พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 762 (เล่ม 80)

ส. วิมุตติญาณของบุคคล ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อรหัตผล ชื่อว่าหลุดพ้นแล้ว หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง ซึ่ง
อรหัตผล ชื่อว่าหลุดพ้นแล้ว หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๑๐๒๙] ส. วิมุตติญาณของบุคคล ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
โสดาปัตติผล ชื่อว่าหลุดพ้นแล้ว และนั้นเป็น
ญาณของผู้บรรลุผล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง ซึ่ง
โสดาปัตติผล ชื่อว่าหลุดพ้นแล้ว และนั้นเป็น
ญาณของผู้บรรลุผล หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคล ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
สกทาคามิผล ชื่อว่าหลุดพ้นแล้ว และนั้นเป็น
ญาณของผู้บรรลุผล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง ซึ่ง
สกทาคามิผล ชื่อว่าหลุดพ้นแล้ว และนั้นเป็นญาณของผู้บรรลุ หรือ ?

762
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 763 (เล่ม 80)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิผล ชื่อว่าหลุดพ้นแล้ว และนั้นเป็น
ญาณของผู้บรรลุผล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง ซึ่ง
อนาคามิผล ชื่อว่าหลุดพ้นแล้ว และนั้นเป็น
ของผู้บรรลุผล หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคล ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อรหัตตผล ชื่อว่าหลุดพ้นแล้ว และนั้นเป็น
ญาณของบุคคลผู้บรรลุผล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง ซึ่ง
อรหัตผล ชื่อว่าหลุดพ้นแล้ว และนั้นเป็น
ญาณของบุคคลผู้บรรลุผล หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
วิมุตตกถา จบ

763
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 764 (เล่ม 80)

อรรถกถาวิมุตตกถา
ว่าด้วยวิมุตติ
บัดนี้ ชื่อว่า เรื่องวิมุตติ คือการหลุดพ้น. ในเรื่องนั้น คำว่า
วิมุตตญาณ เป็นชื่อของญาณทั้ง ๔ คือ วิปัสสา ๑. มัคค ๑.
ผล ๑. และปัจจเวกขณญาณ ๑. บรรดาญาณเหล่านั้น วิปัสสนา
ชื่อว่า วิมุตติญาณ เพราะหลุดพ้นแล้วจากนิมิตตารมณ์เป็นนิตย์ หรือ
เพราะความเป็นตทังควิมุติ มรรค ชื่อว่า สมุจเฉทวิมุติ ผล ชื่อว่า
ปฏิปัสสัทธิวิมุติ ก็ปัจจเวกขณญาณย่อมรู้ซึ่งวิมุติ เพราะฉะนั้น จึง
ชื่อว่า วิมุตติญาณ ในวิมุตติญาณ ๔ อย่าง อย่างนี้ ผลญาณเท่านั้น
หลุดพ้นแล้วโดยสิ้นเชิง วิมุตติญาณ ๓ ที่เหลืออันใคร ๆ ไม่พึงกล่าวว่า
หลุดพ้นแล้ว หรือว่าไม่หลุดพ้นแล้ว ดังนี้ เพราะฉะนั้น ชนเหล่าใด
มีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอันธกะทั้งหลายว่า วิมุตติญาณหลุด-
พ้นแล้วโดยไม่แปลกกันเลย เพราะไม่กล่าวว่า วิมุตติญาณชื่อนี้หลุด-
พ้นแล้ว ดังนี้ คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรอง
เป็นของปรวาที. ถูกถามอีกว่า วิมุตติญาณไม่ว่าอย่างใดหมดชื่อว่า
หลุดพ้นแล้ว ปรวาทีตอบปฏิเสธ เพราะหมายเอาปัจจเวกขณญาณ
เป็นต้น ถูกถามว่า ของบุคคลผู้ปฏิบัติ เป็นต้น ก็ตอบรับรอง
หมายเอาความไม่มีอาสวะของมรรคญาณ. สกวาทีกล่าวว่า ญาณของ

764
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 765 (เล่ม 80)

พระโสดาบัน ดังนี้ เป็นต้นอีก เพื่อท้วงว่า ก็ญาณนั้นไม่ใช่ญาณ
ของพระโสดาบันผู้ตั้งอยู่ในผล แต่ก็ชื่อว่า วิมุตติญาณหรือ ดังนี้.
พึงทราบเนื้อความในที่ทั้งปวงโดยอุบายนี้ ดังนี้แล.
อรรถกถาวิมุตตกถา จบ

765
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 766 (เล่ม 80)

อเสกขญาณกถา
[๑๐๓๐] สกวาที พระเสกขะ มีญาณของพระเสกขะ หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. พระเสกขะ รู้เห็นธรรมของพระอเสกขะได้
เข้าถึงอยู่ ถูกต้องด้วยกายอยู่ ซึ่งธรรมของพระอเสกขะที่ตนเห็นแล้ว
รู้แล้ว ทำให้แจ้งแล้วได้ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. ธรรมของพระอเสกขะ อันพระเสกขะ รู้ไม่ได้
เห็นไม่ได้ เมื่อมิได้เห็น มิได้รู้ ก็เข้าถึงไม่ได้ ถูกต้องด้วยกายไม่ได้
มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า ธรรมของพระอเสกขะ อันพระเสกขะ
รู้ไม่ได้ เห็นไม่ได้ เมื่อมิได้เห็น มิได้รู้ มิได้ทำให้แจ้ง ก็เข้าถึงไม่
ได้ ถูกต้องด้วยกายไม่ได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระเสกขะมีญาณของ
พระอเสกขะ.
[๑๐๓๑] ส. พระอเสกขะ มีญาณของพระอเสกขะ พระ-
อเสกขะรู้เห็นธรรมของพระอเสกขะได้ เข้าถึงอยู่ ถูกต้องด้วยกายอยู่
ซึ่งธรรมของพระอเสกขะ ที่ตนเห็นแล้ว รู้แจ้งแล้ว ทำให้แจ้งแล้วได้
หรือ ?

766
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 767 (เล่ม 80)

ป. ถูกแล้ว.
ส. พระเสกขะ มีญาณของพระอเสกขะ พระเสกขะ
รู้เห็นธรรมของพระอเสกขะได้ เข้าถึงอยู่ ถูกต้องด้วยกายอยู่ ซึ่งธรรม
ของพระอเสกขะที่ตนเห็นแล้ว รู้แล้ว ทำให้แจ้งแล้วได้ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๓๒] ส. พระเสกขะ มีญาณของพระอเสกขะ แต่ธรรม
ของพระอเสกขะอันพระเสกขะรู้ไม่ได้ เห็นไม่ได้ เมื่อไม่ได้เห็น มิ
ได้รู้ มิได้ทำให้แจ้ง ก็เข้าถึงไม่ได้ ถูกต้องด้วยกายไม่ได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอเสกขะ มีญาณของพระอเสกขะ แต่ธรรม
ของพระเสกขะ อันพระอเสกขะรู้ไม่ได้ เห็นไม่ได้ เมื่อมิได้เห็น
มิได้รู้ มิได้ทำให้แจ้ง ก็เข้าถึงไม่ได้ ถูกต้องด้วยกายไม่ได้ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๓๓] ส. พระอเสกขะ มีญาณของพระอเสกขะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. โคตรภูบุคคล มีญาณในโสดาปัตติมรรค หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล มี
ญาณในโสดาปัตติผล หรือ ?

767
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 768 (เล่ม 80)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง ซึ่งสกทาคามิผล
ฯ ล ฯ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ฯ ล ฯ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล
มีญาณในอรหัตผล หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๑๐๓๔] ป. ไม่พึงกล่าวว่า พระเสกขะมีญาณของพระอเสก-
ขะ หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. ท่านพระอานนท์เมื่อยังเป็นเสกขะ ก็ทราบได้
ว่าพระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระคุณอันยิ่ง ทราบได้ว่า พระสารีบุตรเถระ
พระมหาโมคคัลลานเถระ มีคุณอันยิ่ง มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. หากว่า ท่านพระอานนท์เมื่อยังเป็นเสกขะ ก็
ทราบได้ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระคุณอันยิ่ง ทราบได้ว่า พระสารี-
บุตรเถระ พระโมคคัลลานเถระ มีคุณอันยิ่ง ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึง
ต้องกล่าวว่าพระเสกขะมีญาณของพระอเสกขะ.
อเสกขญาณกถา จบ

768
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 769 (เล่ม 80)

อรรถกถาอเสกขญาณกถา
ว่าด้วยญาณของพระอเสกขะ
บัดนี้ ชื่อว่า เรื่องญาณของพระอเสกขะ คือผู้ไม่ต้องศึกษา.
ในเรื่องนั้นชนเหล่าใด มีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอุตตราปถกะ
ทั้งหลายว่า พระเสกขะทั้งหลายมีพระอานนท์เป็นต้น ย่อมรู้ซึ่งอเสกข-
บุคคลทั้งหลาย โดยนัยเป็นต้นว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นผู้ประเสริฐ
ที่สุดเป็นต้น เหตุใด เพราะเหตุนั้น อเสกขญาณ คือญาณของพระ-
อเสกขะ ย่อมมีแก่พระเสกขบุคคล ดังนี้ คำถามของสกวาทีหมายถึง
ชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที. คำว่า รู้เห็น นี้
สกวาทีกล่าวด้วยอำนาจแห่งการรู้ที่ตนเองบรรลุแล้ว. คำว่า โคตรภู
บุคคล เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงความไม่มีแห่งญาณในเบื้อง
บนและเบื้องบนของของพระอริยบุคคล ผู้ตั้งอยู่ในภูมิธรรมเบื้องต่ำ.
ข้อว่า ท่านพระอานนท์เมื่อยังเป็นพระเสกขะก็ทราบได้ว่า พระ-
ผู้มีพระภาคเจ้ามีพระคุณอันยิ่ง อธิบายว่า ปรวาทีย่อมปรารถนา
พระเสกขะนั้นว่าเป็นผู้มีญาณของพระอเสกขะ เพราะความเป็นไปแห่ง
ญาณว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระอเสกขะ แต่ไม่ปรารถนาญาณ
นั้นว่าเป็นอเสกขะ เพราะฉะนั้น ลัทธิแม้ปรวาทีตั้งแล้วอย่างนี้ก็ไม่เป็น
อันตั้งไว้นั่นแหละ ดังนี้แล.
อรรถกถาอเสกขญาณกถา จบ

769
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 770 (เล่ม 80)

วิปรีตกถา
[๑๐๓๕] สกวาที ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความ
รู้วิปริตหรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. มีความเห็นผิดในสภาวะที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. มีความเห็นผิดในสภาวะที่เป็นทุกข์ว่าเป็นสุข
หรือ ฯ ล ฯ มีความเห็นผิดในสภาวะที่เป็นอนัตตาว่าเป็นอัตตาหรือ ฯลฯ
มีความเห็นผิดในสภาวะที่ไม่งามว่างาม หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๓๖] ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้
วิปริต หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เป็นอกุศล หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เป็นกุศลไม่ใช่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่าเป็นกุศล ก็ต้องไม่กล่าวว่า ผู้เข้าสมาบัติ
มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ ความรู้วิปริต

770
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 771 (เล่ม 80)

[๑๐๓๗] ส. สภาวะที่ไม่เที่ยงเห็นว่าเที่ยง เป็นความเห็นผิด
และนั้นเป็นอกุศล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้
วิปริต และนั้นเป็นอกุศล หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ลฯ
ส. สภาวะที่เป็นทุกข์เห็นว่าเป็นสุข ฯลฯ สภาวะที่
เป็นอนัตตาเห็นว่าเป็นอัตตา ฯลฯ สภาวะที่ไม่งามเห็นว่างาม เป็นความ
เห็นผิด และนั้นเป็นอกุศล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้
วิปริต และนั้นเป็นอกุศล หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๑๐๓๘] ส. ผู้เข้าสมาบัติปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้
วิปริต และนั้นเป็นอกุศล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สภาวะที่ไม่เที่ยงเห็นว่าเที่ยง และนั้นเป็นกุศล
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้
วิปริต และนั้นเป็นกุศล หรือ ?

771