะแห่งอกุศลธรรม ไม่พึงกล่าวว่าเป็นวิบาก
แห่งกุศลธรรม หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ชรามรณะแห่งกุศลธรรม ไม่พึงกล่าวว่าเป็นวิบาก
แห่งอกุศลธรรม หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๗๖] ส. ชรามรณะแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรม เป็นวิบาก
แห่งอกุศลธรรม หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ชรามรณะแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรม เป็นวิบาก
แห่งกุศลธรรม หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๗๗] ส. ชรามรณะแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรม ไม่พึง
กล่าวว่า เป็นวิบากแห่งกุศลธรรม หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ชรามรณะแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรม ไม่พึง

84
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 85 (เล่ม 81)

กล่าวว่าเป็นวิบากแห่งอกุศลธรรม หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๗๘] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ชรามรณะเป็นวิบาก หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มี
ผิวพรรณขี้ริ้ว กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีอายุน้อย
มีอยู่ มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. หากว่า กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็น
ผู้มีผิวพรรณขี้ริ้ว กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีอายุน้อย
น้อย มีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ชรามรณะเป็นวิบาก.
ชรามรณวิปาโกติกถา จบ
อรรถกถาชรามรณังวิปาโกติกถา
ว่าด้วย ชรามรณะเป็นวิบาก
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องชรามรณะเป็นวิบาก คือความแก่ความตายเป็น
วิบาก. ในปัญหานั้น ชื่อว่าชรา เพราะความที่เป็นผู้มีผิวพรรณทราม
ชื่อว่า มรณะ เพราะความเป็นผู้มีอายุน้อย อนึ่ง กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็น
ไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีผิวพรรณทราม และให้มีอายุน้อยนั้นมีอยู่ ในคำว่า
กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีผิวพรรณทราม และให้มี
อายุน้อยนั้นมีอยู่ ในคำว่า กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็น
ผู้มีผิวพรรณขี้ริ้ว กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีอายุ

85
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 86 (เล่ม 81)

น้อยมีอยู่ ดังนี้ เพราะฉะนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกาย
อันธกะทั้งหลายว่า ชรามรณะเป็นวิบาก คือเป็นผล ดังนี้ คำถามของ
สกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที. ในปัญหาปฏิโลม
คำว่า ชรามรณะไม่มีอารมณ์ อธิบายว่า รูปธรรมทั้งหลายไม่มีอารมณ์
ส่วนชรามรณะแห่งอรูปทั้งหลาย คือนามธรรมทั้งหลาย ชื่อว่าไม่มี
อารมณ์เพราะความไม่มีลักษณะแห่งสัมปโยคะ.
ในปัญหาว่า ชรามรณะแห่งอกุศลธรรมเป็นวิบากแห่งอกุศลธรรม
หรือ ปรวาทีตอบรับรองตามลัทธิว่า ขึ้นชื่อว่าชราและมรณะพึงเป็น
วิบากที่ไม่น่าปรารถนา. ด้วยเหตุนั้นนั่นแหละ ย่อมตอบปฏิเสธซึ่งความ
ที่ชรามรณะแห่งกุศลธรรมว่าเป็นวิบากของกุศลธรรม. และย่อมตอบ
รับรองชรามรณะแห่งกุศลธรรมว่าเป็นวิบากของอกุศลธรรมนั่นแหละ
ข้างหน้า. อนึ่ง สกวาทีท่านรวมปัญหาให้เป็นอย่างเดียวกัน ด้วยสามารถ
แห่งคำถามว่า ชรามรณะแห่งกุศลและอกุศลธรรม แต่ชราและมรณะ
แห่งกุศลและอกุศลนั้นมีในขณะเดียวกันหามิได้. ชื่อว่าคำปริยาย คือ
พูดอ้อมค้อม เพราะคำอันบุคคลพึงกล่าวว่า ชรามรณะเป็นวิบากของ
อัพยากตะ อันมิใช่วิบากทั้งหลาย ดังนี้ ไม่มี เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงไม่
อธิบายปัญหาว่าด้วยอัพยากตะ.
ในข้อว่า กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีผิวพรรณ
ขี้ริ้ว นี้ อธิบายว่า ชื่อว่า ความเป็นผู้มีผิวพรรณไม่ดีเพราะมีผิวพรรณ
ไม่บริสุทธิ์ ชื่อว่า ความเป็นผู้มีอายุน้อยเพราะไม่สามารถให้อายุเป็น
ไปได้ยั่งยืน. ในปัญหานั้น อกุศลธรรมเป็นกัมมปัจจัยแก่รูปที่มีผิวพรรณ
ไม่งามซึ่งมีกรรมเป็นสมุฏฐาน. แต่วิบากแห่งอกุศลธรรมนั้น ชื่อว่าย่อม

86
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 87 (เล่ม 81)

ไม่มีแก่รูปนั้นเพราะเป็นสภาวธรรมไม่เหมือนกัน. อนึ่ง วิบากแห่งอกุศล
ธรรมนั้นย่อมเป็นปัจจัยแก่สมุฏฐานทั้งหลายมีอุตุสมุฏฐานเป็นต้น ด้วย
สามารถแห่งการให้ได้รูปที่มีผิวพรรณทรามนั้น และด้วยสามารถแห่ง
การเข้าไปตัดซึ่งอายุ. อกุศลธรรมนั้น ชื่อว่าเกี่ยวข้องด้วยความเป็นผู้มี
ผิวพรรณไม่ดี และเป็นผู้มีอายุน้อยด้วยประการฉะนี้. ธรรมนั้น ชื่อว่า
ไม่ให้เป็นไปด้วยสามารถแห่งความเกิดขึ้นแห่งชราและมรณะ โดยตรง
เหมือนผัสสะอันเป็นวิบากเป็นต้น เพราะฉะนั้น ชราและมรณะนั้นจึงไม่
สำเร็จในความเป็นวิบาก. คำที่เหลือในที่นี้ เช่นกับด้วยคำที่ข้าพเจ้ากล่าว
แล้วในหนหลังนั่นแล.
อรรถกถาชรามรณังวิปาโกติกถา จบ

87
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 88 (เล่ม 81)

อริยธัมมวิปากกถา
[๑๑๗๙] สกวาที วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. สามัญญะ๑ มีผลมาก พรหมัญญะ๑ มีผลมาก มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า สามัญญะมีผลมาก พรหมัญญะ มีผลมากก็
ต้องไม่กล่าวว่าวิบากแห่งอริยธรรมไม่มี.
[๑๑๘๐] ส. วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. โสดาปัตติผลมีอยู่ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่าโสดาปัตติผลมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า วิบาก
แห่งอริยธรรมไม่มี.
ส. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล อรหัตผล มีอยู่มิใช่
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า อรหัตผลมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า วิบากแห่ง
อริยธรรมไม่มี.
๑. สามัญญะ - คุณเครื่องความเป็นสมณะ, พรหมัญญะ - คุณเครื่องความเป็นพรหมทั้ง ๒ นี้
หมายถึง
อริยมรรค.

88
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 89 (เล่ม 81)

[๑๑๘๑] ส. โสดาปัตติผล ไม่เป็นวิบาก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ผลแห่งทาน ไม่เป็นวิบาก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โสดาปัตติผล ไม่เป็นวิบาก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ผลแห่งศีล ฯลฯ ผลแห่งภาวนา ไม่เป็นวิบาก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตผล ไม่
เป็นวิบาก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ผลแห่งทานไม่เป็นวิบาก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อรหัตผลไม่เป็นวิบาก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ผลแห่งศีล ฯลฯ ผลแห่งภาวนา ไม่เป็นวิบาก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๘๒] ส. ผลแห่งทานเป็นวิบาก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. โสดาปัตติผลเป็นวิบาก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผลแห่งทานเป็นวิบาก หรือ ?

89
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 90 (เล่ม 81)

ป. ถูกแล้ว.
ส. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตผลเป็น
วิบาก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผลแห่งศีล ฯลฯ ผลแห่งภาวนาเป็นวิบาก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. โสดาปัตติผลเป็นวิบาก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผลแห่งภาวนาเป็นวิบาก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สกทาคามิผล ฯลฯ อานาคามิผล อรหัตผลเป็นวิบาก
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๘๓] ส. กามาวจรกุศลมีวิบาก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. โลกุตตรกุศลมีวิบาก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศลมีวิบาก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. โลกุตตรกุศลมีวิบาก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๘๔] ส. โลกุตตรกุศลไม่มีวิบาก หรือ ?

90
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 91 (เล่ม 81)

ป. ถูกแล้ว.
ส. กามาวจรกุศลไม่มีวิบาก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โลกุตตรกุศลไม่มีวิบาก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศลไม่มีวิบาก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๘๕] ป. กามาวจรกุศลมีวิบาก เป็นอาจยคามี คือก่อวิปากวัฏไป
หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. โลกุตตรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก เป็นอาจยคามี หรือ ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก
เป็นอาจยคามี หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. โลกุตตรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก เป็นอาจยคามี หรือ ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๘๖] ป. โลกุตตรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก แต่เป็นอปจยคามี
คือหลีกวิปากวัฏไป หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. กามาวจรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก แต่เป็นอปจยคามี
หรือ ?

91
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 92 (เล่ม 81)

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. โลกุตตรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก แต่เป็นอปจยคามี
หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. ปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก
แต่เป็นอปจยคามี หรือ ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อริยธัมมวิปากกถา จบ
อรรถกถาอริยัมมวิปากกถา
ว่าด้วย วิบากแห่งอริยธรรม
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องวิบากแห่งอริยธรรม. ในปัญหานั้น ชนเหล่าใด
มีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอันธกะทั้งหลายว่า สามัญญผล คือ
ผลแห่งความเป็นสมณะ สักว่าการละกิเลสเท่านั้นหาใช่จิตและเจตสิกธรรม
ไม่ ดังนี้ คำถามของสกวาทีว่า วิบากแห่งอริยธรรมไม่มีหรือ โดย
หมายถึงชนเหล่านั้น. บรรดาคำเหล่านั้น คำว่า วิบากแห่งอริยธรรม ได้แก่
ผลของอริยมรรค คำตอบรับรองของปรวาทีโดยลัทธิว่า อริยผล สักว่า
เป็นการสิ้นไปแห่งกิเลส. คำว่า สามัญญะ ได้แก่ คุณเครื่องความ
เป็นสมณะ คำนี้เป็นชื่อของอริยมรรค สมจริง ดังคำที่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงความเป็นสมณะ และผลแห่ง
ความเป็นสมณะแก่เธอทั้งหลาย ดังนี้. แม้ในคุณเครื่องความเป็นพรหม
คือพรหมัญญะ ก็นัยนี้เหมือนกัน.

92