พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 13 (เล่ม 81)

อรรถาปฏิจจสมุปปาทกถา
ว่าด้วย ปฏิจจสมุปบาท
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องปฏิจจสมุปบาท. ในเรื่องนั้นชนเหล่าใดมีความเห็นผิด
ดุจลัทธิของนิกายปุพพเสลิยะ และมหิสาสกะทั้งหลายว่า ปฏิจจสมุปบาท
เป็นอสังขตะ เพราะพระบาลีในนิทานวรรคว่า การอุบัติขึ้นแห่งพระตถาคต
เจ้าก็ดี การไม่อุบัติก็ดี ชื่อว่าธัมมัฏฐิตตา คือ ความตั้งอยู่แห่งธรรม มีอยู่ ดังนี้
คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที. ปัญหา
ว่า อวิชชาเป็นสังขตะ เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงสภาวะปฏิจจสมุปบาท
แห่งธรรมทั้งหลายมีอวิชชาเป็นต้นนั่นแหละ. ก็องค์หนึ่ง ๆ ในธรรมเหล่านั้น
ท่านเรียกว่า ปฏิจจสมุปบาทมีอยู่ด้วยอรรถอันใด อรรถอันนั้นนั่นแหละท่าน
ได้กล่าวไว้แล้วในปฏิจจสมุปปาทวิภังค์.
คำว่า สังขารมีเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย ดังนี้ สภาวะใดเป็นธัมมฐิติ
เป็นอาทิ สกวาทีกล่าวเพื่อทำลายอรรถแห่งลัทธิที่ปรวาทีนำมาตั้งไว้แล้ว
ด้วยพระสูตรนั้นนั่นแหละ.
ก็ในข้อนี้ พึงทราบเนื้อความว่า ธาตุใดเป็นสภาวะตั้งอยู่แล้วในก่อน
ธาตุนั้นเทียว ท่านเรียกว่าเป็นธัมมฐิติ ธัมมนิยาม ธาตุนั้นเว้นจากอวิชชา
เป็นตนมีอยู่ส่วนหนึ่งก็หาไม่ และคำว่า ธัมมฐิติ และธัมมนิยามนี้เป็นชื่อแห่ง
ปัจจัยทั้งหลายมีอวิชชาเป็นต้นนั่นแหละ. จริงอยู่ เมื่อพระตถาคตทรงอุบัติ
แล้วก็ดี ยังมิได้ทรงอุบัติก็ดี สังขารทั้งหลายก็ย่อมเกิดเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย
ทั้งธรรมทั้งหลายมีวิญญาณเป็นต้นย่อมเกิดแต่ธรรมทั้งหลายมีสังขารเป็นต้น
เพราะฉะนั้น ความตั้งอยู่อันใดเพราะอรรถว่าเป็นเหตุแห่งสังขารธรรมทั้งหลาย

13
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 14 (เล่ม 81)

ในบทนี้ว่า อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา เป็นต้น เพราะเหตุนั้น ธรรมนั้น จึงชื่อว่า
ธัมมฐิติ อนึ่งความที่ธรรมเหล่านั้นนั่นแหละเป็นนิยามเพราะอรรถว่าเป็นเหตุ
ฉะนั้น ธรรมนั้น จึงชื่อว่า ธัมมนิยาม เพราะฉะนั้นธัมมฐิติก็ดี ธัมมนิยาม
ก็ดี ท่านจึงเรียกว่าอวิชชา สกวาทีถามว่า สภาวะนั้น คืออวิชชา เป็นอสังขตะ
นิพพานก็เป็นสังขตะหรือ ? ปรวาทีตอบรับรองด้วยความสามารถแห่งลัทธิ
ถูกถามอีกว่า อสังขตะเป็น ๒ อย่างหรือ ปรวาทีตอบปฏิเสธเพราะไม่มี
ในพระสูตร แต่ตอบรับรองด้วยสามารถแห่งลัทธิ. แม้ในบทที่เหลือทั้งหลาย
ก็นัยนี้นั่นแหละ. อนึ่ง ในที่นี้ บัณฑิตพึงทราบเช่นกับคำที่กล่าวไว้แล้วใน
หนหลังโดยนัยที่กล่าวแล้วนั่นแล.
อรรถกถาปฏิจจสมุปปาทกถา จบ

14
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 15 (เล่ม 81)

สัจจกถา
[๑๐๙๐] สกวาที สัจจะ ๔ เป็นอสังขตะ หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. ที่ต้านทานก็เป็น ๔ ที่เร้นก็เป็น ๔ ที่พึ่งเป็น ๔ ที่หมาย
ก็เป็น ๔ ฐานะอันไม่เคลื่อนก็เป็น ๔ อมตะก็เป็น ๔ นิพพานก็เป็น ๔ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. นิพพาน ก็เป็น ๔ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. มีความสูงและต่ำ มีความเลวและประณีต มีความ
อุกฤษฏ์และทราม มีเขตแดน หรือความแตกต่าง หรือร่อง หรือระหว่าง
ขั้นแห่งนิพพาน ๔ อย่างนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๙๑] ส. ทุกขสัจเป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ทุกข์เป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ทุกขสัจเป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ทุกข์ทางกาย ทุกข์ทางใจ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส
อุปายาส เป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

15
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 16 (เล่ม 81)

ส. สมุทัยสัจเป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สมุทัยเป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สมุทัยสัจเป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. กามตัณหา ภวตัณหา วิภวณหา เป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. มรรคสัจเป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. มรรคเป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. มรรคสัจเป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ เป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๙๒] ส. ทุกข์เป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ทุกขสัจเป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ทุกข์ทางกาย ทุกข์ทางใจ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส
อุปายาส เป็นสังขตะ หรือ ?

16
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 17 (เล่ม 81)

ป. ถูกแล้ว.
ส. ทุกขสัจเป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สมุทัยเป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สมุทัยสัจเป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา เป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สมุทัยสัจเป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. มรรคเป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. มรรคสัจเป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ เป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. มรรคสัจเป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๙๓] ส. นิโรธสัจเป็นสังขตะ นิโรธเป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ทุกขสัจเป็นอสังขตะ หรือ ?

17
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 18 (เล่ม 81)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. นิโรธสัจเป็นอสังขตะ นิโรธเป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สมุทัยสัจเป็นอสังขตะ สมุทัยเป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. นิโรธสัจเป็นอสังขตะ นิโรธเป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. มรรคสัจเป็นอสังขตะ มรรคเป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๙๔] ส. ทุกขสัจเป็นอสังขตะ ทุกข์เป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. นิโรธสัจเป็นอสังขตะ นิโรธเป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สมุทัยสัจเป็นอสังขตะ สมุทัยเป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. นิโรธสัจเป็นอสังขตะ นิโรธเป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. มรรคสัจเป็นอสังขตะ มรรคเป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. นิโรธสัจเป็นสังขตะ นิโรธเป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๙๕ ] ป. ไม่พึงกล่าวว่า สัจจะ ๔ เป็นอสังขตะ หรือ ?

18
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 19 (เล่ม 81)

ส. ถูกแล้ว.
ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
๔ อย่างนี้ แท้ไม่ผิด ไม่เป็นอย่างอื่น ๔ อย่าง เป็นไฉน คำว่า นี้ทุกข์ นี้แท้
นี้ไม่ผิด นี้ไม่เป็นอย่างอื่น ฯลฯ คำว่า นี้ทุกขสมุทัย ฯลฯ คำว่า นี้ทุกขนิโรธ
ฯลฯ คำว่า นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา นี้แท้ นี้ไม่ผิด นี้ไม่เป็นอย่างอื่น
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ๔ อย่างนี้แล แท้ไม่ผิด ไม่เป็นอย่างอื่น ดังนี้๑ เป็น
สูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. ถ้าอย่างนั้น สัจจะ ๔ ก็เป็นอสังขตะ น่ะสิ.
สัจจกถา จบ
อรรถกถาสัจจกถา
ว่าด้วย สัจจะ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องสัจจะ. ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจ
ลัทธิของนิกายปุพพเสลิยะทั้งหลายว่า สัจจะทั้ง ๔ คือ ทุกขสัจจะ สมุทย
สัจจะ นิโรธสัจจะ และมรรคสัจจะ เป็นอสังขตะ เพราะอาศัยพระสูตรว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัจจะ ๔ อย่างนี้แท้ไม่ผิด ไม่เป็นอย่างอื่น เป็นต้น
ดังนี้ คำถามของสกวาที หมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
ก็พึงทราบคำอธิบายปัญหานั้นว่า บรรดาทุกข์ สมุทัย และมรรคทั้งหลาย
ชื่อว่าวัตถุสัจจะ เป็นสังขตะ ลักขณสัจจะ คือนิพพาน เป็นอสังขตะ ชื่อว่า
วัตถุสัจจะย่อมไม่มีในนิโรธ นิโรธนั้นเป็นอสังขตะอย่างเดียว. เพราะฉะนั้น
๑. ขุ. ป. ๓๑/๕๔๕.

19
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 20 (เล่ม 81)

ปรวาทีจึงตอบรับรองว่าใช่ แต่การตอบรับรองนั้นสักแต่ว่าเป็นลัทธิของ
ท่านเท่านั้น. จริงอยู่ ปรวาทีนั้นย่อมปรารถนาทุกข์ว่าเป็นวัตถุสัจจะ ทั้ง
ปรารถนาสมุทัยและมรรคก็เช่นนั้น. ส่วนธรรมเหล่าใดมีการนำออกจาก
ทุกข์อันเป็นเครื่องเบียดเบียน และเหตุให้เกิดทุกข์แห่งธรรมเหล่านั้นเป็น
ลักษณะ ธรรมเหล่านั้นชื่อว่า ลักขณสัจจะ. อนึ่งชื่อว่าธรรมมีทุกข์ เป็นต้น
เว้นจากพาธนลักษณะ เป็นต้น ย่อมไม่มี. บรรดาคำทั้งหลายว่า ตาณะ
คือที่ต้านทาน เป็นต้น บัณฑิตพึงทราบอธิบายโดยนัยที่กล่าวแล้วนั่นแหละ.
ในปัญหาว่า ทุกขสัจจะ ปรวาทีตอบรับรอง เพราะหมายเอา
ลักขณสัจจะ ด้วยสามารถแห่งลัทธิ. ในปัญหาว่า ทุกข์ ปรวาทีตอบ
ปฏิเสธ หมายเอาวัตถุสัจจะ. เบื้องหน้าแต่นี้สุทธิกปัญหาก็ดี ปัญหาว่าด้วย
การเปรียบเทียบก็ดีทั้งหมด บัณฑิตพึงทราบโดยทำนองแห่งพระบาลี
นั่นแหละ. ในอวสาน พระสูตรที่ปรวาทีนำมา เพื่อตั้งไว้เป็นลัทธิ พระสูตร
นั้นไม่เป็นเช่นกับที่นำมานั่นแหละ เพราะความที่อรรถนั้นท่านถือเอาผิด
ด้วยประการฉะนี้แล.
อรรถกถาสัจจกถา จบ

20
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 21 (เล่ม 81)

อารุปปกถา
[๑๐๙๖] สกวาที อากาสานัญจายตนะเป็นอสังขตะหรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. เป็นนิพพาน เป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นที่พึ่ง เป็น
ที่หมาย เป็นฐานะอันไม่เคลื่อน เป็นอมตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อากาสานัญจายตนะเป็นอสังขตะ นิพพานเป็นอสังขตะ
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. อสังขตะ เป็น ๒ อย่าง หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อสังขตะ เป็น ๒ อย่าง หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ที่ต้านทาน เป็น ๒ อย่าง ฯลฯ มีระหว่างขั้นแห่งนิพ-
พาน ๒ อย่างนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อากาสานัญจายตนะเป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. อากาสานัญจายตนะเป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส
เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็นที่ตั้งแห่งวิญญาณ เป็นการได้อัตภาพ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. อสังขตะเป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร

21
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 22 (เล่ม 81)

เป็นกำเนิด เป็นที่ตั้งแห่งวิญญาณ เป็นการได้อัตภาพ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กรรมที่เป็นเหตุเข้าถึงอากาสานัญจายตนะ มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. กรรมที่เป็นเหตุเข้าถึงอสังขตะ มีอยู่หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ทั้งหลายผู้เข้าถึงอากาสานัญจายตนะ มีอยู่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัตว์ทั้งหลายผู้เข้าถึงอสังขตะ มีอยู่หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๙๗] ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิด แก่ ตาย จุติ อุบัติ ในอากาสานัญ-
จายตนะ ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิด แก่ ตาย จุติ อุบัติ ในอสังขตะ
ได้หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๙๘] ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในอากาสานัญ-
จายตนะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในอสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อากาสานัญจายตนะ เป็นจตุโวการภพ หรือ ?

22