พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 23 (เล่ม 81)

ป. ถูกแล้ว.
ส. อสังขตะ เป็นจตุโวการภพ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๙๙] ป. ไม่พึงกล่าวว่า อรูป ๔ เป็นอสังขตะ หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. อรูป ๔ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เป็นสภาพไม่
หวั่นไหว มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. ถ้าอรูป ๔ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เป็นสภาพ
ไม่หวั่นไหว ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า อรูป ๔ เป็นอสังขตะ
อรุปปกถา จบ
อรรถกถาอรุปปกถา
ว่าด้วย ภพไม่มีรูป
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่อง อารุปปะ คือภพไม่มีรูป ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใด
มีความเห็นผิดว่า ธรรมเหล่านั้นแม้ทั้งปวง เป็นอสังขตะ เพราะอาศัย
พระบาลีว่า ภพไม่มีรูปทั้ง ๔ เป็นสภาพไม่หวั่นไหว ดังนี้ คำถามของ
สกวาทีว่า อากาสานัญจายตนะ เป็นต้นโดยหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบ
รับรองเป็นของปรวาที. คำที่เหลือในที่นี้มีอรรถง่ายทั้งนั้น. แม้พระสูตร
ที่สาธกนั้น ก็ไม่เป็นเช่นกับที่นำมานั่นแหละ เพราะไม่รู้อรรถแล้วนำมา
ดังนี้แล.
อรรถกถาอารุปปกถา จบ

23
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 24 (เล่ม 81)

นิโรธสมาปัตติกถา
[๑๑๐๐] สกวาที นิโรธสมาบัติ เป็นอสังขตะ หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เป็นนิพพาน เป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นที่พึ่ง เป็น
ที่หมาย เป็นฐานะอันไม่จุติ เป็นอมตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. นิโรธสมาบัติเป็นอสังขตะ นิพพานก็เป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. อสังขตะ เป็น ๒ อย่าง หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อสังขตะเป็น ๒ อย่าง หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ที่ต้านทาน เป็น ๒ อย่างและมีระหว่างขั้นแห่งนิพพาน
๒ อย่างนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. นิโรธสมาบัติเป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. มีคนบางพวก เข้านิโรธ ได้นิโรธ ยังนิโรธให้เกิดขึ้น
ให้เกิดขึ้นพร้อม ให้ตั้งขึ้น ให้ตั้งขึ้นพร้อม ให้บังเกิด ให้บังเกิดขึ้นอย่างยิ่ง
ให้เกิด ให้เกิดพร้อมได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

24
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 25 (เล่ม 81)

ส. มีคนบางพวก เข้าอสังขตะ ได้อสังขตะ ยังอสังขตะ
ให้เกิดขึ้น ให้เกิดขึ้นพร้อม ให้ตั้งขึ้น ให้ตั้งขึ้นพร้อม ให้บังเกิด ให้บังเกิด
ขึ้นอย่างยิ่ง ให้เกิด ให้เกิดพร้อมได้ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความผ่องแผ้ว ความออกจากนิโรธ ปรากฏได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ความผ่องแผ้ว ความออกจากอสังขตะ ปรากฏได้หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผู้เข้านิโรธ มีวจีสังขารดับไปก่อน แต่นั้นกายสังขาร
ดับ แต่นั้นจิตตสังขารดับ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ผู้เข้าอสังขตะก็มีวจีสังขารดับไปก่อน แต่นั้นกาย
สังขารดับ แต่นั้นจิตตสังขารดับ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผู้ออกจากนิโรธมีจิตตสังขารเกิดขึ้นก่อน แต่นั้นกาย
สังขารเกิดขึ้น แต่นั้นวจีสังขารเกิดขึ้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ผู้ออกจากอสังขตะ ก็มีจิตตสังขารเกิดขึ้นก่อน แต่นั้น
กายสังขารเกิดขึ้น แต่นั้นวจีสังขารเกิดขึ้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๐๑] ส. ผัสสะ ๓ คือ สุญญตผัสสะ อนิมิตตผัสสะ อัปปณิหิต
ผัสสะ ย่อมถูกต้องผู้ออกจากนิโรธแล้ว หรือ ?

25
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 26 (เล่ม 81)

ป. ถูกแล้ว.
ส. ผัสสะ ๓ คือ สุญญตผัสสะ อนิมิตตผัสสะ อัปปณิหิต
ผัสสะ ย่อมถูกต้อง ผู้ที่ออกจากอสังขตะแล้ว หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๐๒] ส. จิตของผู้ที่ออกจากนิโรธแล้ว เป็นธรรมชาติโน้มไป
สู่วิเวก เอียงไปสู่วิเวก น้อมไปสู่วิเวก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. จิตของผู้ที่ออกจากอสังขตะแล้ว ก็เป็นธรรมชาติโน้ม
ไปสู่วิเวก เอียงไปสู่วิเวก น้อมไปสู่วิเวก หรือ ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๐๓] ป. ไม่พึงกล่าวว่า นิโรธสมาบัติเป็นอสังขตะ หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. นิโรธสมาบัติเป็นสังขตะหรือ ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ถ้าอย่างนั้น นิโรธสมาบัติก็เป็นอสังขตะ น่ะสิ.
นิโรธสมาปัตติกถา จบ

26
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 27 (เล่ม 81)

อรรถกถานิโรธสมาปัตติกถา
ว่าด้วย นิโรธสมาบัติ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องนิโรธสมาบัติ. ในเรื่องนั้น ความไม่เป็นไปแห่ง
นามขันธ์ ๔ ชื่อว่านิโรธสมาบัติ. ก็นิโรธสมาบัตินั้นอันบุคคลเมื่อจะทำ
ชื่อว่าย่อมทำได้ คือ เมื่อเข้านิโรธสมาบัติ เขาย่อมเข้าได้ เหตุใด เพราะ
เหตุนั้น ท่านจึงเรียกนามขันธ์ ๔ นั้นว่า เป็นสมาบัติที่ดับไปแล้ว. แต่ใคร ๆ
ไม่พึงกล่าวว่าเป็นสังขตธรรม หรือเป็นอสังขตธรรม เพราะไม่มีลักษณะ
แห่งสังขตธรรมและอสังขตธรรม.
ในปัญหานั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอันธกะ
และอุตตราปถกะทั้งหลายว่า นิโรธสมาบัติไม่เป็นสังขตะ เพราะเป็น
อสังขตะ ดังนี้ คำถามของสกวาทีว่า นิโรธสมาบัติ เป็นต้น โดยหมายถึง
ชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที. คำเป็นต้นว่า ยังนิโรธให้
เกิดขึ้น สกวาทีกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งการได้เฉพาะซึ่งการเข้าสมาบัติ
เท่านั้น. อธิบายว่า เหมือนอย่างว่าชนทั้งหลายย่อมยังสังขตธรรมทั้งหลาย
มีรูปเป็นต้นให้เกิดขึ้นได้โดยวิธีใด แต่ใคร ๆ ชื่อว่ายังอสังขตะให้เกิดขึ้น
ได้โดยวิธีนั้นหาได้ไม่. คำว่า ความผ่องแผ้ว ความออกจากนิโรธ บัณฑิต
พึงทราบว่าเป็นผลสมาบัติ. แต่ความผ่องแผ้ว ความออกจากอสังขตะนั้น
ไม่ปรากฏเลย เพราะฉะนั้น ปรวาทีจึงตอบปฏิเสธ.
คำว่า ถ้าอย่างนั้น ความว่า ลัทธิว่า นิโรธสมาบัติ เมื่อไม่เป็น
สังขตะก็ต้องเป็นอสังขตะ ดังนี้ แต่คำนี้ไม่เป็นเหตุในความเป็นอสังขตะ
เพราะฉะนั้น แม้ปรวาทีกล่าวแล้ว คำนั้นก็หาเป็นเช่นกับคำที่กล่าวนั้นไม่
ดังนี้แล.
อรรถกถานิโรธสมาปัตติกถา จบ

27
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 28 (เล่ม 81)

อากาสกถา
[๑๑๐๔] สกาวาที อากาศเป็นอสังขตะหรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. เป็นนิพพาน เป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นที่พึ่ง เป็น
ที่หมาย เป็นฐานะอันไม่เคลื่อน เป็นอมตะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๐๕] ส. อากาศเป็นสังขตะ นิพพานเป็นอสังขตะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. อสังขตะ เป็น ๒ อย่าง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อสังขตะ เป็น ๒ อย่าง หรือ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ที่ต้านทาน เป็น ๒ อย่าง ฯลฯ มีระหว่างขั้นแห่ง
นิพพาน ๒ อย่างนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๐๖] ส. อากาศเป็นอสังขตะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. มีชนบางพวกทำอนากาศให้เป็นอากาศได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. มีชนบางพวกทำสังขตะให้เป็นอสังขตะได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

28
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 29 (เล่ม 81)

[๑๑๐๗] ส. มีชนบางพวก ทำอากาศให้เป็นอนากาศได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. มีชนบางพวกทำอสังขตะให้เป็นสังขตะได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๐๘] ส. ในอากาศ นกทั้งหลายบินไปได้ พระจันทร์และพระ
อาทิตย์โคจรไปได้ ดวงดาวทั้งหลายโคจรไปได้ ผู้มีฤทธิ์แสดงฤทธิ์ได้
ชนทั้งหลายไกวแขนได้ โบกมือได้ ขว้างก้อนดินไปได้ ขว้างลูกขลุบไปได้
แผลงฤทธิ์ไปได้ แผลงศรไปได้หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในอสังขตะ นกทั้งหลายก็บินไปได้ พระจันทร์และ
พระอาทิตย์ก็โคจรไปได้ ดวงดาวทั้งหลายก็โคจรไปได้ ผู้มีฤทธิ์ก็แสดง
ฤทธิ์ได้ ชนทั้งหลายก็ไกวแขนได้ โบกมือได้ ขว้างก้อนดินไปได้ ขว้าง
ลูกขลุบได้ แผลงฤทธิ์ไปได้ แผลงศรไปได้หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๐๙] ส. ชนทั้งหลายล้อมอากาศ ทำให้เป็นเรือน ทำให้เป็น
ฉางได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชนทั้งหลายล้อมอสังขตะ ทำให้เป็นเรือน ทำให้เป็น
ฉางได้หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๑๐] ส. เมื่อขุดบ่ออยู่ อนากาศ คือที่มิใช่อากาศ กลายเป็น
อากาศได้หรือ ?

29
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 30 (เล่ม 81)

ป. ถูกแล้ว.
ส. สังขตะ ก็กลายเป็นอสังขตะได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๑๑] ส. เมื่อถมบ่อเปล่าอยู่ ยังฉางเปล่าให้เต็มอยู่ ยังหม้อเปล่า
ให้เต็มอยู่ อากาศอันตรธานไปได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. อสังขตะ ก็อันตรธานไปได้ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๑๒] ป. ไม่พึงกล่าวว่า อากาศเป็นอสังขตะ หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. อากาศเป็นสังขตะ หรือ ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ถ้าอย่างนั้น อากาศก็เป็นอสังขตะ น่ะสิ.
อากาสกถา จบ

30
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 31 (เล่ม 81)

อรรถกถาอากาสกถา
ว่าด้วย อากาศ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องอากาศ. ในเรื่องนั้น อากาศมี ๓ อย่าง คือ ปริจเฉ-
ทากาส คือช่องว่างอันเป็นที่กำหนด กสิณุคฆาฏิมากาส คือช่องว่างที่
เพิกขึ้นของกสิณ และอชฏากาส คือช่องว่างของท้องฟ้า แม้คำว่า ดุจฉากาส
คือช่องว่างอันว่างเปล่า ก็เป็นชื่อของอชฏากาสนั้นนั่นแหละ. บรรดา
อากาศเหล่านั้น ปริจเฉทากาส คือของว่างที่คั่นอยู่ระหว่างรูปกับรูป เป็น
สังขตะ ส่วนอากาศที่เหลือแม้ทั้ง ๒ นี้สักว่าเป็นบัญญัติ.
ก็ชนเหล่าใด มีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอุตตราปถกะ และ
มหิสาสกะทั้งหลายว่า อากาศแม้ทั้ง ๒ คือกสิณุคฆาฏิมากาส และอชฎากาส
ไม่ใช่สังขตะ เหตุใด เพราะเหตุนั้น จึงเป็นอสังขตะ ดังนี้ คำถามของ
สกวาทีว่า อากาศ เป็นต้น หมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของ
ปรวาที. คำที่เหลือในที่นี้มีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.
อรรถกถาอากาสกถา จบ

31
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 32 (เล่ม 81)

อากาโสสนิทัสสโนติกถา
[๑๑๑๓] สกาวาที อากาศเป็นสนิทัสสนะ คือเห็นได้ด้วยจักษุ หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เป็นรูป เป็นรูปายตนะ เป็นรูปธาตุ เป็นสีเขียว เป็น
สีเหลือง เป็นสีแดง เป็นสีขาว เป็นวิสัยแห่งจักขุวิญญาณ กระทบที่จักษุ
มาสู่คลองแห่งจักษุ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๑๔] ส. อากาศเป็นสนิทัสสนะหรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. อาศัยจักษุและอากาศจึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๑๕] ส. อาศัยจักษุและอากาศจึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. คำว่า อาศัยจักษุและอากาศจึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น
ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง หรือ ?
ป. ไม่มี.
ส. คำว่า อาศัยจักษุและรูปจึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น ดังนี้๑
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า คำว่า อาศัยจักษุและรูปจึงเกิดจักขุวิญญาณ
๑. ม.อุ. ๑๔/๘๑๔.,สํ.นิ.๑๖/๑๖๔.

32