พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 3 (เล่ม 81)

ส. มรรคเป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. นิยามเป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โสดาปัตตินิยาม เป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. โสดาปัตติมรรค เป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โสดาปัตติมรรค เป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. โสดาปัตตินิยาม เป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สกทาคามินิยาม ฯลฯ อนาคามินิยาม ฯลฯ อรหัตนิยาม
เป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อรหัตมรรคเป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อรหัตมรรค เป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. อรหัตตนิยาม เป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๘๑] ส. โสดาปัตตินิยาม เป็นอสังขตะ ฯลฯ อรหัตนิยาม เป็น

3
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 4 (เล่ม 81)

อสังขตะ นิพพาน เป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. อสังขตะ เป็น ๕ อย่าง หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อสังขตะ เป็น ๕ อย่าง หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ที่ต้านทานก็เป็น ๕ อย่าง ฯลฯ มีระหว่างขั้นแห่งนิพพาน
๕ อย่างนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๘๒] ส. นิยาม เป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. มิจฉัตตนิยาม คือทางอันแน่นอนข้างผิด เป็นอสังขตะหรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. มัจฉัตตนิยามเป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัมมัตตนิยาม คือ ทางอันแน่นอนข้างถูก เป็นสังขตะหรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๘๓] ป. ไม่พึงกล่าวว่านิยามเป็นอสังขตะหรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. เมื่อนิยามเกิดขึ้นแล้วดับไป บุคคลยังเป็นผู้ไม่แน่นอน
อยู่หรือ ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

4
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 5 (เล่ม 81)

ป. ถ้าอย่างนั้น นิยามก็เป็นอสังขตะน่ะสิ.
ส. เมื่อมิจฉัตตนิยามเกิดขึ้นแล้วดับไป บุคคลเป็นไม่แน่นอน
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ถ้าอย่างนั้น มิจฉัตตนิยาม ก็จะเป็นอสังขตะไปน่ะสิ.
นิยามกถา จบ
อรรถกถานิยามกถา
ว่าด้วย นิยาม
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องนิยาม นิยามเป็นอสังขตะ. ในปัญหานั้น ท่านเรียก
อริยมรรคว่า นิยาม เพราะพระบาลีว่า บุคคลผู้สามารถเพื่อก้าวลงสู่นิยาม
อันถูกต้องในกุศลธรรมทั้งหลายดังนี้. ก็ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิ
นิกายอันธกะทั้งหลายว่า เมื่อนิยามนั้นเกิดขึ้นและดับไปแล้วก็ดี บุคคลนั้น
ย่อมชื่อว่าเป็นไม่เที่ยงก็หาไม่ เหตุใด เพราะเหตุนั้น นิยามที่เกิดขึ้นแก่บุคคล
นั้น จึงชื่อว่าเป็นอสังขตะ คือ ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง เพราะอรรถว่าเป็นของเที่ยง
ดังนี้ คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
ต่อจากนั้นเมื่อสกวาที่จะแสดงว่า ผิว่า นิยามนั้นเป็นอสังขตะไซร้ นิยามนั้น
ก็พึงมีอย่างนี้ จึงกล่าวคำว่า เป็นนิพพาน เป็นต้น. คำถามเปรียบเทียบมี
อรรถง่ายทั้งนั้น. คำว่า บุคคลบางพวกก้าวล่วงสู่นิยาม เป็นต้น สกวาทีกล่าว
เพื่อแสดงความเป็นสังขตะของนิยาม ฯ ในปัญหาว่า มรรคป็นอสังขตะหรือ
เป็นต้น ปรวาทีย่อมปฏิเสธ เพราะมรรคนั้นยังมีการเกิดและการดับ. ในปัญหา
ว่า นิยามเป็นสังขตะหรือ ปรวาทีตอบปฏิเสธ หมายเอานิยามในมรรคแม้

5
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 6 (เล่ม 81)

ดับไปแล้วก็เป็นของมีอยู่. ในคำทั้งหลายมีคำว่า โสดาปัตตินิยาม เป็นต้น
บัณฑิตพึงทราบเนื้อความอนุโลมและปฏิโลมโดยนัยนั้น.
ถูกสกวาทีถามว่า อสังขตะเป็น ๕ อย่างหรือ ปรวาทีเมื่อไม่เห็น
สถานที่มาของอสังขตะ ๕ อย่าง จึงปฏิเสธ. ถูกถามครั้งที่ ๒ ก็ตอบรับรอง
เพราะคำว่า นิยามแห่งสัมมัตตนิยาม ๔ อย่าง และเพราะความเป็นอสังขตะ
ของพระนิพพาน ๑. ปัญหาว่าด้วย มิจฉัตตนิยาม สกวาทีกล่าวแล้ว เพื่อแสดง
ความไม่ถูกต้องแห่งความเป็นอสังขตะ ด้วยเหตุสักแต่คำว่านิยามนั้นนั่นแหละ
ด้วยประการฉะนี้แล.
อรรถกถานิยามกถา จบ

6
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 7 (เล่ม 81)

ปฏิจจสมุปปาทกถา
[๑๐๘๔] สกวาที ปฏิจจสมุปบาทเป็นอสังขตะ หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เป็นนิพพาน เป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นที่พึ่ง เป็น
ที่หมาย เป็นฐานะอันไม่เคลื่อน เป็นอมตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ปฏิจจสมุปบาทเป็นอสังขตะ นิพพานก็เป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. อสังขตะเป็น ๒ อย่างหรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อสังขตะเป็น ๒ อย่าง หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ที่ต้านทานก็เป็น ๒ อย่าง ที่เร้นก็เป็น ๒ อย่าง ที่พึ่งก็
เป็น ๒ อย่าง ที่หมายก็เป็น ๒ อย่าง ฐานะอันไม่เคลื่อนก็เป็น ๒ อย่าง อมตะ
ก็เป็น ๒ อย่าง นิพพานก็เป็น ๒ อย่าง หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. นิพพานก็เป็น ๒ อย่างหรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. มีความสูงและต่ำ มีความเลวและความประณีต มีความ
อุกฤษฏ์และทราม มีเขตแดน หรือความแตกต่าง หรือร่อง หรือระหว่างขั้น
แห่งนิพพาน ๒ อย่างนั้นหรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

7
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 8 (เล่ม 81)

[๑๐๘๕] ส. ปฏิจจสมุปบาทเป็นอสังขตะหรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. อวิชชาก็เป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อวิชชาเป็นสังขตะหรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ปฏิจจสมุปบาทก็เป็นสังขตะหรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ปฏิจจสมุปบาทเป็นอสังขตะหรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สังขารที่เกิดเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย ก็เป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สังขารที่เกิดเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย เป็นสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ปฏิจจสมุปบาทก็เป็นสังขตะหรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ปฏิจจสมุปบาทเป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. วิญญาณที่เกิดเพราะสังขารเป็นปัจจัย ก็เป็นอสังขตะ
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้นเลย
ส. วิญญาณที่เกิดเพราะสังขารเป็นปัจจัย เป็นสังขตะหรือ ?

8
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 9 (เล่ม 81)

ป. ถูกแล้ว.
ส. ปฏิจจสมุปบาทก็เป็นสังขตะหรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ปฏิจจสมุปบาทเป็นอสังขตะหรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. นามรูปที่เกิดเพราะวิญญาณเป็นปัจจัย ก็เป็นอสังขตะ
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. นามรูปที่เกิดเพราะวิญญาณเป็นปัจจัย เป็นสังขตะหรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ปฏิจจสุปบาทก็เป็นสังขตะหรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ปฏิจจสมุปบาทเป็นอสังขตะหรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ชราและมรณะที่มีเพราะชาติเป็นปัจจัยก็เป็นอสังขตะ
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ชราและมรณะที่มีเพราะชาติเป็นปัจจัย ก็เป็นสังขตะ
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ปฏิจจสมุปบาทก็เป็นสังขตะหรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

9
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 10 (เล่ม 81)

[๑๐๘๖] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ปฏิจจสมุปบาทเป็นอสังขตะ หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย ชรา มรณะ มีเพราะชาติเป็นปัจจัย โดยพระตถาคตทั้งหลายจะอุบัติ
ขึ้นหรือมิอุบัติขึ้นก็ตาม ธาตุนั้นได้ตั้งอยู่แล้วเทียว เป็นธรรมฐิติ เป็นธรรม
นิยาม คือความที่ธรรมนี้เกิดขึ้นเพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย พระตถาคตตรัสรู้
ด้วยปัญญาอันยิ่ง ค้นพบด้วยปัญญาอันยิ่ง ซึ่งธาตุนั้น ครั้นตรัสรู้ด้วยปัญญา
อันยิ่งแล้ว ครั้นค้นพบด้วยปัญญาอันยิ่งแล้ว จึงบอก แสดง ประกาศ เผย
แพร่ ขยาย ทำให้ง่าย และได้ชี้แจงว่า ชราและมรณะมีเพราะชาติเป็นปัจจัย
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ชาติมีเพราะภพเป็นปัจจัย ฯลฯ มีสังขารมีเพราะอวิชชา
เป็นปัจจัย โดยตถาคตทั้งหลายจะอุบัติขึ้น หรือมิอุบัติขึ้นก็ตาม ธาตุนั้นได้
ตั้งอยู่แล้วเทียว ฯลฯ และได้ชี้แจงว่าสังขารมีเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย ภิกษุ
ทั้งหลาย ความจริงแท้ ความไม่คลาดเคลื่อน ความไม่เป็นโดยประการอื่น
คือความที่ธรรมเกิดขึ้นเพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย สภาวธรรมนั้น ดังกล่าวนี้
อันใด นี้เรากล่าวว่า ปฏิจจสมุปบาท ดังนี้๑ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. ถ้าอย่างนั้น ปฏิจจสมุปบาทก็เป็นอสังขตะน่ะสิ.
[๑๐๘๗] ส. ปัจจยาการบท ๑ ว่า สังขารมีเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย
ดังนี้ สภาวะใดเป็นธรรมฐิติ เป็นธรรมนิยาม ในปัจจยาการนั้น สภาวะนั้น
เป็นอสังขตะ นิพพานก็เป็นอสังขตะ หรือ ?
๑. สํ. นิ. ๑๖/๖๑.

10
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 11 (เล่ม 81)

ป. ถูกแล้ว.
ส. อสังขตะเป็น ๒ อย่าง หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อสังขตะเป็น ๒ อย่าง หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ที่ต้านทาน ก็เป็น ๒ อย่าง ฯลฯ หรือมีระหว่างขึ้นแห่ง
นิพพาน ๒ อย่างนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๘๘] ส. ปัจจยาการบท ๑ ว่า สังขารมีเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย
ดังนี้ สภาวะใดเป็นธรรมฐิติ เป็นธรรมนิยามในปัจจยาการนั้น สภาวะนั้น
เป็นอสังขตะ ปัจจยาการอีกบท ๑ ว่า วิญญาณมีเพราะสังขารเป็นปัจจัย
ดังนี้ สภาวะใดเป็นธรรมฐิติ เป็นธรรมนิยาม ในปัจจยาการนั้น สภาวะนั้น
ก็เป็นอสังขตะ นิพพานก็เป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. อสังขตะ เป็น ๓ อย่างหรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อสังขตะ เป็น ๓ อย่างหรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ที่ต้านทาน ก็เป็น ๓ อย่าง ฯลฯ มีระหว่างขั้นแห่งนิพพาน
๓ อย่างนั้นหรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๘๙] ส. ปัจจยาการบท ๑ ว่า สังขารทั้งหลายมีเพราะอวิชชา

11
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 12 (เล่ม 81)

เป็นปัจจัย ดังนี้ สภาวะใด เป็นธรรมฐิติ เป็นธรรมนิยาม ในปัจจยาการนั้น
สภาวะนั้นเป็นอสังขตะ ปัจจยาการอีกบท ๑ ว่า วิญญาณมีเพราะสังขาร
เป็นปัจจัย ดังนี้ สภาวะใด เป็นธรรมฐิติ เป็นธรรมนิยาม ในปัจจยาการนั้น
สภาวะนั้นก็เป็นอสังขตะ ฯลฯ ปัจจยาการอีกบท ๑ ว่า ชรามรณะมีเพราะ
ชาติเป็นปัจจัย ดังนี้ สภาวะใด เป็นธรรมฐิติ เป็นธรรมนิยาม ในปัจจยาการ
นั้น สภาวะนั้นก็เป็นอสังขตะ นิพพานก็เป็นอสังขตะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. อสังขตะ เป็น ๑๒ อย่างหรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อสังขตะเป็น ๑๒ อย่างหรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ที่ต้านทาน ก็เป็น ๑๒ อย่าง ที่เร้นก็เป็น ๑๒ อย่าง ฯลฯ
มีระหว่างขั้นแห่งนิพพาน ๒ อย่างนั้นหรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปฏิจจสมุปปาทกถา จบ

12