พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 772 (เล่ม 80)

ป. ถูกแล้ว.
ส. สภาวะที่เป็นทุกข์เห็นว่าเป็นสุข ฯ ล ฯ สภาวะที่
เป็นอนัตตาเห็นว่าเป็นอัตตา ฯ ลฯ ภาวะที่ไม่งามเห็นว่างาม เป็นความ
เห็นผิด และนั้นเป็นกุศล หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๓๙] ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้
วิปริต หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์พึงเข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็น
อารมณ์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระอรหันต์พึงเข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณ
เป็นอารมณ์ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ผู้ที่เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มี
ความรู้วิปริต
[๑๐๔๐] ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้
วิปริต พระอรหันต์พึงเข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ยังมีความเห็นผิดอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

772
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 773 (เล่ม 80)

[๑๐๔๑] ส. พระอรหันต์ ยังมีความเห็นผิดอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ ยังมีความสำคัญผิด มีความคิดผิด
มีความเห็นผิดอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๔๒] ส. พระอรหันต์ไม่มีความสำคัญผิด ความคิดผิด
ความเห็นผิด หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระอรหันต์ ไม่มีความสำคัญผิด ความ
คิดผิด ความเห็นผิด ก็ต้องไม่กล่าว พระอรหันต์ยังมีความเห็นผิดอยู่.
[๑๐๔๓] ป. ไม่พึงกล่าวว่าผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์
มีความรู้วิปริต หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. ปฐวีกสิณปรากฏแก่ท่านผู้เข้าสมาบัติ มีปฐวีกสิณ
อารมณ์อยู่ เป็นดินล้วนเทียว หรือ ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ป. ถ้าอย่างนั้น ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์
ก็มีความรู้วิปริตน่ะสิ.
[๑๐๔๔] ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้
วิปริต หรือ ?

773
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 774 (เล่ม 80)

ป. ถูกแล้ว.
ส. ดินมีอยู่ และบางคนที่เข้าปฐวีกสิณจากดินก็มีอยู่
มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า ดินมีอยู่ และบางคนที่ถ้าปฐวีกสิณจาก
ดินก็มีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความ
รู้วิปริต
[๑๐๔๕] ส. ดินมีอยู่ แต่ความรู้ของผู้เข้าปฐวีกสิณจากดิน
เป็นความรู้วิปริต หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. นิพพานมีอยู่ แต่ความรู้ของผู้เข้าสมาบัติมีนิพ-
พานเป็นอารมณ์จากนิพพาน ก็เป็นความรู้
วิปริต หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ผู้เข้าสมาบัติมีปฐ-
วีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต.
วิปริตกถา จบ

774
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 775 (เล่ม 80)

อรรถกถาวิปรีตกถา
ว่าด้วยญาณวิปริต
บัดนี้ ชื่อว่า เรื่องญาณวิปริต. ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความ
เห็นดุจลัทธิของนิกายอันธกะทั้งหลายว่า ผู้ใดมีสัญญาในปฐวีย่อมเข้า
สมาบัติมีปฐวีเป็นอารมณ์ ญาณนั้นของผู้นั้นเป็นญาณวิปริต ดังนี้
คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้นคำตอบรับรองเป็นของปรวาที พึง
ทราบคำอธิบายของปัญหานั้นดังนี้ว่า นิมิตที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยปฐวี
แต่นิมิตที่เกิดนั้นไม่ใช่ปฐวีเลย อนึ่ง ผู้ใดมีความสำคัญในปฐวีกสินย่อม
เข้าฌานมีปฐวีเป็นอารมณ์ ฌานนั้นชื่อว่ามีญาณอันวิปริต คือผิดจาก
ความเป็นจริงดังนี้.
ลำดับนั้น สกวาทีเพื่อจะท้วงว่า ลักขณปฐวีก็ดี สสัมภารปฐวีก็ดี
นิมิตตปฐวีก็ดี ปฐวีเทวดาก็ดี ปฐวีทั้งหมดนั่นแหละ ในปฐวีเหล่านั้น
ญาณว่าปฐวีมิใช่เป็นญาณวิปริต ส่วนความเห็นอันผิดปกติในธรรมที่
ไม่เที่ยงว่าเที่ยงเป็นต้นชื่อว่าญาณวิปริต ญาณในปฐวีทั้งหลายเหล่านี้
ญาณใดญาณหนึ่งตามลัทธิของท่านเป็นญาณวิปริตหรือ จึงกล่าวคำว่า
มีความเห็นผิดในสภาวะที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง เป็นต้น ปรวาทีตอบ
ปฏิเสธ หมายเอาความไม่มีลักขณะอันคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
ย่อมตอบรับรองหมายเอาปฐวีนิมิต. คำว่า กุสลํ ท่านกล่าวหมาย
เอาญาณของพระเสกขะและปุถุชนทั้งหลาย.

775
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 776 (เล่ม 80)

แม้ในปัญหาว่า พระอรหันต์ยังมีความเห็นผิดอยู่ หรือ
ปรวาทีตอบปฏิเสธ เพราะความไม่มีลักขณะอันวิปัลลาสเช่นนั้น ย่อม
ตอบรับรองหมายเอาปฐวีนิมิต.
คำว่า เป็นคนล้วนเทียวหรือ ความว่า ปรวาทีถามด้วย
คำว่า ปฐวีกสินทั้งปวงนั้นเป็นลักขณปฐวีทั้งหมดหรือ สกวาทีตอบ
ปฏิเสธเพราะความไม่มีเช่นนั้น.
คำถามของสกวาทีว่า ดินมีอยู่ และบางคนที่เข้าปฐวีกสิน
จากดินก็มีอยู่มิใช่หรือ ดังนี้ พึงทราบเนื้อความแห่งปัญหานั้นว่า
สกวาทีถามว่า นิมิตตปฐวีอยู่ บุคคลย่อมเข้าสมาบัติมีดินเป็นนิมิตจาก
ดินนั้นแหละก็มีอยู่ มิได้เข้าจากอาโป หรือจากเตโชมิใช่ หรือ ดังนี้.
คำว่า ดินมีอยู่ เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงด้วยคำว่า ถ้าญาณ
ของผู้เข้าปฐวีกสินเป็นญาณวิปริตฉันนั้นไซร้ นิพพานมีอยู่เมื่อบุคคล
เข้าสมาบัติ มีนิพพานเป็นอารมณ์ก็ดี มรรคญาณอันถอนซึ่งความวิปริต
ทั้งปวงก็ดี ก็ย่อมจะวิปริตตามลัทธิของท่าน ดังนี้.
อรรถกถาวิปรีตกถา จบ

776
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 777 (เล่ม 80)

นิยามกถา
[๑๐๔๖] สกวาที บุคคลผู้ไม่แน่นอน คือยังเป็นปุถุชน มี
ญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน คืออริยมรรค หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. บุคคลผู้แน่นอน คืออริยบุคคล มีญาณเพื่อไปสู่
โลกกิยธรรมอันมิใช่ทางแน่นอน หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๑๐๔๗] ส. บุคคลผู้แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่ โลกิยธรรม
อันมิใช่ทางแน่นอน หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่
นอน หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๔๘] ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่
นอน หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลผู้แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

777
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 778 (เล่ม 80)

[๑๐๔๙] ส. บุคคลผู้แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่
นอน หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๑๐๕๐] ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่
นอน หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ โลกิยธรรม
อันมิใช่ทางแน่นอน หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๑๐๕๑] ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่ โลกิย-
ธรรมอันมิใช่ทางแน่นอน หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่
นอน หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๑๐๕๒] ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่
นอน หรือ ?

778
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 779 (เล่ม 80)

ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีทางอันแน่นอน เพื่อไปสู่
ทางอันแน่นอน หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๑๑๕๓] ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่
นอน หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีสติปัฏฐาน ฯ ล ฯ สัมมัปป-
ธาน อิทธิบาท อินทรีย์ พละ โพชฌงค์ เพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๕๔] ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอน ไม่มีทางอันแน่นอนเพื่อไป
สู่ทางอันแน่นอน หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า บุคคลผู้ไม่แน่นอน ไม่มีทางอันแน่นอน
เพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณ
เพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ ?
[๑๐๕๕] ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนไม่มีสติปัฏฐาน ฯลฯ โพช-
ฌงค์ เพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

779
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 780 (เล่ม 80)

ส. หากว่า บุคคลผู้ไม่แน่นอน ไม่มีโพชฌงค์เพื่อ
ไปสู่ทางอันแน่นอน ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไป
สู่ทางอันแน่นอน.
[๑๐๕๖] ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่
นอน หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. โคตรภูบุคคลมีญาณในโสดาปัตติมรรค หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๑๐๕๗] ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล มี
ญาณในโสดาปัตติผล หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ฯลฯ
เพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ฯ ล ฯ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล มีญาณ
ในอรหัตผล หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๑๐๕๘] ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไป
ทางอันไม่แน่นอน หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงทราบได้ว่า บุคคลนี้
จักก้าวลงสู่ทางอันแน่นอนเพื่อความชอบ บุคคลนี้เป็นรู้ควรเพื่อจะตรัสรู้
ธรรมนี้ มิใช่หรือ ?

780
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 781 (เล่ม 80)

ส. ถูกแล้ว.
ป. หากว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงทราบได้ว่า
บุคคลนี้จักก้าวลงสู่ทางอันแน่นอนเพื่อความชอบ บุคคลนี้เป็นผู้ควร
เพื่อจะตรัสรู้ธรรม ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงกล่าวว่า บุคคลผู้ไม่แน่นอน
มีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน.
นิยามกถา จบ
อรรถกถานิยามกถา
ว่าด้วยนิยาม
บัดนี้ ชื่อว่า เรื่องนิยาม คือทางอันแน่นอนได้แก่ อริยมรรค.
ในเรื่องนั้นชนเหล่าใด มีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอุตตราปถกะ
ทั้งหลายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมทรงทราบว่า บุคคลใดจักหยั่งลง
สู่สัมมัตตนิยาม คือมรรคอันถูกต้อง บุคคลนั้นควรเพื่อจะตรัสรู้ธรรมนั้น
เหตุใด เพราะเหตุนั้น ญาณเพื่อการบรรลุนิยาม คือทางอันแน่นอน
ของอนิยตบุคคลผู้เป็นปุถุชนนั่นแหละมีอยู่ ดังนี้ คำถามว่า อนิยต
คือบุคคลผู้ไม่แน่นอน เป็นต้น ของพระสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น.
คำว่า เพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน ในปัญหานั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงตรัสเรียกมรรคว่านิยาม อธิบายว่า เพื่อการบรรลุมรรค เพื่อการ
หยั่งลงสู่มรรค. ก็คำว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมทรงทราบว่า บุคคลนี้
ควรเพื่อบรรลุนิยาม เพราะเห็นญาณอันใดของบุคคลนั้น พระปรวาที
หมายญาณนั้น จึงตอบรับรอง. ลำดับนั้น สกวาทีเพื่อแสดงว่า วาทะ

781